“ก.ล.ต.” จับมือ “ตลท.” เปิดโครงการ “วัน สต็อป เซอร์วิส” เพิ่มศักยภาพแข่งขันในตลาดทุนไทย

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า การปรับแก้พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562 เป็นฉบับที่ 7 ขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงาน เพื่อศึกษารายละเอียดการปรับแก้กฎหมาย ซึ่งคาดว่าภายในไตรมาส 1 ของปี 2563 น่าจะเห็นความชัดเจนในส่วนของประเด็นที่จะปรับปรุงมากขึ้น โดยมีการศึกษาเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนคุ้มครองผู้ลงทุนในตลาดทุน โดยก.ล.ต.อยู่ในระหว่างการศึกษากฎหมายของต่างประเทศในเรื่องนี้ เพื่อคุ้มครองและเยียวยาความเสียหายให้กับผู้ลงทุน นอกเหนือจากการลงทุนที่ตัดสินใจยอมรับความเสี่ยงด้วยตัวเอง

“การปรับแก้กฎหมายมีความจำเป็น เพราะต้องทำให้ทันสมัย ตอบโจทย์สภาวะแวดล้อมที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง มีคณะกรรมการที่ก.ล.ต. ตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษาแนวทางการปรับแก้กฎหมาย ซึ่งอยากให้มองเป็นเรื่องปกติ ที่ถึงแม้กฎหมายหลักทรัพย์ฯ ฉบับที่ 6 จะพึ่งปรับแก้และบังคับใช้ไป แต่ก็ต้อทำการศึกให้ต่อเนื่องไป เพราะกว่าจะเข้ากระบวนการทางกฎหมายก็คงไม่ได้ร่างแล้วเสร็จได้ในปี 2563 เพราะต้องดูให้ตอบโจทย์ในหลายๆ เรื่องได้”นางสาวรื่นวดีกล่าว

นางสาวรื่นวดี กล่าวว่า รวมถึงหลังจากที่ได้แนวทางจากนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ยังมีการพิจารณาเพิ่มผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มเติมด้วย โดยสินค้าเกษตรใหม่ที่จะเพิ่มเข้าไปในตลาดซื้อขายล่วงหน้า จะต้องมั่นใจว่าผู้ใช้มีความเสี่ยงด้านราคาไม่มาก และสินค้าจะต้องมีมาตรฐานด้านราคาที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ซึ่งก.ล.ต.จะนำประเด็นดังกล่าวไปเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการก.ล.ต.ในการประชุม 3 ตุลาคมนี้ และมอบหมายให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ศึกษาสินค้าเกษตรที่จะนำมาซื้อขายเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังจะมีการหารือกับธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ในการหาองค์กรที่จะเข้ามาช่วยการันตี ให้กับบริษัทจดทะเทียนไทย (บจ.) ที่ทำธุรกิจแบบมีความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล (อีเอสจี) เพื่อสอบถามว่า บทบาทของก.ล.ต. แต่ละประเทศทั่วโลกอย่างทำอย่างไรกับเรื่องนี้ และสามารถให้การยืนยันกับนักลงทุนได้ว่า บริษัทจดทะเบียนไทยรายใดที่ทำธุรกิจแบบอีเอสจี

นางสาวรื่นวดี กล่าวว่า นอกจากนี้ ก.ล.ต.ยังได้ร่วมมือกับตลท. ในการพัฒนาโครงการ วัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของตลาดทุนไทย และอำนวยความสะดวกให้กับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) รวมถึงบริษัทที่จะระดมทุน เพื่อลดความซ้ำซ้อนและภาระในการติดต่อเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ สำหรับโครงการนี้ก.ล.ต.และตลท. ได้กำหนดแนวทางการทำงานร่วมกัน และจัดตั้งทีมงานในการให้คำปรึกษา โดยมุ่งหวังการพัฒนาบริการให้เกิดประสิทธิภาพและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลท.มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับผู้ร่วมตลาดทุนภายใต้กลยุทธ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ “Creating Partnership Platform to Drive Inclusive Growth” โดยได้รับการสนับสนุนจากก.ล.ต. ในการขับเคลื่อนการพัฒนาตลาดทุนไทย โดยโครงการดังกล่าวเกิดขึ้น เพื่อให้บริการแก่บริษัทจดทะเบียน บริษัทที่สนใจเข้าถึงแหล่งระดมทุน และที่ปรึกษาทางการเงิน แบบครบวงจร เพื่อลดขั้นตอนและกระบวนที่ซ้ำซ้อน และเกิดความคล่องตัวมากขึ้น

นายภากร กล่าวว่า การให้บริการจะครอบคลุมการให้คำปรึกษาคำแนะนำเกี่ยวกับการระดมทุน การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลท. ทั้งที่เป็นกฎเกณฑ์ของตลท. และกฎเกณฑ์ของสำนักงานก.ล.ต. รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพ บจ. โดย บจ. และบริษัทที่สนใจระดมทุนผ่านตลท. รวมถึงที่ปรึกษาทางการเงิน สามารถติดต่อมายังตลท. ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดูแลโดยตรง ตามแต่ละหมวดธุรกิจ นอกจากนี้ ตลท.ยังเปิดให้บริการตอบคำถามเกี่ยวกับการระดมทุนและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอีกด้วย

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จี้ก.ค.ศ.คลอดเกณฑ์สอบ‘บิ๊กร.ร.’ ‘อุษณีย์’แจงรอฟังนโยบายรมวศธ.
บทความถัดไปบุรีรัมย์เจ้าภาพจัดฟุตบอลซีพีเมจิคัพยู-14 ชิงเงินแสน ฟาดแข้ง 19-23 ต.ค.นี้