“ศักดิ์สยาม”ให้กรอบไฮสปีดเทรน ต้องเซ็นสัญญา 15 ต.ค.นี้ (ชมคลิป)

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงผลการประชุมร่วมนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (กพอ.) ถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) โดยระบุว่า ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาในเรื่องกรอบการหาข้อสรุปในการดำเนินโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน โดยที่ได้ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมการคัดลือกฯ จัดประชุมในวันที่ 27 กันยายนนี้ เวลา 16.00 น. อีกครั้ง

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ความคืบหน้าของโครงการ ที่ผ่านมาคณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้ดำเนินการพิจารณา และเจรจาร่วมกับเอกชนรายที่ผ่านการคัดเลือกเป็นรายที่ 1 ถูกต้องตามเอกสารที่ยื่นข้อเสนอโครงการ (อาร์เอฟพี) ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการคัดเลือกฯ ควรที่จะกำหนดวันลงนาม และเริ่มต้นการก่อสร้างตามที่อาร์เอฟพีกำหนดไว้ รวมถึงให้ทำหนังสือ เพื่อแจ้งให้ผู้ยื่นข้อเสนอมาลงนามทำสัญญาในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ โดยได้กำหนดไว้ใน 2 กรณีคือ 1.หากทางกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) หรือ ซีพีเอช มาลงนามเพื่อดำเนินการตามสัญญาที่กำหนดไว้ และ 2.หากซีพีเอชไม่ได้มาลงนามตามกำหนด จะถูกริบหลักประกันซองและอาจถูกพิจารณาเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งหลังจากนั้นคณะกรรมการคัดเลือกฯ จะเชิญผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ 2 หรือกลุ่มบีเอสอาร์ มาเจรจาต่อไป โดยคณะกรรมการคัดเลือกฯ จะรายงานผลต่อกพอ. หลังจากวันที่ 27 กันยายนนี้ต่อไป

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ขณะนี้พบว่ากลุ่มซีพียังติดปัญหา ในเรื่องของการส่งมอบพื้นที่และการหาแหล่งเงินกู้ แต่จากข้อมูลที่คณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้ชี้แจงออกมา ก็แจ้งแล้วว่าสามารถทำตามข้อกำหนดอาร์เอฟพีทุกอย่างได้แล้ว ซึ่งหากเป็นตามนี้ก็น่าจะลงนามในสัญญาได้ และอันที่จริงก็ควรที่จะร่วมเซ็นต์สัญญากันตั้งนานแล้ว ส่วนในเรื่องของการก่อสร้างที่มีปัญหา ก็มีข้อกำหนดชัดเจนในอาร์เอฟพี และเป็นไปตามเงื่อนไขของการก่อสร้างทุกโครงการแล้วว่า หากพื้นที่ใดมีปัญหาก็สามารถขอขยายเวลาในการก่อสร้างออกไปได้

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า หากทางกลุ่มซีพีเอช ไม่สามารถลงนามสัญญาร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าวได้  นอกจากจะต้องถูกริบหลักประกันซอง และอาจถูกพิจารณาเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งทำให้ต้องถูกแบล็คลิสต์รับงานในอนาคตแล้ว ทางซีพีเอชจะต้องจ่ายเงินส่วนต่างของข้อเสนอโครงการ ซึ่งหากคณะกรรมการคัดเลือกฯ เจรจากับเอกชนรายที่ 2 แล้วพบว่ามีการยื่นข้อเสนอเงินอุดหนุนจากรัฐในวงเงินที่ต่างกัน โดยเงื่อนไขจ่ายเงินชดเชยดังกล่าวนี้ เป็นไปตามข้อกำหนดของกรมบัญขีกลาง

“ข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาของโครงการดังกล่าว ได้ระบุไว้ว่า หากระยะเวลาของการดำเนินงานออกแบบและงานก่อสร้างของโครงการ เท่ากับระยะ 5 ปี หรือระยะเวลาที่ได้รับการขยายจาก การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) โดยจะนับจากวันที่ ร.ฟ.ท.ระบุไว้ในหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน ในส่วนของการพัฒนาโครงการเกี่ยวกับรถไฟ จนถึงวันที่ระบุในหนังสือรับรองการเริ่มให้บริการเดินรถทั้งระบบให้แก่เอกชน รวมทั้งในอาร์เอฟพี มีข้อกำหนดว่า ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องตรวจสภาพพื้นที่และรับความเสี่ยง โดยร.ฟ.ท.จะไม่มีภาระรับผิดชอบ ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีเงื่อนไขรอเวลาในการเคลียร์พื้นที่ 1 ปี ถึงจะออกหนังสือเริ่มงานก่อสร้างได้”นายศักดิ์สยามกล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา ความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการดำเนินการในโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพมหานคร (โฮปเวลล์) ขณะนี้ทางคณะทำงานพิจารณาความเสียหายในโครงการโฮปเวลล์ที่มีนายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ได้สรุปรายละเอียดและรายงานว่า ได้พบหลักฐานใหม่อีก 8 ประเด็นที่สามารถฟ้องร้องต่อศาลอาญา ในคดีทุจริต ซึ่งทางคณะทำงานจะเสนอกลับมายังตนเองภายในสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกันที่จะมีการยื่นฟ้องต่อศาลอาญา ทางคณะทำงานฯยังคงเดินหน้าในการยื่นอุทธรณ์ ต่อศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา โดยเนื้อหาการยื่นอุทธรณ์ได้ขอให้ศาลพิจาณาอีกครั้งนี้ ซึ่งตามหลักการแล้ว คมนาคมและ รฟท. จะไม่สามารถนำเสนอข้อมูลรายละเอียดใหม่ให้ศาลพิจารณาได้ เพราะการพิจารณาศาลจะดูจากรายละเอียดเดิม

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า การฟ้องร้องครั้งนี้มั่นใจว่าจะชนะหรือไม่ ต้องบอกว่าไม่เคยคิดว่ากระทรวงฯจะแพ้ เพราะหากไม่มั่นใจ กระทรวงฯจะไม่ยื่นฟ้องร้องในศาลอาญาอย่างเด็ดขาด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาลด้วย นอกจากนั้นขณะเดียวกันทางคณะทำงานฯก็ต้องพิจารณาหาแนวทางการชดเชยความเสียหายจากการบอกเลิกสัญญาโฮปเวลล์ ตามที่ศาลมีคำสั่งให้กระทรวงฯและรฟท. ชดใช้กว่า 11,888 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยด้วย

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้“อัศวิน” เผยกทม.เตรียมพร้อมรับมือฝน 24 ชั่วโมง ลั่น ปีนี้ระบายน้ำดีกว่าปีก่อน 70 %
บทความถัดไป“คฑาเทพ”ปัดฟอกเงิน ลั่นไม่เคยตั้งราคาเกินจริง เศรษฐีลาวตื๊อขอซื้อเหล็กไหลพันล้าน ไม่ขาย!(คลิป)