พปชร.ไร้แรงดันอ้อยพันบ./ตัน ‘สุริยะ’รับสภาพแจงหลายปัจจัยรุม ชาวไร่ขอหารือก่อนกำหนดท่าที

‘สุริยะ’รับปากชาวไร่อ้อยหาเงินงบประมาณกลางปี 2563 มาดูแลราคาอ้อยอย่างน้อยให้ได้ 900 บาทต่อตัน ยอมรับอาจไม่ถึง 1,000 บาทต่อตันตามที่หาเสียงจากปัจจัยบาทแข็งโป๊ก ด้านชาวไร่อ้อยเตรียมนำผลที่ได้หารือกับชาวไร่ภาพรวมอีกครั้งก่อนกำหนดท่าที

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการหารือกับตัวแทนชาวไร่อ้อยในชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ว่า ชาวไร่อ้อยได้ระบุถึงปัญหาราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2562/63 ตกต่ำจึงต้องการให้หามาตรการดูแลให้ได้ระดับราคา 1,000 บาทต่อตัน ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะเร่งช่วยเหลือ เบื้องต้นจะให้ได้รับไม่ต่ำกว่า 900 บาทต่อตัน

“พรรคพลังงานประชารัฐได้หาเสียงไว้ว่าจะให้ได้ราคาอ้อย 1,000 บาทต่อตันแต่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างมาก ทำให้ราคาที่ส่งออกไปไม่ดีนัก ประกอบกับภัยแล้ง ทั้งนี้กระทรวงฯยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งเบื้องต้นก็มองในเรื่องของการใช้งบประมาณกลางปี 2563ในการช่วยเหลือเช่นฤดูผลิตที่ผ่านมาอย่างน้อย 6,500 ล้านบาทมาดูแล”นายสุริยะกล่าว

นายเลียบ บุญเชื่อง ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสานกล่าวว่า ได้เข้าหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้หามาตรการช่วยเหลือราคาอ้อยให้ได้ 1,000 บาทต่อตันที่ความหวาน 10 ซี.ซี.เอส.จากที่มีแนวโน้มว่าราคาอ้อยขั้นต้นฤดูผลิตปี 2562/63 จะอยู่ที่เพียง 700 บาทกว่าต่อตันเท่านั้น อย่างไรก็ตามทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่าเบื้องต้นอาจจะได้ไม่ถึงระดับ 1,000 บาทต่อตัน ดังนั้นจึงต้องนำที่หารือในครั้งนี้ไปหารือกับชาวไร่อ้อยทั่วประเทศก่อนกำหนดท่าที

นายดร สีโสภา นายกสมาคมชาวไร่อ้อยบุรีรัมย์ กล่าวว่า ต้นทุนของชาวไร่อ้อยในการปลูกอ้อยอยู่ที่ 1,226 บาทต่อตันขณะที่ราคาอ้อยตกต่ำทำให้ชาวไร่อ้อยต้องประสบปัญหาการขาดทุนต่อเนื่อง 3 ปี จึงต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือราคาอ้อยเพิ่มขึ้น รวมถึงควรหาเม็ดเงินในการส่งเสริมการตัดอ้อยสดเพิ่มเติมเนื่องจากต้องใช้ต้นทุนที่สูงกว่าการเผาอ้อย ราคาอ้อยที่ตกต่ำจึงไม่เป็นแรงจูงใจที่จะทำให้ทั้งเกษตรกรรายย่อยและรายใหญ่ลงทุนเครื่องจักรที่มีมูลค่าสูงเพื่อตัดอ้อยสด

รายงานข่าวแจ้งว่า แนวโน้มราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2562/63 ที่ความหวาน 10 ซี.ซี.เอส. คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 690 บาทต่อตัน เนื่องจากได้รับผลกระทบ 2 กรณีจากระดับราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกที่นำมาคำนวณราคาเฉลี่ยเพียง 12.50 เซนต์ต่อปอนด์ จากฤดูผลิตปีก่อนราคาเฉลี่ยที่ 13.50 เซนต์ต่อปอนด์ เพราะได้รับผลกระทบจากปริมาณอ้อยที่มีสูง ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทไทยแข็งค่ามากขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 30-30.50 บาทต่อดออล์สหรัฐ เทียบกับฤดูที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ 32 บาทต่อดอลล่าสหรัฐ ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยมีผลกระทบให้มูลค่าอ้อยหายไปประมาณหมื่นล้านบาท

“เฉพาะค่าเงินบาทที่แข็งค่ามีผลกระทบประมาณมูลค่าอ้อยหายไป 6,000 ล้านบาท ส่วนราคาตลาดโลกที่ลดลงมีผลกระทบประมาณ 4,000 ล้านบาท หากมองตามนี้ราคาอ้อยขั้นต้นเฉลี่ยทั้งประเทศจะอยู่ประมาณ 700 กว่าบาทต่อตัน ทั้งนี้จะหามาตรการเพิ่มเติมมาดูแลหรือไม่อย่างไรคงต้องรอระดับนโยบายอีกครั้ง”รายงานข่าวระบุ

บทความก่อนหน้านี้ดาวกับดวงประจำวันอังคาร 22 ตุลาคม 2562 : โดย พิมพ์พรร (คลิป)
บทความถัดไปหน้า 1 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2562