สวยสับฉบับ “รักษ์โลก” แฟชั่นเพื่อคนหัวใจ อีโค่

สวยสับฉบับ “รักษ์โลก” แฟชั่นเพื่อคนหัวใจ อีโค่

ต้องบอกเลยว่ากระแสรักษ์โลกกำลังมาแรงแซงระบบ 5G ของจริง เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนใครต่อใครก็ใช้แต่ของอีโค่เต็มบ้านเต็มเมืองกันไปหมด โดยอุตสาหกรรมและธุรกิจหนึ่งที่เห็นได้อย่างเด่นชัดก็คือ “กลุ่มธุรกิจแฟชั่น”

โดยเฉพาะในรูปแบบ Sustainable Fashion หรือการสร้างสรรค์เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ที่เน้นไปสู่การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งไม่ว่าจะแบรนด์เล็กแบรนด์ใหญ่ ต่างก็หันมาให้ความสำคัญกันอย่างถ้วนหน้า แถมยังทำให้เกิดความฮอตฮิตติดเทรนด์ กลายเป็นกระแสด้านบวกไปทั่วโลกเลยทีเดียว

เช่นเดียวกับ “หจก.รักษ์บ้านเรา สงขลา” ที่ผลิตเส้นใยเสื้อผ้าจาก “สับปะรด”

ปริยากร ธรรมพุทธสิริ กรรมการผู้จัดการ หจก.รักษ์บ้านเรา หรือติ๊ก เล่าว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา ในตลาดโลกมีความต้องการสินค้าที่ผลิตจากเส้นใยที่ผลิตจากธรรมชาติ ลดการใช้สารเคมีและสิ่งปรุงแต่งต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งผู้บริโภคคำนึงถึงเส้นใยที่ได้จากธรรมชาติและไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อโลกในอนาคต ทำให้ธุรกิจสิ่งทอที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เห็นว่าใยสับปะรดเป็นเส้นใยหนึ่งที่มีความน่าสนใจ จึงได้นำมาต่อยอดด้วยการผลิตเป็นเส้นใยผ้า ซึ่งการพัฒนาครั้งนี้ ทำให้เกิดการเพิ่มมูลค่าให้กับเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ช่วยให้สามารถแข่งขันได้กับเส้นใยลินิน ที่มีการส่งเสริมการปลูกในกลุ่มยุโรปและอเมริกา สร้างให้เกิดการผลิตเพิ่มมากขึ้นในระดับภูมิภาค และนอกจากจะช่วยลดการนำเข้าแล้ว ยังสร้างความยั่งยืนในด้านวัสดุเส้นใยธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง

“เส้นใยผ้าจากสับปะรดถือเป็นเส้นใยที่มีคุณสมบัติดีมาก มีความแข็งแรงทนทานอันดับต้นๆ ของโลก ไม่ขาดง่าย ไม่จำเป็นต้องรีด สามารถต่อต้านแบคทีเรีย-เชื้อรา และดูดซึมสีได้เป็นอย่างดี สำหรับการนำสับปะรดมาถักทอเป็นเส้นใยเสื้อผ้านั้น จะใช้พันธุ์สับปะรดปัตตาเวีย ซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่นที่มีอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว โดยนำเศษเหลือทิ้งในส่วนของใบที่มีมากมายหลายพันกิโลกรัมต่อไร่

“ซึ่งของเสียเหล่านี้เป็นภาระต่อเกษตรกรผู้ปลูกมารีดให้เป็นเส้นใย ซึ่งการแปรรูปดังกล่าว ได้ช่วยสร้างตลาดใหม่ของผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ให้สามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์จากเส้นใยอื่นๆ ทั้งยังแตกหน่อเป็นสินค้าได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า รองเท้า ชุดสำเร็จรูป สร้างมูลค่าได้ในตลาดผู้ที่ชื่นชอบสินค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) สร้างอาชีพให้กับคนในพื้นที่และคนในเรือนจำ (เนื่องจากมีการนำเส้นใยดังกล่าวให้คนในเรือนจำได้ทำเป็นกิจกรรมและฝึกวิชาชีพ) และยังช่วยลดสิ่งของเหลือทิ้งที่อาจยากต่อการกำจัด และตอบกระแสเศรษฐกิจสีเขียวได้เป็นอย่างดี”

ปริยากรฝากข้อคิดทิ้งท้ายว่า คำว่านวัตกรรม จริงๆ แล้วอยากให้ทุกคนเปลี่ยนมุมมองว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่มีความซับซ้อน หรือเป็นเรื่องที่ยาก ต้องใฝ่หาความรู้หรือเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาใช้ในการประกอบธุรกิจ หากแต่เป็นสิ่งใหม่ที่ยังไม่มีใครทำหรือมีคนทำน้อย แต่สิ่งนั้นทำแล้วจะต้องก่อให้เกิดความแตกต่าง เกิดมูลค่า ทำไปได้ในระยะยาว

“อยากให้มองว่าภูมิปัญญาชาวบ้าน ก็เป็นศาสตร์หรือนวัตกรรมประเภทหนึ่ง ที่หากนำมาปรุงแต่งกับองค์ความรู้ใหม่ๆ ก็ยิ่งทำให้เกิดวิธีการใหม่ๆที่ดีหรือมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นอาวุธสำคัญ ที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ควรนำมาปรับใช้ เพื่อสร้างทางรอดและความยั่งยืนให้กับธุรกิจในอนาคต” ปริยากรกล่าว

บทความก่อนหน้านี้ทรัมป์ลุ้น-ลุ้นทรัมป์
บทความถัดไปรู้ทัน ‘กาสิโนออนไลน์’ จุดเสี่ยงสร้าง ‘นักพนัน’ ใกล้ตัว