ภาพเก่าเล่าตำนาน : ผู้กองแคน…ผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

“กรุงศรีอยุธยา..ไม่เคยสิ้นคนดี”.. คำกล่าวนี้ หมายถึง เมื่อถึงคราวบ้านเมืองนั้นๆ ถึงคราวยากลำบาก ก็ยังเหลือคนดีมีความสามารถมาช่วยกอบกู้สถานการณ์ช่วยเหลือให้ผ่านพ้นไปได้

กรุงศรีอยุธยาเคยเป็นเมืองหลวงมาก่อน ในประวัติศาสตร์มีการสู้รบกับข้าศึกนับไม่ถ้วน เคยรุ่งเรือง เฟื่องฟู เคยแตกพ่าย ล้มลุกคลุกคลาน แต่ไม่ช้าไม่นาน ก็จะมี คนดี คนเก่ง กล้าหาญ มากอบกู้ ฟื้นฟูบ้านเมือง ดังกษัตริย์นักรบ 2 พระองค์ คือ พระนเรศวรมหาราช พระเจ้าตากสินมหาราช

ภาพเก่า…เล่าตำนาน ตอนนี้ขอชวนคนไทยทั้งหลายได้หวนรำลึกถึง “คนดีที่หาได้ยากยิ่ง” ท่านมุ่งมั่น ขันอาสาทำหน้าที่ ยินดีที่ต้องภารกิจที่แสนจะยากลำบาก ทั้งๆ ที่เลี่ยงได้… และใครคนนั้น ต้องจบชีวิตลงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้…..

ร้อยตำรวจเอก ธรณิศ ศรีสุข หรือ “ผู้กองแคน” เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2520 ที่ จ.ขอนแก่น เป็นบุตรชายของ รศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ศรีสุข อดีตคณบดีคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัยน้ำบาดาล ภาควิชาเทคโนโลยีธรณี คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น

มารดาคือ รศ.ทันตแพทย์หญิง นิธิภาวี อดีตคณบดี คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

เด็กชายแคนเกิดมาในครอบครัวที่สมบูรณ์พูนสุข เกิดมาในสิ่งแวดล้อมที่ดี มีกิน มีใช้ ไม่ต้องดิ้นรน…ใครๆ ก็ฝันถึงชีวิตเช่นนี้

แคนเริ่มต้นการศึกษาที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนจะติดตามบิดาไปศึกษาต่อระดับมัธยมที่ประเทศแคนาดา เมื่อปี พ.ศ.2533

แคนมีน้องชายเพียงคนเดียว (ซึ่งต่อมาจบการศึกษาเป็นนายแพทย์) พ่อ แม่ ตั้งชื่อเล่นให้เขาว่า “แคน” ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ของแผ่นดินอีสาน

เมื่อแคนกลับมาเมืองไทย เข้ารับการศึกษาต่อที่โรงเรียนขอนแก่นวิทยา จนกระทั่งถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จึงไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารเมื่อปี 2538 โดยเลือกเหล่าตำรวจ

แคนสอบเข้าได้เป็นลำดับที่ 1 ของเหล่าตำรวจ ศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 38

ว่ากันตามสภาพสังคมไทยทั่วไป …พ่อ แม่ มีสถานะระดับนี้.. ส่วนใหญ่รุ่นลูกมักจะสำเริง-สำราญ-เสพสุข สุขนิยม มดไม่ไต่ ไรไม่ตอม แคนน่าจะถูกเลี้ยงทะนุถนอมแบบ “ไข่ในหิน”

หากแต่แนวทางการใช้ชีวิตของหนุ่มแคน หาเป็นเช่นนั้นไม่ แคนเป็นเด็กหนุ่มที่ชอบใช้ชีวิตแบบสมบุกสมบัน รักการต่อสู้ รักพวกพ้อง เห็นอกเห็นใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และสำคัญที่สุด คือ เรียนหนังสือเก่งมาก

รศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ซึ่งเดินทางมากรุงเทพฯเพื่อร่วมงาน “วันตำรวจ” และบันทึกเทปรายการ “เจาะใจ” ทางโทรทัศน์ ได้เล่าถึงเรื่องราวบางตอนของบุตรชาย…..

“สมัยนั้นนักเรียนวัยรุ่นในขอนแก่นจะรู้จักแคนเป็นอย่างดี แคนเป็นคนรักเพื่อน ชอบการต่อสู้ผจญภัย เคยแอบไปชกมวยชิงรางวัลตามหมู่บ้านมา 2-3 ครั้ง จนหมอแจง ซึ่งเป็นคุณแม่ตกใจ…”
คุณพ่อของวีรบุรุษเล่าต่อไปว่า…

“…ต่อมาแคนไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร โดยเลือกเหล่าตำรวจและสอบได้เป็นที่ 1 ในส่วนของตำรวจ ทำให้ทุกคนในครอบครัวภูมิใจในตัวแคนมาก ระหว่างที่เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 38 แคน ซึ่งมีคะแนนสอบยอดเยี่ยม ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าตอน 4 … และเมื่อขึ้นเหล่าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 54 แคนก็ได้เป็นนักเรียนบังคับบัญชา เป็นนักกีฬาหลายประเภท เป็นหัวหน้าชมรมยูโด นักแม่นปืน นักมวย…”

รศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ผู้เป็นพ่อกล่าวต่อไปว่า ….

…เขาเป็นที่รู้จักของรุ่นน้องๆ และรุ่นพี่ๆ ในฐานะนักเรียนนายร้อยตำรวจที่เรียนเก่ง มีอุดมการณ์ และได้คะแนนสอบตอนเรียนจบในลำดับต้นๆ ซึ่งมีสิทธิที่จะเลือกรับราชการที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงพักในกรุงเทพฯ ในท้องที่ “เกรด A” การเป็น “นายเวร” หรือนายตำรวจติดตามผู้ใหญ่ หรือแม้กระทั่งการลาไปศึกษาต่อต่างประเทศ ….

…แต่แคนเลือกเป็น ตชด. อย่างคนมีอุดมการณ์ แรงกล้า เขาเลือกที่จะละทิ้งชีวิตแสงสีความศิวิไลซ์หรูหราแบบ “สุขนิยม” มุ่งหน้าไปสู่การใช้ชีวิตในป่า เขา ในฐานะตำรวจตระเวนชายแดน

“แคนพูดอยู่เสมอว่าถ้าเขาไม่ทำหน้าที่นี้แล้วใครจะทำ ถ้าคนหนุ่มทุกคนเอาแต่คิดถึงความสุขสบายโดยไม่เสียสละตนเองแล้ว ประเทศชาติจะมีใครที่ไหนคอยปกป้อง…”

คุณพ่อกล่าวถึงอุดมการณ์ความมุ่งมั่นของบุตรชายที่แสนรักที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

รศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ผู้เป็นพ่อก็ได้เล่าต่ออีกว่า “แคนเป็นคนเสียสละ นึกถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว รักลูกน้องและเพื่อนร่วมงานมาก… เขาเคยมาขอยืมเงินพ่อก้อนหนึ่งเพื่อนำไปเป็นกองกลางไว้ใช้จ่ายในทีมของเขา แคนบอกว่าลูกน้องของเขาเงินเดือนน้อยและมีครอบครัวต้องดูแล บางครั้งการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงหรือเงินสวัสดิการต่างๆ อาจจะล่าช้าตามขั้นตอนของทางราชการ แคนก็จะให้ลูกทีมใช้เงินกองกลางส่วนนี้สำรองไปก่อน… หรือแม้แต่รถยนต์ที่พ่อซื้อให้ แคนก็นำไปใช้ที่ภาคใต้เพื่อให้เป็นรถใช้สอยสำหรับการปฏิบัติงานของหน่วยโดยไม่ถือว่าเป็นของส่วนตัว…”

“…แคนทำทุกอย่างเพื่อคนอื่นมาโดยตลอดและมีความสุขที่จะทำเช่นนั้นเสมอมา สิ่งเดียวที่แคนไม่เคยทำก็คือ การบอกกล่าวให้คนอื่นรู้ว่า แคนมาจากครอบครัวที่เพียบพร้อมสมบูรณ์ในทุกๆ ด้าน”

ผู้เป็นบิดากล่าวด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงความอาลัยอย่างยิ่งต่อการจากไปของลูกชายสุดรัก

หลังจากสำเร็จการศึกษาจากรั้วสามพราน ผู้หมวดแคนเข้ารับการฝึกเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มทักษะการเป็นนักรบให้กับตัวเอง…

ปี พ.ศ.2547 เข้ารับการฝึกการโดดร่มแบบกระตุกเอง (Free Fall)

พ.ศ.2549 สำเร็จหลักสูตรการลาดตระเวนจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก (รีคอน) รุ่นที่ 36 ของกองทัพเรือ ที่โหดไม่เบา

พ.ศ.2550 สำเร็จการศึกษาอบรมหลักสูตรเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด

กำลังพลที่สำเร็จจาก 3 หลักสูตรนี้ ถือว่า “เยี่ยมยอด” ครับ

นายตำรวจหนุ่มคนนี้เก่งทั้ง บู๊และบุ๋น บุคลิกภาพ หน้าตาดี มีปฏิภาณแน่วแน่ เชื่อมั่นเสมอว่า จะต้องใช้ความดี ความยุติธรรม น้ำใจไมตรี เป็นเครื่องมือในการทำงานกับประชาชน ในระหว่างทำหน้าที่ผู้หมวดเป็นนักพัฒนาและคอยปกป้องดูแลชาวบ้านในพื้นที่ภาคใต้

