รื่นร่มรมเยศ : วิทยาธร โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก

“พื้นเผ่าพิชาธเรศ วรเวทอาคมครัน
ปีกหางก็ผูกพัน ธ กระสันด้วยมนตรา

สามารถจะโบยบิน อนิลบถเวหา
กลกินนราคณา ทิชาชาติปักษี”

บทกวีที่ยกมาข้างบนนี้มีอยู่ในสมุทรโฆษคำฉันท์ บรรยายถึงวิทยาธรหรือพิทยาธร (บางทีเรียกว่าเพชรพญาธร)

กล่าวกันว่ามนุษย์ประหลาดพวกนี้มีภูมิลำเนาอยู่บนเทือกเขาวินธัย มีบ้านเมืองสวยงาม มีหัวหน้าปกครองเป็นอิสระ ไม่ขึ้นอยู่ในอาณัติของใคร มีทั้งเพศชายและเพศหญิง ชายเรียกว่าวิทยาธร หญิงเรียกว่าวิทยาธรี สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ เพราะอำนาจมนต์กับอำนาจพระขรรค์วิเศษ พระขรรค์นี้เพียงแต่จับมาแกว่งไปแกว่งมาเท่านั้นก็สามารถพาเหาะลิ่วๆ ทันที สำหรับวิทยาธรีหรือวิทยาธรหญิงไม่ใช้พระขรรค์ แต่จะใช้ปีกหางติดเข้ากับตัวแทน เวลาไปไหนมาไหนมักอาศัยปีกวิเศษนี้มากกว่าใช้มนต์ เพราะมนต์เสื่อมได้ง่าย ดีไม่ดีอาจหล่นตุ้บลงดินม่องเท่งไปก็ได้

พูดถึงเรื่องมนต์เสื่อมนี้ นึกถึงนิทานชาดกเรื่องหนึ่งชื่อหาลิททชาดก จึงขออนุญาตแวะตรงนี้สักประเดี๋ยว

มีพระราชาองค์หนึ่งมีมเหสีแสนสวยชนิดที่เรียกว่า เดอะ โมสต์ บิวติ้ฟูล ควีน อิน เดอะ เวิลด์ ว่างั้นเถอะ ทั้งสององค์ปกครองประชาชนเมืองพาราณสีด้วยความร่วมเย็นเป็นสุข วันหนึ่งมีฤๅษีลอยได้ตนหนึ่ง (ขออนุญาตใช้คำว่า “ลอย” แทน “เหาะ” เถอะนะครับ ด้วยเหตุผลบางอย่าง) เหาะมายังเมืองนั้น (ตรงนี้ใช้ได้ครับ) ได้รู้จักมักจี่กับพระราชาและพระมเหสี จนได้รับความเคารพนับถือจากราชสำนักมากเพราะแกมีฤทธิ์เดช เหาะเหินได้ โดยไม่ต้องพึ่งบริษัทการบินใดๆ

ทุกเช้าแกจะเหาะมาฉันในวัง แล้วเหาะกลับไปยังที่อยู่ของตนเป็นเช่นนี้เสมอมา

อยู่มาวันหนึ่ง พระราชาเสด็จไปปราบขบถที่จังหวัดชายแดนก่อนไปได้รับสั่งให้มเหสีดูแลท่านฤๅษีให้ดี ซึ่งพระนางก็ได้ปฏิบัติตามพระราชาบัญชาทุกประการ

เหตุการณ์ทำท่าจะเป็นไปด้วยดี แต่อยู่มาวันหนึ่งก็เกิดเหตุจนได้

เช้าวันนั้นพระราชินีเพิ่งเสด็จจากการสรงสนาน ทรงภูษาหลวมๆ ทรงสดับเสียงผ้าคากรองกระทบลมดังแกรกกรากๆ ทรงทราบว่าท่านฤๅษีกำลังเหาะมา (ฤๅษีไม่ใช้ผ้าจีวรเหมือนพระนะครับ ใช้เยื่อไม้บางๆ แทน เรียกว่าผ้าคากรอง) อารามรีบด้วยความตกพระทัย ผ้านุ่งผ้าถุงเลยหลุดพอดิบพอดีกับสายตาของหลวงพ่อพระครู…เอ๊ย! ขอโทษ ท่านฤๅษีเหลือบมาเห็นเข้า

“โอ้โฮ! อะไรนั่น ช่างเต่งตึงอะไรอย่างนั้น”

ตะลึงแลเพลินจนลืมตัวตบะแตกหล่นตุ้บลงมาทันที เป็นชู้เมียเจ้าเมือง ณ วันนั้นเอง พอเสร็จกิจก็มีอันต้องเดินกลับ ไม่มีแรงเหาะอีกต่อไป

ขนาดมีฤทธิ์เหาะได้ยังหล่นลงดินอย่างไม่เป็นท่า ฌานนั้นเสื่อมได้ ถ้าหากขาดการสำรวมระวัง เช่นฤๅษีตนนี้

วิทยาธรหญิงทั้งๆ ที่เขามีมนต์ เขายังต้องใส่ปีกหางกันเหนียวไว้ เผื่อว่ามนต์เสื่อมจะได้อาศัยปีกหางแทน

ในอรรถกถาธรรมบท ซึ่งเป็นคัมภีร์สำคัญทางพุทธศาสนาเล่มหนึ่ง มีเล่าถึงวิทยาธรแทรกอยู่ในตอนหนึ่งว่า

เศรษฐีเมืองพาราณสีคนหนึ่งมีธิดาสาวสวยอายุ 16 ปี บิดาหวงมาก จึงให้อยู่บนปราสาทชั้นที่ 7 ไม่ให้ออกไปไหน วันหนึ่งนางกลุ้มใจที่ไม่มีโอกาสไปเดินเที่ยวเยี่ยงคนอื่นบ้าง จึงเปิดหน้าต่างรับลมอยู่บนห้องชั้นบน พอดีวิทยาธรตนหนึ่งเหาะผ่านมาเห็นเข้า จึงลอบเข้าทางหน้าต่างได้เสียกันอย่างลับๆ จนนางตั้งครรภ์คลอดลูกออกมาแล้วนึกอายชาวบ้าน จึงสั่งให้คนใช้นำบุตรไปลอยทิ้งน้ำ

บังเอิญเด็กเกิดมามีบุญวาสนา หญิงคนหนึ่งนำไปเลี้ยงไว้ เมื่อเจริญเติบโตขึ้นได้กลายเป็นเศรษฐีคนสำคัญของเมืองนั้นในเวลาต่อมา

บทความก่อนหน้านี้เริงโลกด้วยจิตรื่น : แข็งแกร่ง ด้วย‘ความรู้สึกผิด’ : โดย จันทร์รอน
บทความถัดไปที่เห็นและเป็นไป : สะท้อนจาก‘เลือกตั้งท้องถิ่น’