อุกอาจ! แก๊งทวงหนี้นายทุนสุโขทัยข่มขู่ประทุษร้ายลูกหนี้โจ๋งครึ่มกลางตลาด โดนล้อมจับแล้ว

ศูนย์ดำรงธรรมจู่โจมปิดล้อมจับกุมแก๊งทวงหนี้นายทุนจังหวัดสุโขทัย ขณะก่อเหตุข่มขู่ประทุษร้ายร่างกายลูกหนี้เหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อ มีแป

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ชุดเฉพาะกิจศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร นำโดย พ.ต.ท.กฤติกร ปานผล หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพิจิตร และตำรวจท่องเที่ยว ปฏิบัติการจู่โจมปิดล้อมจับกุม นายณัฐวัฒน์ หรือเจ๋ง ช่วยเจริญ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93/7 หมูที่ 5 ตำบลคลองตาล อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย และนายอยุทธ์ หรือนายมิกซ์ ปาทาน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 ถนน โกษาเหล็ก ตำบล ทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ซึ่งทั้ง 2 คน อยู่ในแก๊งทวงหนี้เงินกู้นอกระบบให้นายทุนรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย หลังจากก่อเหตุใช้วาจาข่มขู่บังคับขู่เข็ญ รวมถึงทำลายทรัพย์สินภายในบ้านลูกหนี้ และใช้กำลังประทุษร้ายต่อร่างกายลูกหนี้ เพื่อให้เกิดความเกรงกลัว และลูกหนี้ต้องยอมหาเงินมาชำระเงินต้นและดอกเบี้ยที่กู้ยืมไป
โดยเหตุเกิดในตลาดเทศบาลเมืองตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร โดยพฤติกรรมการทวงหนี้อย่างเหี้ยมโหดและไม่เกรงกลัวต่อความผิดกฎหมายบ้านเมือง เนื่องจากจะมีนายทุนรายใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ทำหน้าที่คอยจ่ายเงินเพื่อเคลียร์กับหน่วยงานต่างๆ ไว้แล้ว และจากการตรวจค้นรถเก๋ง หมายเลขทะเบียน ธก 714 กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้เป็นพาหนะกระทำความผิด พบเงินสดที่เก็บจากลูกหนี้จำนวน 18,780 บาท เอกสารสัญญาเงินกู้ สมุดรายชื่อลูกหนี้และของกลางอื่นๆ อีกรวม 20 รายการ จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน รับสารภาพว่าได้นำเงินสดมาให้ผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ค้ารายย่อย และผู้มีรายได้น้อย ในย่านชุมชนเขตเทศบาลเมืองตะพานหินพิจิตร กู้ยืม พร้อมกับเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 20 ต่อวัน และถ้าหากลูกหนี้รายใดไม่มีเงินจ่ายต้นและดอกเบี้ยขั้นแรกก็จะถูกใช้วาจาข่มขู่ขืนใจ และประทุษร้ายต่อร่างกาย รวมถึงรื้อค้นทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน ร้านค้า เพื่อให้ลูกหนี้เกิดความหวาดกลัวและยอมหาเงินมาชำระต้นและดอกเบี้ยแบบรายวัน

โดยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตรได้รับร้องทุกข์ไว้หลายรายจึงต้องวางแผนจับกุมแก๊งทวงหนี้มารับโทษตามกฎหมาย ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตะพานหิน ไปดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยผิดกฎหมาย ปล่อยสินเชื่อโดยเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันประทุษร้ายข่มขืนใจผู้อื่น นอกจากนี้จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขยายผลดำเนินคดีกับนายทุนรายใหญ่ตามคำให้การรับสารภาพของผู้ต้องหาต่อไป

บทความก่อนหน้านี้คอลัมน์หน้า 3 : กรณี งบประมาณ เป็นการซ้อม‘อุ่นเครื่อง’ หว่าน‘เมล็ดพันธุ์’
บทความถัดไปต้องกล้าเล่น! ‘ศุภณัฏฐ์’ ปลื้มหลัง ‘นิชิโนะ’ ส่งลงดวลแข้ง ‘คองโก’ แต่ยอมรับมีหลายสิ่งต้องปรับปรุง