ชาวบ้านหรือลูกน้องต้องการอะไร แม้กระทั่งเรื่องเงิน หมวดแคนก็จะหามาให้ โดยการหยิบยืมจากคุณพ่อ คุณแม่

ชาวบ้านในพื้นที่รักหมวดแคนเป็นที่สุด หมวดแคนเป็นคนกล้าหาญ เมื่อต้องออกลาดตระเวน จะนำหน้าลูกน้องเสมอ เพราะเป็นห่วงชีวิตของลูกน้อง เป็นตัวอย่างของผู้นำที่หาได้ยากยิ่ง

สงครามใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นที่รู้กันว่าเป็นสนามรบที่โหด ดุเดือด ตายจริง ไม่รู้ใครเป็นใคร

เหตุการณ์ปล้นปืนจากค่ายทหารนับร้อยกระบอก ที่ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 คือเหตุการณ์ที่ทำให้นายตำรวจหนุ่มต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาและรับใช้แผ่นดินเกิด

เมื่อสำเร็จการศึกษา รับพระราชทานกระบี่ ปริญญาบัตร เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2544 นรต.54 …แคนได้รับการบรรจุเป็นผู้บังคับหมวดหน่วยรบพิเศษ เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหมุนเวียนปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ.ปัตตานี นราธิวาส และสุดท้าย ที่ จ.ยะลา เคยปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบหลายครั้ง

นายตำรวจหนุ่มตั้งใจจริง บ่มเพาะผู้ใต้บังคับบัญชาในการนำความสงบกลับคืนสู่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เรื่องเศร้า สะเทือนใจของแผ่นดินในวันนั้น…

… ย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อเวลา 08.40 น. ของเช้าวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2550 …เกิดเหตุซุ่มโจมตีชุดลาดตระเวนของ ร.ต.อ.ธรณิศ ที่บริเวณเนินเนาวรัตน์ หรือเนิน 9 ศพ เส้นทางระหว่างบ้านสายสุราษฎร์-บ้านภักดี หมู่ 3 ต.เขือนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา

ราว 20 นาทีต่อมา กำลังหน่วยสนับสนุนที่นำโดย พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา มาถึงจุดเกิดเหตุ แล้วเข้าถึงจุดปะทะเพื่อช่วยเหลือ

กำลังพลที่รอดชีวิตให้ข้อมูลกับผู้บังคับบัญชาว่า ขณะที่ ร.ต.อ.ธรณิศเดินนำหน้าตำรวจพลร่ม 12 มาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายไม่น้อยกว่า 20 คน ที่ซุ่มอยู่บนเนินสูงใช้อาวุธสงครามกราดยิง

ผบ.ชุดลาดตระเวน คือ ผู้กองแคน ถูกสังหารเป็นคนแรก

สภาพศพ ผู้กองแคนนอนเสียชีวิตในชุดลายพรางของพลร่มมีแผลถูกยิงที่ใบหน้าและลำตัว เสียชีวิตทันที

ผู้กองแคนสิ้นชีวิตในวันถัดจากวันคล้ายวันเกิด 1 วัน

พื้นที่ อ.บันนังสตา คือ “พื้นที่สังหาร” ที่ผู้กองแคนเต็มใจไปปฏิบัติหน้าที่ พื้นที่นี้เคยมีเจ้าหน้าที่และประชาชนถูกสังหารนับไม่ถ้วน

ถนนหมายเลข 410 เลี้ยวขวาที่สามแยกนี้จะเข้าเขต ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา เป็นถนนที่คนร้ายในชุดไอ้โม่งเคยบุกยิงคนบนรถตู้สายเบตง-หาดใหญ่ เสียชีวิตถึง 8 ศพ เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2550 กลายเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วประเทศ

ถนนสายนี้ยังเคยเกิดเหตุรุนแรง เหตุลอบยิง ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ มีข้าราชการและประชาชนผู้บริสุทธิ์ไม่น้อยต้องมาสังเวยชีวิตในพื้นที่นี้

สภาพพื้นที่ของ อ.บันนังสตา เป็นดั่งสวรรค์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพราะมีเส้นทางหลายเส้นที่เรียกกันว่า Killing Zone บางจุด เป็นทางโค้งขึ้นเนินเขาสูงข่ม สองข้างทางปกคลุมไปด้วยป่ารก ง่ายต่อการดักซุ่มยิงและลอบวางระเบิด

