ตร.ตามรวบทันควันหลังศาลอนุมัติหมายจับ ปู่ข่มขืนหลานวัย 13 หลังแม่พบพิรุธ เจอ 3 ข้อหาหนัก

ตร.ตามรวบทันควันหลังศาลอนุมัติหมายจับ ปู่ข่มขืนหลานวัย 13 หลังแม่พบพิรุธ เจอ 3 ข้อหาหนัก

กรณี มีพ่อกับแม่ของเด็กหญิงวัย 13 ขวบ คือ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี พร้อมด้วยภรรยา อายุ 27 ปี ชาวบ้าน ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม นำลูกสาววัย 13 ขวบ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ร.ต.อ.(หญิง)จุฬารัตน์ อาจภิรมย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา เพื่อดำเนินคดีเอาผิดกับญาติของสามี และมีฐานะเป็นพ่อเลี้ยงของเด็กผู้เสียหาย กล่าวหาฐานความผิดข่มขืนกระทำชำเราลูกสาว โดยผู้ก่อเหตุ มีความเกี่ยวพันธ์ เป็นน้องชายของปู่พ่อเลี้ยง หลังแม่เด็กพบพิรุธพฤติกรรมของลูกสาวมานาน เนื่องจากมีอาการซึมเศร้าผิดปกติชอบเก็บเนื้อเก็บตัว และเกิดอาการหวาดผวา จนพยายามเค้นสอบถามความจริงกับลูกสาว กระทั่งยอมเปิดปากทั้งน้ำตาว่าถูกญาติของพ่อเลี้ยงที่ใหความเคารพนับถือเสมือนปู่บังคับขืนใจข่มขืนตั้งแต่ 9 ขวบ จนถึงปัจจุบันอายุ 13 ขวบ ยังพยายามหาโอกาสบังคับขืนใจเด็ก ตลอดจนเด็กสุดทนยอมเปิดปากเล่าให้แม่ฟัง

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกล่าวหาเอาผิด ปู่สุดหื่น ทางตำรวจได้สอบสวนโดยละเอียดทั้งผู้เสียหายรวมถึงพ่อและแม่ พร้อมนำเด็กส่งไปตรวจร่างกาย จนกระทั้งมีพยานหลักฐานชัดชัดเจน เพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ จึงได้นำเอกสารหลักฐานเสนอต่อศาลจังหวัดนครพนมเพื่อพิจารณาอนุมัติออกหมายจับ เมื่อศาลจังหวัดนครพนม ได้อนุมัติออกหมายจับ ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้นำหมายศาลจังหวัดนครพนม ตามหมายจับ ที่ จ. 127/2562 ลงวันที่ 18 ตุลาคม ฐานความผิด 3 ข้อหา คือ 1.ข้อหาพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองผู้และเพื่อการอนาจาร 2.พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่ออนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และ 3.กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนฯ

โดยตำรวจเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บ้านพัก คือนายสุดตา พรหมภักดี อายุ 57 ปี 8 หมู่ บ้านหนองจันทน์ ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม ควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดี ซึ่งทางตำรวจจะได้ควบคุมตัวชั่วคราว เนื่องจากเป็นวันหยุด พร้อมคัดค้านการประกันตัวเกรงว่าจะไปคุกคามผู้เสียหาย รอนำไปเสนอฝากขัง ที่ศาลจังหวัดนครพนม ผลัดแรกในวัน21 ตุลาคมนี้ โดยอัตราโทษคดีข่มขืนกระทำชำเรา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 มีอัตราโทษสูงสุด จำคุกถึง 20 ปี หรือถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต และยังเป็นคดีที่ยอมความไม่ได้ เนื่องจากเป็นเด็กอายุ ต่ำกว่า 18 ปี ส่วนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพื่อมอบหมายให้ทนายความต่อสู้คดี ตามกฎหมาย

สำหรับคดีดังกล่าว ก่อนนี้ทางแม่ผู้เสียหาย ได้ให้ข้อมูลกับทางตำรวจว่า ตนมีลูกติด 1 คน คือผู้เสียหาย และได้มาอยู่กินแต่งงานใหม่กับสามีคนปัจจุบัน เมื่อประมาณ 10 ปี ที่ผ่านมาจากนั้นได้ อยู่กินกันดูแลลูกสาวด้วยกันมาตลอด ทุกวันจะออกไปทำงานรับจ้างเช้า กลับมาเย็น ลูกสาวไปเรียนตามปกติ และอยู่บ้านลำพัง จากนั้นหลังพบพฤติกรรมลูกสาวซึมเศร้า และเค้นจนเปิดปากว่าถูกบังคับขืนใจ จากญาติของพ่อเลี้ยง ซึ่งเป็นน้องชายของปู่พ่อเลี้ยง ที่อยู่บ้านติดกัน โดยลูกสาวเล่าว่า ได้ถูกบังคับขืนใจ เริ่มจากพยายามกอดลวนลาม และใช้นิ้วสอดเข้าไปในอวัยวะเพศหลายครั้ง แต่ข่มขู่ไม่ให้บอกพ่อแม่ถ้าพูดจะฆ่าทั้งหมด เด็กจึงเกิดความหวาดกลัวไม่กล้าบอกพ่อแม่ จนกระทั่งลุงหื่นหาโอกาส ลวนลามล่วงละเมิดทางเพศตลอด และมีการนำอวัยวะเพศสอดเข้าไปในช่องคลอดบางครั้ง และยังบังคับให้เด็กเอามือลูบคลำอวัยวะเพศจนสำเร็จความใคร่ จนเด็กเกิดความหวาดกลัว ซึมเศร้าและเปิดปากออกมาในที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“จิรายุ” ซัดโทรโข่งมือใหม่พปชร. รำไม่ดีโทษปี่โทษปู ตู่อยู่มา6ปี ยังจะไปโทษจำนำข้าว
บทความถัดไปคอลัมน์ เคี้ยวตุ้ยตะลุยกิน : ‘ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน’ กวางตุ้งแท้ๆ ที่เมืองทองธานี