“พิพัฒน์” เตรียมอัดมาตรการช่วยพยุงเศรษฐกิจ กระตุ้นท่องเที่ยวปี’62

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจที่มีทิศทางชะลอตัวลง เบื้องต้นกระทรวงฯได้เตรียมมาตรการรับมือไว้แล้ว โดยล่าสุดได้ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ทั้งด้านไทยเที่ยวไทยและดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย แบ่งเป็นมาตรการระยะสั้น กลาง ยาว รวม 16 ด้าน อาทิ การมอบส่วนลด 30-70% ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพียงแค่โชว์พาสปอร์ตเท่านั้น และการกระตุ้นให้บริษัทเอกชนต่างๆ จัดประชุม โดยมอบคูปองแทนเงินสด จำนวน 20,000 บาทต่องาน และส่งเสริมการจัดประชุมของภาครัฐ รวมถึงการขยายเวลาเปิดด่านชายแดน เป็น 24 ชั่วโมง ในช่วงสุดสัปดาห์ หรือวันหยุดเทศกาล ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นส่วนช่วยประคองเศรษฐกิจไทยไม่ให้ชะลอตัวลงมากกว่าปัจจุบันได้แน่นอน

“หากประเมินแล้วว่ามาตรการที่จัดขึ้นซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมกราคม ปี 2563 เห็นผลและคุ้มค่ากับการลงทุน ก็จะหารือกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ เพื่อขยายเวลาในการใช้มาตรการไปจนถึงเดือนมีนาคม ปี 2563 เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศให้ต่อเนื่องจนถึงปีหน้า ไม่ให้สิ้นสุดในไตรมาสสุดท้ายของปีเท่านั้น รวมถึงประเมินแล้วว่า ช่วงไตรมาส 4 ต่อเนื่องจนถึงไตรมาสแรกของทุกปี จะเป็นช่วงฤดูกาลท่องดเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จึงต้องพยายามกระตุ้น 2 ไตรมาสนี้ เพื่อสะสมทั้งรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ไว้ตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี”นายพิพัฒน์กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ความคืบหน้าของ โครงการถึงเวลาทัวร์ ให้ทั่วไทย ที่แบ่งออกเป็น 2 มาตรการ คือ ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย และ วันธรรมดาราคาช็อกโลก โดยมาตรการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทยคือ จะจำหน่ายสินค้าท่องเที่ยว อาทิ ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ที่พัก สปา ร้านอาหาร ในราคา 100 บาทต่อ 1 รายการ ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ 4 วันคือ วันที่ 11-12 เดือน 11 หรือเดือนพฤศจิกายน และวันที่ 11-12 เดือน 12 หรือเดือนธันวาคม โดยกำหนดให้ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งจะให้สิทธิ์วันละ 10,000 รายการ รวม 4 วัน 40,000 รายการ ส่วนมาตรการวันธรรมดาราคาช็อกโลก จะเปิดให้ใช้สิทธิ์ท่องเที่ยวได้ในวันจันทร์ถึงพฤหัสบดี ซึ่งจะจัดโปรโมชั่นพิเศษลดราคาสูงสุดกว่า 70% ในการจำหน่ายรายการสินค้าท่องเที่ยวในระดับลักชัวรี หรือหรูหรา ผ่านห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในจังหวัดกรุงเทพฯ ซึ่งจะเริ่มในเดือนพฤศจิกายนถึงสิ้นเดือนธันวาคมนี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย ในกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง หรือกระเป๋าหนัก

“หากประเมินแล้วพบว่า 2 มาตรการดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดี สร้างเงินหมุนเวียนในประเทศไทยได้สูงมากขึ้น และคุ้มค่ากับการลงทุน ก็อาจจะมีโอกาสขยายเวลาในการใช้มาตรการเพิ่มเติมได้ แต่ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน โดยเฉพาะภาคเอกชนว่า หากจะต่อเวลาเพิ่มจะยินดีเข้าร่วมโครงการต่อหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นมาตรการระยะแรก ที่จะเริ่มในอีก 2 เดือนสุดท้ายของปี ถือว่าเอกชนยินดีเข้าร่วมกว่า 100% เพราะมีห้างใหญ่ในกรุงเทพเข้าร่วมทั้งหมด”นายพิพัฒน์กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการดึงนักท่องเที่ยวจีนตระกูลแซ่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยนั้น ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ ทางการจีนและสมาคมแซ่ของจีน จะเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย จำนวน 250 ราย ซึ่งถือเป็นการนำร่องที่ดี พร้อมทั้งจะมีนำองค์เจ้าแม่ทับทิม ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิที่ชาวจีนโพ้นทะเลให้ความนับถือมาก มาจัดไว้ให้ได้กราบไหว้ขอพร ภายในวันที่ 14-19 ตุลาคมนี้ โดยจะเคลื่อนไปในหลายพื้นที่ หลายจังหวัด แต่เบื้องต้นจะจัดไว้ที่เยาวราชเป็นหลัก เนื่องจากไทยมีคนไทยเชื้อสายจีนโพ้นทะเลอยู่มาก จึงเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทาง และท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มมากขึ้นแน่นอน

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้ขับรถต้องขยัน”เปิดกระโปรง(รถ)”ดูด้วยนะ ไม่งั้นอาจเจอแบบนี้ ?
บทความถัดไป‘รามอส’ ทุบสถิติ! ‘กระทิงดุ’ เสียจุดโทษนาทีท้ายพลาดเจ๊า ‘นอร์เวย์’ 1-1 ถูกหยุดสถิติคว้าชัยรวด