ด้านครอบครัว….ทันตแพทย์หญิง นิธิภาวี มารดาของผู้กองแคน เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารเมื่อปี 2546 หลังจากมารดาของผู้กองแคนจากไป สิ่งที่เขาเก็บไว้ติดตัวตลอดเวลาคือผ้าปิดหน้าของคุณแม่ ผ้าผืนเล็กๆ ผืนนั้นเป็นสีขาว ถูกนำม้วนเป็นแท่งกลมๆ บรรจุไว้ในแท่งพลาสติกที่ใช้ใส่ตะกรุด แล้วคล้องด้วยเชือกแขวนไว้ที่คอตลอดเวลาในขณะทำงาน

ส่วนทันตแพทย์หญิง คนึงนิจ บุตรวงศ์ หรือคุณหมอนัตตี้ ไปศึกษาต่อเมื่อปี 2549 เธอจบการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านทันตกรรมจัดฟัน มหาวิทยาลัยฮ่องกง เมื่อเดือนตุลาคม 2552 ก่อนที่ผู้กองแคนจะเสียชีวิตประมาณ 1 ปี

ทั้งผู้กองแคนและหมอนัตตี้ เคยวางแผนชีวิตร่วมกันว่า หลังจากเธอเรียนจบ ทั้งสองจะจัดพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการ เพราะทั้ง 2 ได้จดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่ปี พ.ศ.2544

ขอเพิ่มเติมข้อมูล เพื่อยกย่อง วีรบุรุษนายตำรวจอีก 2 ท่านที่ชนรุ่นหลังควรได้รับทราบครับ….

20 มิ.ย.2551 ร้อยตำรวจตรี กฤตติกุล บุญลือ หรือผู้หมวดตี้ นายตำรวจหนุ่ม ผู้บังคับหมวด กองร้อยรบพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน อยู่หน่วยเดียวกับผู้กองแคน ถูกซุ่มโจมตีขณะนำกำลังออกลาดตระเวน บริเวณเนินบ้านสันติ 1 หมู่ 2 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา เสียชีวิตในวันเกิดอายุครบ 24 ปีพอดี

ทั้งผู้กองแคนและผู้หมวดตี้ ถูกซุ่มโจมตีในท้องที่ตำบลเดียวกัน คือ ต.เขื่อนบางลาง ต่างกันแค่เพียงหมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตร

12 มี.ค.2553 พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา นายตำรวจกระดูกเหล็กนักรบผู้ช่ำชอง บาดเจ็บหลายครั้ง หลายครา ผู้กำกับการ สภ.อ.บันนังสตา ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดและยิงถล่มซ้ำ ขณะนำกำลังออกตรวจพื้นที่หมู่ 2 บ้านทับช้าง ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา

คนดีๆ อย่างนี้ ยังมีอยู่ในบ้านเมืองครับ เราอาจจะไม่เคยรู้จัก เพราะเขาไม่เคยได้ออกทีวี ไม่เคยเป็นข่าว…

เคยมีคำกล่าวประชดประชันชีวิตว่า “คนดี ซื่อตรง คนเสียสละมักตายเร็ว” ซึ่งจะว่าไปแล้ว…คำประชดนี้ ก็ไม่ได้ห่างไกลจากความจริงมากนัก

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2550 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯไปทรงเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพผู้กองแคน ณ วัดสว่างสุทธาราม หรือวัดหนองกุง จ.ขอนแก่น ทรงมีพระราชดำรัสต่อครอบครัวดังนี้

“ร.ต.อ.ธรณิศ ศรีสุข เป็นผู้ที่เสียสละและรักประเทศชาติอย่างมาก บุคคลอื่นสมควรนำมาเป็นแบบอย่าง เวลานี้ประเทศต้องการคนอย่างนี้ เพราะสถานการณ์ภาคใต้ยังมีความรุนแรงอันตรายมาก จึงอยากให้ทุกคนทุ่มเทการปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ทุกคนช่วยกัน เรามางานนี้เพื่อให้เกียรติแก่เขา และขอบใจต่อครอบครัวผู้กองแคนที่เลี้ยงลูกเป็นคนดี”

ปวงชนชาวไทยขอเชิดชูและยกย่องวีรกรรมอันกล้าหาญของวีรบุรุษที่ได้ชื่อว่า “ร้อยตำรวจเอก ธรณิศ ศรีสุข” ..ผู้กองแคน และครอบครัวของท่านตลอดไป…

ข้อมูลบางส่วนจาก สงคราม ประวัติศาสตร์ March 8, 2013 “ผู้กองแคน”..วีรบุรุษนักรบพลร่ม Heroes never die และ https://www.gotoknow.org/posts/434783

พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

บทความก่อนหน้านี้ตาชั่งพันดาว 7ต.ค.62 : โดย ก้าวสกัด
บทความถัดไปกองหน้า 4 คน! ‘นิชิโนะ’ เรียก ‘ชนานันท์’ บู๊ ‘คองโก-ยูเออี’ แทน ‘ชนาธิป’