นิสสัน จู๊ค ใหม่ สั่งงานด้วยเสียง

หลังจากค่าย นิสสัน ประกาศจะเปิดตัว นิสสัน จู๊ค (Nissan Juke) รุ่นใหม่ออกมา ล่าสุด นิสสัน อังกฤษ ประเดิมเปิดตัวพร้อมประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการแห่งแรก

การออกแบบด้านหน้าใหม่ มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของนิสสันก็คือทรง วี-โมชั่น (V-Motion) พร้อมปรับทรงในส่วนของไฟหน้าแอลอีดีใหม่ให้เป็นทรง 3 แฉก ส่องสว่างอยู่ใต้ไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ (DRL) เป็นลายเส้นเพื่อให้ดูโฉบเฉี่ยว

ล้ออัลลอยมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 215/65 R16 ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/60 R17 และขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 225/45 R19 มิติของตัวรถถูกขยับให้กว้างและยาวกว่าเดิม ด้วยขนาด 1,800×4,210×1,595 มม. (กว้างxยาวxสูง) ฐานล้อกว้าง 2,632 มม. จากตัวเดิมขนาด 1,765×4,135×1,565 มม. ฐานล้อ 2,530 มม. และตัวรถมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นเดิมประมาณ 23 กิโลกรัม

การออกแบบภายใน เน้นการใช้รูปทรงกลม ทั้งช่องแอร์ ฐานคันเกียร์ ส่วนอื่นเช่น คอนโซล, เบาะ, ปุ่มต่างๆ ใช้ความโค้งมนเป็นจุดเด่นในการออกแบบ หน้าจอทัชสกรีนแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ใส่ระบบนิสสันคอนเน็กต์ลงไป รองรับการใช้งานแอปเปิลคาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ออโต สามารถสั่งการระบบบางอย่างผ่านสมาร์ทโฟนได้ เช่น ล็อกประตู, เปิดไฟหน้า, ส่งจุดหมายปลายทางไปยังหน้าจอจากโทรศัพท์ เป็นต้น มีระบบไวไฟ ฮอตสปอตให้เชื่อมต่อเพื่อเล่นอินเตอร์เน็ตได้ ระบบเครื่องเสียงจากโบส (Bose) พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.0 ลิตร 3 สูบ กำลัง 117 แรงม้าที่ 5,250 รอบ/นาที แรงบิด 200 นิวตันเมตรที่ 1,750-3,750 รอบ/นาที เกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือ เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ดูอัล-คลัตช์ (Dual-Clutch) ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราเร่ง 0-100 ได้ในเวลา 10.4 วินาที

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแม็กเฟอร์สันสตรัท ส่วนด้านหลังเป็นแบบคานแข็ง ทอร์ชั่น บีม

ติดตั้งระบบเทคโนโลยีใหม่ของทางนิสสัน ทั้งระบบโปรไพลอต (ProPILOT) ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับความสบายและปลอดภัยระหว่างการขับขี่ได้มากขึ้น ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน แอ๊กทีฟ ครุยส์ คอนโทรล (Active Cruise Control), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเส้นทาง เลน คีพปิ้ง แอสซิสต์ (Lane keeping assist), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ออโตโนมัส อีเมอร์เจนซี่ เบรกกิ้ง (Autonomous emergency braking), ระบบเตือนมุมบอดด้านข้าง ไบลด์-สปอต มอนิเตอริ่ง (Blind-spot monitoring) เป็นต้น

นิสสัน จู๊ค ที่อังกฤษ เปิดจำหน่ายทั้งหมด 6 เกรด เริ่มต้นที่รุ่น วิสต้า (VISTA), อเซนต้า (ACENTA), เอ็น-คอนเนคต้า (N-CONNECTA), เทคนา (TEKNA), เทคนา พลัส (TEKNA+) และพรีเมียร์ อีดิชั่น (PREMIERE EDITION) ราคาเริ่มตั้งแต่ 17,395-23,995 ปอนด์ หรือประมาณ 655,000-903,000 บาท ไม่รวมภาษีของประเทศไทย

สำหรับลูกค้าคนไทยอดใจรอไม่นาน นิสสัน ประเทศไทย คงรีบนำมาเปิดตัวให้เร็วที่สุดอย่างแน่นอน เพื่อเรียกส่วนแบ่งตลาดรถยนต์กลุ่มนี้ที่หายไปกลับคืนมา แต่จะเป็นปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าต้องคอยติดตาม

บทความก่อนหน้านี้“เฉลิมชัย”ลั่นฆ้องเตรียมรับมืออุทกภัยภาคใต้
บทความถัดไปหนุ่มเครียดถูกจับยา 50 เม็ด คว้าเชือกผูกคอดับ ผญบ.ยันคนดี ไม่เคยเกี่ยวข้องยาเสพติด