เด็กหญิงเล่าละเอียด วินาทีถูกล่อซื้อ กระทงลิขสิทธิ์ รับเข็ด ‘เลิกทำค่ะ กลัวมาก’

เด็กหญิงเล่าละเอียดวินาทีถูกล่อซื้อ กระทงลิขสิทธิ์ รับเข็ด “เลิกทำค่ะ กลัวมาก”

  จากกรณีเด็กหญิงวัย 15 ปี นักเรียน จ.นครราชสีมา หารายได้พิเศษ ประดิษฐ์กระทงขนมปังขาย ซึ่งปกติทำเป็นลายดอกไม้ แต่ถูกคนติดต่อมาสั่งทำกระทงรูปการ์ตูนดัง พอไปส่งของกลับถูกจับข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ก่อนถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ล่อซื้อ พูดข่มขู่ เรียกเงิน 50,000 บาท เจรจาต่อรองจ่าย 5,000 บาท เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ในรายการโหนกระแส ได้นำเรื่องดังกล่าวมาพูดคุย โดยมี “น้องอุ้ม” (นามสมมุติ) เด็กหญิงที่ถูกล่อซื้อ มาพร้อมคุณพ่อคุณแม่ และ “ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์” ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น   ปกติ ทำกระทงอะไร? อุ้ม : “กระทงขนมข้าวโพดค่ะ ปกติทำกระทงแบบนี้ขายตามเฟซบุ๊กค่ะ ขาย 29 บาทค่ะ ใครสั่งก็ทำค่ะ” ประเด็นที่มันเกิดขึ้น มันเกิดอะไรขึ้น? อุ้ม : “หนูลงเฟซแล้วมีพี่คนนึงทักมาหาหนู ว่ามีสินค้านี้อยู่มั้ย หนูบอกว่ามีค่ะ เขาบอกว่ามีรูปให้ดูมั้ย หนูเลยส่งรูปไปให้ดู” รูปอะไร? อุ้ม : “รูปในเพจในเฟซต่างๆ เราไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน หลังจากนั้นพี่เขาก็สั่งคุมะ 10 อัน การ์ฟิลด์ 10 อัน แล้วมินเนียน 5 คิตตี้ 5” เฟซไม่ได้ติดต่อมาแค่เฟซเดียว ติดต่อมากี่เฟซ? อุ้ม : “3-4 เฟซค่ะ ทุกคนสั่งแบบนี้เหมือนกัน ในวันเดียวค่ะ  หนูทำตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงตีหนึ่งตีสอง ของวันที่หนึ่งถึงวันที่สองค่ะ เขานัดรับวันที่สาม เขานัดหนูไปหน้าคลัง พี่เขาบอกว่าให้ไปประตูชุมพล ย่าโม พี่เขาก็เรียกหนูเข้าไป เสร็จปั๊บพี่เขายื่นเงินให้หนู 500 บาทแล้วก็เดินหนีหายไปเลย” เป็นผู้หญิงหรือชาย? อุ้ม : “ผู้หญิงค่ะ ทั้งหมด 510 เขาโอนมัดจำมาให้ก่อน 200 บาท เขายื่นให้ 500 บาทแล้วก็ไปเลย แล้วก็มีคนมารุมจับหนู ประมาณ 5-6 คนได้ค่ะ เขาดักหน้าดักหลังล้อมเอาไว้เลยค่ะ ตรงประตูชุมพล ไม่ให้ไปไหนแล้วก็ถ่ายรูปหนู ให้หนูไป สภ.เมืองค่ะ” คนนี้เป็นใคร? อุ้ม : “เป็นคนข่มขู่แม่หนูค่ะ เรียกเงิน 5 หมื่นถึง 4 แสนบาท เขาก็พาหนูไปห้องมืด มีพี่ๆ เขาที่เป็นลิขสิทธิ์ 4-5 คนได้ อยู่ในห้องเดียวกันกับหนู ให้หนูเซ็นรับสารภาพ แล้วเอาโทรศัพท์หนูไปคุยกับแม่ และข่มขู่แม่” เขาพาไปไหน? อุ้ม : “สภ.เมืองค่ะ ตอนไปจับมี ตร.ด้วยหนึ่งคนค่ะ” เขามีเอกสารมาแสดงตัวมั้ยว่าจับลิขสิทธิ์? อุ้ม : “มีค่ะ แต่เขาไม่ได้ให้หนูดูค่ะ เขาก็พาหนูไปสัมภาษณ์ที่ห้องมืด เป็นห้องปิดตาย มีแค่ประตูหน้าประตูเดียว ที่สภ.ค่ะ เหมือนห้องสืบสวน เขาก็ถามว่ารู้มั้ยว่ามันผิด หนูก็ตอบว่าไม่รู้ ร้องไห้อย่างเดียว เสียความรู้สึกมาก ไม่เคยเจอแบบนี้”   เห็นตอนแรกเขาบอกให้พาพ่อแม่ไปด้วย? อุ้ม : “ใช่ค่ะ หนูเลยบอกว่าแม่ท้อง พ่อทำมาหากิน เขาบอกว่าให้พามาด้วยเผื่อช่วยยกของ” เขาสอบปากคำเสร็จ เป็น ตร.หรือเปล่าที่สอบ? อุ้ม : “ไม่ใช่ค่ะ” ใช้พื้นที่ตรงนั้นได้เหรอ? เดชา : “ไม่ได้ เป็นการกระทำโดยมิชอบตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว ไปจับก็ต้องตร.สิ เขามีอำนาจอะไรไปจับ คนธรรมดาจับกันเองไม่ได้ ตร.ต้องจับเอง เขาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ก็ไม่มีอำนาจจับ เพราะฉะนั้นไปที่โรงพักแล้วเป็นเรื่องตร. พวกนี้เป็นด็กเป็นเยาวชน การสอบสวนต้องมีสหวิชาชีพ ตร. ต้องสอบสวน ไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ มันทำไม่ได้เลย ผิดกฎหมายทุกขั้นตอน” หนูโทรหาแม่ แม่ว่าไง? อุ้ม : “หนูกลัวมาก เขาข่มขู่ว่าหนูจะไม่ได้เรียน จะติดคุก หนูก็บอกว่าหนูขอโทษค่ะ หนูไม่รู้จริงๆ เขาจะเอาหนูติดคุก ถ้าไม่ยอมเสียเงินให้ เขาก็โทรไปหาแม่หนู” เฟซที่สั่งมา น้องรู้ได้ไงว่าเป็นคนเดียวกัน? อุ้ม : “หนูบอกว่าขอเลื่อนเป็นอีกวันได้มั้ย พอถูกจับก็เฟซไปบอกว่าขอเลื่อนได้มั้ย หนูมีปัญหานิดหน่อย เขาก็บอกว่ายกเลิกค่ะ ฉันเป็นคนจับกุมเอง” เดชา : “ก็เหมือนหลอกเด็กนี่แหละ ไปล่อซื้อเขาให้เขาทำ แบบนี้ไม่เรียกผู้เสียหาย ศาลฎีกาก็เคยตัดสินมาแล้ว เขาไม่มีอำนาจไปจับกุมอะไร เพราะคุณสั่งให้เขาทำกระทงละเมิดลิขสิทธิ์” แม่ทราบเรื่องเป็นไง? แม่ : “ก็รีบไปที่โรงพัก แต่ก่อนหน้านั้นเขาโทรมาแจ้ง ก็ถามว่าลูกโดนข้อหาอะไร เขาก็บอกว่าคุณแม่ต้องเตรียมเงินมา 5 หมื่นถึง 4 แสนนะ เขาพูดถึงพ.ร.บ. กฎหมายอะไรสักอย่าง เขาบอกว่ากรณีนี้สามารถตกลงกันได้ ก็เลยไปนั่่งตกลงกัน” ที่ไหน? แม่ : “เหมือนร้านกาแฟ อยู่หน้าห้องสืบสวน น้องก็อยู่ด้วยค่ะ” พาน้องไปไหนก็ได้เหรอ? เดชา : “ทำไม่ได้ แสดงว่ามีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจหรือเปล่า” แม่ : “คนที่เขาโทรมาข่มขู่ ก็ถามว่า ลำพังตัวน้อง ก็ไม่รู้ว่าเป็นลายลิขสิทธิ์ แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาบอกคุยกันได้ ทีนี้หนูบอกว่าหนูไม่มีเงิน ขอสัก 3-5 พันได้มั้ย เขาบอกว่าอย่างน้องขั้นต่ำก็หมื่นนึง หนูเลยบอกว่าหมื่นนีงหนูไม่มีให้หรอก หนูมีแค่ 5 พัน ไหนหนูต้องคลอดลูกอีก ก็ต้องเก็บเงินไว้ ไปๆ มาเขาเปลี่ยนคนมาคุย มาตกลง หายไปสักพัก หนูเลยบอกว่าหนูมีแค่ 5 พัน หนูไม่มีมากไปกว่านี้แล้ว ถ้าตกลงกันไม่ได้ในเงิน 5 พัน หนูก็ยอมให้ลูกหนูติดคุก สักพักหนูเดินมาบอกลูกว่าถ้าทำผิดก็ต้องยอมรับนะ ต้องติดคุกไปนะ ลูกก็ร้อง บอกว่าไม่เป็นไรแม่ หนูติดคุกก็ได้” หนูพูดอย่างนั้นเหรอ? อุ้ม : “ใช่ค่ะสงสารแม่ แม่กำลังท้องอยู่ด้วย หนูเสียใจมากเลยค่ะ(เสียงสั่นเครือ) หนูไม่รู้จะทำยังไงดี เขาข่มขู่จะไม่ให้หนูเรียนด้วย” แม่ : “หนูก็เดินไปห้องสอบสวน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยไกล่เกลี่ยว่าคดีความแบบนี้สามารถไกล่เกลี่ยได้ สามารถถอนแจ้งความได้ นั่งสักพักนึง เจ้าหน้าที่บอกว่าให้ออกไปคุยกับเจ้าหน้าที่ลิขสิทธิ์อีกทีนึง” ทำไมตร.มาบอกให้ไปคุยอีกที? เดชา : “เขาห้ามตำรวจเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ แม่ : “เหมือนเขาเห็นหนูร้อง ก็เลยบอกว่าให้ไปคุยกับเขาอีกที เรื่องพวกนี้สามารถตกลงกันได้” คุณแม่ออกไปคุยมั้ย? แม่ : “ออกไปคุยข้างหน้าห้องสอบสวน ก็เจอคนที่โทรมาหาแม่นี่แหละค่ะ ก็บอกว่ามี 5 พันจริงๆ หนูขอเถอะ ให้กราบเท้าก็ยอม เขาบอกว่าไม่ได้ เขาก็พูดดีขึ้นค่ะ เขาก็บอกว่าให้ตากลับไปก่อน หนูก็ถามว่าทำไมต้องให้ตากลับไปก่อน เขาบอกไม่ถูกโฉลกกันเดี๋ยวพูดไม่เข้าหูเขา” ตาทำอะไร? แม่ : “เป็นตำรวจปลดเกษียณไปแล้ว” ตาจะรู้ข้อกฎหมาย พอตายืนอยู่ด้วย พวกลิขสิทธิ์บอกให้กลับไป สุดท้ายตากลับมั้ย? แม่ : “ตายอมกลับค่ะ เสร็จปุ๊บหนูก็อยู่ในห้องสอบสวน เขาก็มาเอาเงิน 5 พันบาทและถอนแจ้งความเลย” พ่อทนเรื่องนี้ไม่ได้ เลยลงเฟซบุ๊ก? พ่อ : “เรื่องเงินไม่เสียใจเท่ามาจับลูก ลูกเล่าให้ฟังตกใจเลย เจ้าของลิขสิทธิ์มาล้อมจับ มีคนเดินผ่านไปผ่านมา ย่าโม เขาก็เห็น ตะโกนถามว่าทำอะไรกัน จับทำไม เขาก็บอกว่าจับลิขสิทธิ์ ชูรูปกระทงขึ้นมา คนถามว่ากระทงแบบนี้จับด้วยเหรอ เขาก็ไม่พูดอะไร เหตุการณ์นี้ร้ายแรง ตกใจทั้งครอบครัว” เรื่องนี้มีสิทธิ์มั้ยถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์เขาจ้างคนดูแลลิขสิทธิ์ตามจับได้? เดชา : “ได้แต่ต้องไปลงประจำวันก่อนนะ ไม่ใช่อยู่ดีๆ ไปล่อซื้อแล้วไปจับ ถ้าอย่างนี้ไม่ใช่ผู้เสียหาย ดำเนินคดีไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงิน” ต่อสายหา “คุณนุสรา กาญจนกูล” รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กรณีนี้ สรุปแล้วการ์ฟิลด์แบบนี้ไปล่อซื้อให้เขาทำแล้วไปจับ ทำได้เหรอ? นุสรา : “ถ้าเป็นตามข้อเท็จจริงที่ว่าเป็นการล่อซื้อโดยผู้เสียหายหรือเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเป็นเด็ก เคยมีแนวฎีกาบอกเอาไว้หลายเรื่อง ว่าไม่ถือว่าผู้เสียหายเป็นผู้เสียหายในทางกฎหมายหรือนิตินัย การร้องทุกข์กล่าวโทษจะทำไม่ได้ แต่ถามว่าตัวการ์ฟิลด์เป็นงานลิขสิทธิ์มั้ยต้องตอบว่ามี ก็อยากฝากว่าบรรดาน้องๆ หรือลูกค้าท้ั้งหลาย ถ้ามีคนมาให้ทำผลิตสินค้าอะไรก็ตามที่ดูแล้วเป็นงานลิขสิทธิ์ ก็ขอให้เช็กสักนิดนึง โดยเฉพาะทำเยอะๆ เพราะอาจเป็นไปได้ว่าไม่ใช่เจ้าของสิทธิ์เอง ถึงแม้ไม่มีการล่อซื้อ แต่ถ้าวันหลัง ก็อาจมีส่วนในการกระทำการละเมิดโดยเราไม่มีเจตนา หรือไม่รู้ตัว ก็ฝากให้ระวังไว้ด้วย” ท่านบอกควรจะฟ้องกลับเหรอ? นุสรา : “ไม่ได้บอกว่าควรฟ้องกลับแต่บอกว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะดำเนินการ” ฟ้องกลับได้มั้ย? เดชา : “ถ้าข้อเท็จจริง เป็นลักษณะใช้ให้เด็กทำผิดแล้วมาล่อจับ แล้วบีบบังคับเอาเงิน เขาเรียกกรรโชก คุก 5 ปี”   เห็นว่ามีอีกที่โดน? แม่ : “ก็ชุดเดียวกันค่ะ จังหวัดเดียวกันค่ะ หลอกแบบน้องนี่แหละค่ะ ผู้เสียหายมากกว่า 20 คน” เดชา : “รวมตัวเลย แสดงว่าทำเป็นอาชีพ รวมตัวแจ้งความเลย แบบนี้ก็กรรโชก” เขาบอกจะเอาเงินมาคืน ประสานมาหรือยัง? แม่ : “ประสานมาแล้วค่ะ 5 พันค่ะ” บอกเขาได้มั้ยไม่ต้องเอามาคืน เดี๋ยวผมจ่ายให้เอง? แม่ : “หนูก็คิดว่าถ้าเขาจะคืนหนูคงไม่ขอรับค่ะ เป็นคติเตือนใจว่าเราผิดพลาดตรงไหน อยากให้เอาไปทำบุญดีกว่า” 5 พันไม่ต้องเอาคืนเดี๋ยวจ่ายให้ ฟังแล้วขึ้น? เดชา : “ไม่รู้เจ้าของลิขสิทธิ์เขารู้มั้ยว่ามาจับ ไม่ใช่ตัวแทนนะ” เจ้าของติดต่อมามั้ย? แม่ : “ไม่ทราบเหมือนกัน” เดชา : “ถ้าเขารู้คงไม่ให้ทำหรอก ภาษาทั่วๆ ไปเขาเรียกว่าตบทรัพย์ ไปใช้ให้เขาทำ พอเขาทำปุ๊บก็จับ แบบนี้เรียกว่าเป็นมิจฉาชีพได้” เจอคนโดนแบบนี้หรือยัง? อุ้ม : “มีติดต่อมา บอกว่าพี่ก็โดนเหมือนกัน โดนเรียกมากกว่านี้เป็นหมื่นเลย  เขาก็ยอมจ่ายเพราะถูกข่มขู่ บอกว่าถ้าไม่จ่ายตรงนี้ 5 หมื่นก็ต้องขึ้นศาลจ่าย 5 แสน พี่เขาเพิ่งทำได้ 10 วันก็โดนจับ ล่อซื้อเหมือนหนูเลย แล้วขอเปลี่ยนลายก็ไม่ให้เปลี่ยน” เดชา : “แบบนี้เป็นภัยสังคมเลย” จะฟ้องกลับมั้ย? แม่ : “จริงๆ หนูไม่อยากให้ฟ้อง อยากให้เรื่องจบ เพราะลูกหนูก็ต้องเรียนหนังสือ ไม่อยากให้ลูกอายเขา กลัวคนมาว่า” ไม่สั่งสอนหน่อยเหรอ จะได้ไม่ทำแบบนี้กับคนอื่นอีก? พ่อ : “ถ้ามีหน่วยงานก็ทำได้เลยครับ พวกผมก็สะเทือนใจมากอยู่แล้ว ก็ยินดีให้ความร่วมมือ” เดชา : “ไม่จำเป็นต้องมีใครแจ้ง เป็นอาญาแผ่นดิน สอบสวนดำเนินคดี ส่งฟ้องได้เลย” เลิกทำมั้ย? อุ้ม : “เลิกทำค่ะ กลัวมาก”    

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon