9เดือนอนุญาตให้ต่างชาติลงทุนในไทยแล้ว 155 ราย

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า  ที่ประชุมคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ประจำเดือนกันยายน 2562  ได้อนุญาตให้คนต่างชาติ 18 ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง ซึ่งมีการนำเงินเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจกว่า 470 ล้านบาท และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนไทย 428 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุน

นายวุฒิไกร กล่าวว่า การอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในครั้งนี้จะมีผลให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นวิทยาการซึ่งเป็นองค์ความรู้ในแขนงที่คนไทยยังไม่มีความชำนาญหรือมีความเชี่ยวชาญในระดับที่ไม่สูงมากนัก เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับวิศวกรรมและขั้นตอนในการรื้อถอนโครงสร้างแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในทะเล  องค์ความรู้เกี่ยวกับการควบคุมหลุมเจาะปิโตรเลียมและความปลอดภัยนอกชายฝั่ง  องค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของระบบประตูกั้นชานชาลาแบบครึ่งความสูง  องค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์แบบอไจล์(Agile Overview) องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบอวกาศ เป็นต้น

นายวุฒิไกร กล่าวว่า สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต ได้แก่ 1. ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม จำนวน 6 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกงและสิงคโปร์ มีเงินลงทุนจำนวน 208 ล้านบาท อาทิ บริการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ  การทำกิจการบริการทางบัญชี  บริการให้คำปรึกษาแนะนำและตรวจสอบระบบการทำงานภายในองค์กร บริการรับจ้างทำฟันปลอมแบบครอบฟัน (Zirconia Crown) และบริการให้กู้ยืมเงิน
2.ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า จำนวน 5 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศสิงคโปร์ บริติชเวอร์จิ้น และญี่ปุ่น มีเงินลงทุนจำนวน 65 ล้านบาท อาทิ บริการให้ใช้ระบบสำหรับการจ้างงานผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น บริการเป็นผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ บริการให้ใช้ช่วงสิทธิ์โปรแกรมเพื่อการบริหารจัดการมูลค่าหนี้สิน บริการให้เช่าแบบลีสซิ่งเครื่องอัลตร้าซาวนด์  พร้อมอุปกรณ์ กล้องตรวจจับการรั่วไหลของก๊าซ
3.ธุรกิจค้าปลีก/ค้าส่ง จำนวน 2 ราย โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น และสเปน มีเงินลงทุนจำนวน 24 ล้านบาท คือ การค้าปลีกแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ การค้าส่งสารที่เติมลงในอาหารคนและอาหารสัตว์
นายวุฒิไกร กล่าวว่า  4. ธุรกิจบริการเป็นคู่สัญญาเอกชน จำนวน 5 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศฮ่องกง และฝรั่งเศส และจีน มีเงินลงทุนจำนวน 173 ล้านบาท คือ บริการขุดเจาะปิโตรเลียม บริการออกแบบทางวิศวกรรม บริหารจัดการโครงการรื้อถอนแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในทะเล บริการให้คำปรึกษาแนะนำและกำกับดูแลด้านวิศวกรรมสำหรับโครงการกำจัดกากอุตสาหกรรมและหน่วยผลิตไฟฟ้า บริการออกแบบ จัดซื้อ จัดหา ติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ และบริหารจัดการโครงการประตูกั้นชานชาลาแบบครึ่งความสูง บริการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบระบบ บำรุงรักษา รวมถึงฝึกอบรมและให้การสนับสนุนทางเทคนิคพัฒนาดาวเทียมสำรวจทรัพยากร

นายวุฒิไกร กล่าวว่า เดือนกันยายน 2562 จำนวนธุรกิจที่ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 5 ราย คิดเป็น 38 % ขณะที่เงินลงทุนลดลง 4,742 ล้านบาท คิดเป็น 91% เนื่องจากในเดือนสิงหาคม 2562 มีผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง คือ บริการออกแบบทางวิศวกรรม และบริหารจัดการโครงการปลดประจำการเรือผลิตและเก็บปิโตรเลียม บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้งและทดสอบเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกชนิดโพลีโพรพิลีน เป็นต้น

นายวุฒิไกร กล่าวว่า ช่วง 9 เดือนแรก 2562 คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาต 155 ราย มีเงินลงทุน 21,644  ล้านบาท และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนปรากฏว่าจำนวนธุรกิจที่ได้รับอนุญาตลดลง 42 ราย คิดเป็น 21%  ขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 12,864 ล้านบาท คิดเป็น 147%  เนื่องจากในปี 62 มีต่างชาติลงทุนประกอบธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง อาทิ  บริการงานวิศวกรรม การจัดหา ติดตั้ง และทดสอบการใช้งานของระบบเครื่องบดดินหรือหินกึ่งเคลื่อนที่โครงการโรงไฟฟ้า บริการออกแบบ จัดซื้อจัดหา ติดตั้ง ตรวจสอบ รวมทั้งการแก้ไขความชำรุดบกพร่องและบำรุงรักษาโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงิน  บริการออกแบบทางวิศวกรรม และบริหารจัดการโครงการปลดประจำการเรือผลิตและเก็บปิโตรเลียม  บริการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบระบบและให้การสนับสนุนทางเทคนิคดาวเทียมสำรวจทรัพยากร เป็นต้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปั่นใจเกินร้อย-Bike 4 All ที่นครนายกลุ้นสลากออมสินมูลค่ากว่า 1 แสนบาท
บทความถัดไปถอดความคิด ‘พริตตี้’ อาชีพเปลืองตัว-รายได้งาม ‘มาตรการ’ ที่อยากให้รัฐคุ้มครอง