เลขาธิการ ป.ป.ส. แจ้งระงับปฏิบัติหน้าที่ เจ้าพนักงาน หลังมีผู้เสียชีวิต ระหว่างตรวจค้น

เลขาธิการ ป.ป.ส. แจ้งระงับปฏิบัติหน้าที่ เจ้าพนักงาน หลังมีผู้เสียชีวิต ระหว่างตรวจค้น

จากกรณีการเข้าตรวจค้นเกี่ยวกับยาเสพติด ของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานหนึ่งที่จังหวัดเลย และเป็นเหตุให้ผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเสียชีวิต นั้น

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส ) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะมีอำนาจหลายประการที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น การค้น การจับ การเรียกบุคคลหรือเอกสาร การตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ แต่ทั้งหมดต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเท่านั้น ประการสำคัญต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวต่อว่า แม้ที่ผ่านมาจะไม่ค่อยพบการใช้อำนาจซึ่งอาจเกินขอบเขต แต่มักพบว่ามีผู้แอบอ้างแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ขอเข้าค้นบุคคลและสถานที่เพื่อหายาเสพติด ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าจะทราบได้อย่างไรว่า คนเหล่านั้นเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จริงหรือไม่ ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. ได้เปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ได้โดยสายด่วน 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายนิยม ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับการตรวจสอบการใช้อำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นั้น นอกจากมีระเบียบให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะต้องรายงานการปฏิบัติงานที่ใช้อำนาจไปยังสำนักงาน ป.ป.ส แล้ว กฎหมายยังกำหนดให้เลขาธิการ ป.ป.ส. จะต้องรายงานไปยังคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อเป็นหลักประกันและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนจากการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

นายนิยม ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับในคดีที่เกิดขึ้นนั้น สำนักงาน ป.ป.ส ได้มีหนังสือแจ้งถึงผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานตามที่ปรากฏในข่าว เพื่อให้มีคำสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ไว้ชั่วคราวในระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ หากพบว่าเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจค้นไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าว หรือไม่แสดงบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือมีพฤติกรรมอันน่าสงสัย ขอให้พี่น้องประชาชนโทรเข้ามาตรวจสอบได้ที่สายด่วน สำนักงาน ป.ป.ส. 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

บทความก่อนหน้านี้โพลกีฬามติชน : ‘ช้างศึก’จะเป็นแชมป์กลุ่มในฟุตบอลชาย ซีเกมส์ 2019 ได้หรือไม่?
บทความถัดไป“บิ๊กป้อม” ยัน วัตถุต้องสงสัยหน้าช่อง5 ไม่เชื่อมโยงอะไร เป็นถังเปล่าใครเอามาทิ้งก็ได้