ดีเดย์ 24 ต.ค.เปิดซองเทคนิคอู่ตะเภาของซีพี จับตาศาลปกครองตัดสินใจต้นพ.ย.

ดีเดย์ 24 ต.ค.เปิดซองเทคนิคอู่ตะเภาของซีพี จับตาศาลปกครองตัดสินใจต้นพ.ย.

ที่เมืองเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กล่าวถึงความคืบหน้าประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ว่า ในวันที่ 24 ตุลาคม คณะกรรมการคัดเลือกภาคเอกชนฯจะเปิดซอง2กล่อง6(ด้านเทคนิค)ของกลุ่มซีพี เพื่อพิจารณาว่ากลุ่มซีพีผ่านพิจารณาไหม และรวมกับซองอื่นๆแล้วต้องได้คะแนนเกิน 80 คะแนน จากนั้นก็จะเปิดซองราคาต่อไป ซึ่งทำหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งทุเลากรณีพิพาทกลุ่มธนโฮลดิ้ง ยื่นฟ้องคณะกรรมการฯเพื่อทางกลุ่มจะได้เข้าขบวนการเปิดซองข้อเสนอในกล่องที่เหลือ 2ซอง หรือ ซองเทคนิคและซองราคา คาดว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำวินิจฉัยในวันที่ 4 พฤศจิกายน หรือ 7 พฤศจิกายน

“ถ้าหากกลุ่มธนโฮลดิ้งผ่านความเห็นชอบ ก็จะเข้าขบวนการเปิดซองข้อเสนอในกล่องที่เหลือด้านการเงิน และนำไปพิจารณาพร้อมกับอีก 2 ราย คือกลุ่ม บีบีเอส และ เจเอ็มอาร์ ถ้าไม่ผ่านเห็นชอบก็จะเหลือ2รายแข่งขันกันต่อไป”นายคณิศกล่าว

นายคณิศ กล่าวว่า จากนั้นหลังเปิดซองครบแล้ว ก็จะเข้าการขั้นตอนเจรจาและลงนามในสัญญา คาดแล้วเสร็จภายในธันวาคมนี้หรือมกราคม 2563 เพื่อเสนอครม ต่อไป ทั้งนี้ ประเมินว่าโครงการมีมูลค่าลงทุน 2.9 แสนล้านบาท โดยรัฐจะได้รับผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างทั้งโครงการ 4-5 ปี เป้าหมายขนย้ายสินค้าและคนสูงถึง 60 ล้านคน ซึ่งจะเป็นโครงการไปเชื่อมต่อการลงทุนรถไฟความเร็วสูง

นายคณิศ กล่าว่าถึงความคืบหน้าการส่งมอบที่ดินเพื่อก่อสร้างโครงการไฮสปีด ว่า หลังลงนามผู้ชนะในวันที่ 24 ตุลาคมนี้แล้วที่ทำเนียบ จากนั้นภาคเอกชนจะทำเรื่องการเงินโครงการลงทุนทั้งโครงการ 2.5 แสนล้านบาท และเริ่มก่อสร้างทันที ขณะเดียวกันคณะกรรมการเร่งรัดส่งมอบพื้นที่ก็จะเร่งประสานกับทุกหน่วยงานในการรื้อถอนหรือโยกย้าย รวมถึงเจรจาให้ผู้รุกล้ำรื้อถอน เพื่อส่งมอบให้เอกชนก่อสร้างตามแผนเบื้องต้นก่อน 50% ซึ่งในแต่ละส่วนมีแผนจะให้แล้วเสร็จภายใน1-2 ปีจากนี้ ส่วนบางหน่วยงานงบประมาณไม่เพียงพอ คณะกรรมการก็จะรวบรวมและเสนอของบประมาณกลาง

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon