09.00 INDEX ​​​สัญญาณ ต่อรอง ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ คิดนึก ตรึกตรอง

ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันของพรรคประชาธิปัตย์ในตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์ในการแก้ไขเพิ่ม เติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560

​ไม่ว่าจะเป็นการเสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามาพร้อมกับความหนักแน่นในลักษณะอันเป็น”มติ”ของพรรค

นี่คือ สัญญาณอันแหลมคมยิ่งในทางการเมือง

​ไม่เพียงแต่จะตอกย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์เอาจริงในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากแต่ยังใช้เงื่อนไขและสถานะที่พรรคประชาธิปัตย์ มีความสำคัญเป็นเครื่องมือในการต่อรอง

​สังคมกำลังเฝ้ามองท่าทีของพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นพิเศษ ในที่สุดแล้วยังจะประนีประนอมและผ่อนปรน

​ผ่อนปรนเหมือนกับตำแหน่ง”ประธานสภาผู้แทนราษฎร”หรือไม่

เวลาจากเดือนพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พรรคพลังประชารัฐคงสามารถสรุปบทเรียนได้ระดับที่แน่นอน หนึ่งว่า

​การยอมถอยของ นายสุชาติ ตันเจริญ เพื่อเปิดทางให้กับ นายชวน หลีกภัย นั้นผลในทางการเมืองเป็นอย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รู้ดีที่สุด

​รู้ดีเมื่อประสบเข้ากับ”กระทู้ถามสด” รู้ดีเมื่อประสบเข้ากับญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ รู้ดีเมื่อประสบเข้ากับหนังสือจากประธานคณะกรรมาธิการ

คำถามอยู่ที่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะต้องยินยอม”ถอย”ให้กับตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 อีกหรือไม่

​นี่คือโจทย์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำต้องคิดหนัก

ถามว่าท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์เช่นนี้เป็นการแสดงความกระด้าง กระเดื่องในทางการเมืองหรือไม่

อาจใช่ แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาในทางการเมือง

​เพราะว่าการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์มาพร้อมกับเงื่อนไขต่อรอง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็น”เงื่อนไข”หนึ่งของพรรค ประชาธิปัตย์

​การยืนยันโดยมี 53 ส.ส.เป็นเครื่องมือจึงเป็นสิทธิอันชอบที่พรรค ประชาธิปัตย์มีความจำเป็น

​คำถามอยู่ที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะยอมหรือไม่

บทความก่อนหน้านี้หญิงขี่จยย.เลี้ยวชนรถตู้ก่อนโดนทับดับย่านตลาดดินแดง
บทความถัดไปจ่อเชิญกรมเจ้าท่า–กรมบัญชีกลางชี้แจงใช้งบ 60 ล้านสร้างเขื่อนกันคลื่นทับสะแกนานเกือบ 3 ปี ไม่คืบหน้า