มาสด้า CX-8 ใหม่ 7 ที่นั่ง ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้าน

รายงานข่าวจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ร่วมกับ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น แจ้งว่า มาสด้าแนะนำ มาสด้า ซีเอ็กซ์-8 (Mazda CX-8) ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์เอสยูวีระดับพรีเมียมแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของรถยนต์นั่ง ขุมพลัง 2 เครื่องยนต์ สกายแอ๊กทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร และสกายแอ๊กทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร รับประกันคุณภาพและฟรีค่าแรงนาน 5 ปี วางราคาจำหน่ายเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า มาสด้ากำลังจะสร้างเซ็กเมนต์ใหม่ขึ้นมาในประเทศไทย คือรถอเนกประสงค์เอสยูวีระดับพรีเมียมแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง มาสด้า CX-8 กลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือกลุ่มนักบริหารระดับสูง นักธุรกิจ เจ้าของธุรกิจ ตลาดรถยนต์นับตั้งแต่ปี 2558 จนถึงครึ่งปีงบประมาณ 2562 จากผลสำรวจความต้องการของผู้ซื้อรถอเนกประสงค์แบบ 7 ที่นั่ง ส่วนใหญ่มาจากโครงสร้างพื้นฐานของรถกระบะ หรือ พีพีวี และเมื่อรวมกับ ซี-เอสยูวี (C-SUV) แบบ 7 ที่นั่ง นับว่ามีสัดส่วนการขายสูงเป็นอันดับที่ 3 หรือคิดเป็น 8.2% ของปริมาณการขายรถยนต์ทั้งหมด เนื่องจากพื้นที่ภายในเหมาะกับการใช้งานสำหรับครอบครัว แม้ว่ารถพีพีวีจะมีสัดส่วนการขายสูงถึงร้อยละ 88.8% ของปริมาณการขายรถอเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง ทั้งหมด แต่จากผลสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าสนใจซื้อรถอเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง พบว่า รถพีพีวีไม่คล่องตัวสำหรับการขับขี่ในเมือง ผนวกกับช่วงล่างสไตล์รถกระบะ และความสูงของรถส่งผลต่อความสะดวกในการขึ้นลงรถของผู้สูงอายุและเด็ก มาสด้า CX-8 จะเข้ามาเติมช่องว่างดังกล่าว

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวว่า CX-8 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมแบบ 3 แถว (New Era of 3-Row Crossover SUV) เป็นอีกหนึ่งรุ่นเรือธงของมาสด้าในการสร้างเซ็กเมนต์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์เมืองไทย ด้วยการเป็นรถอเนกประสงค์ขนาด 6-7 ที่นั่ง พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของรถยนต์นั่ง ความกว้างขวางของห้องโดยสารรองรับจำนวนผู้โดยสารได้ 7 ที่นั่ง พัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่และความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับขี่กับรถ ยึดหลักการพัฒนาโดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-Centric Development)

CX-8 มาพร้อม 2 ทางเลือก ประกอบด้วย เครื่องยนต์สกายแอ๊กทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร (SKYACTIV-D 2.2) ปรับปรุงใหม่ พร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ต่อ 4,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ต่อ 2,000 รอบต่อนาที โดยในรุ่น เอ็กซ์ดีแอล เอ็กซ์คลูซีฟ (XDL EXCLUSIVE) มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ ไอ-แอ๊กทีฟ ออลวีลไดรฟ์ (i-ACTIV AWD) ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน ประหยัดน้ำมัน 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร

และเครื่องยนต์สกายแอ๊กทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร (SKYACTIV-G 2.5) ปรับปรุงใหม่ พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ ดูอัล-เอส-วีที (Dual S-VT) พัฒนาให้ตอบสนองดีขึ้น กำลังสูงสุด 194 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 258 นิวตัน-เมตร ต่อ 4,000 รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมัน 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร ทุกรุ่นยังมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ จี-เวคเตอริ่ง คอนโทรล (G-Vectoring Control) หรือ GVC ช่วยให้การควบคุมขับขี่ทำได้แม่นยำ

การออกแบบ ภายใต้ปรัชญา โคโดะ ดีไซน์ โซล ออฟ โมชั่น (KODO design : Soul of Motion) เน้นเรียบง่ายแต่งดงามจากคอนเซ็ปต์ เลส อีส มอร์ (Less is More) เพื่อลดทอนสิ่งไม่จำเป็นออกไป ให้ความสำคัญกับพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ความสะดวกสบาย สามารถรองรับการใช้งานจริงของผู้โดยสารในทุกตำแหน่งที่นั่ง มีรูปแบบของห้องโดยสารที่นั่งให้เลือก ทั้งแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง และแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง สำหรับห้องโดยสารแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง มาพร้อมเบาะที่นั่งแถวสองแบบ เอ็กซ์คลูซีฟ กัปตัน ซีท (Exclusive Captain Seat) 2 ที่นั่ง แยกซ้าย-ขวา ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกกับคอนโซลกลางเป็นทั้งกล่องเก็บของ ที่วางแก้วน้ำ ช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง และม่านบังแดดที่ประตูคู่หลัง

ส่วนห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง มาพร้อมกับเบาะที่นั่งแถวสองแบบ 3 ที่นั่งปรับพับแยกได้แบบ 60:40 พร้อมพนักวางแขน ที่วางแก้วน้ำ และช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง อีกทั้งเบาะที่นั่งแถวสามของทั้ง 2 แบบ รองรับผู้โดยสารที่มีความสูงได้ถึง 170 ซม. ปรับพับแยกได้อย่างแบนราบแบบ 50:50 มอบพื้นที่วางสัมภาระ การตกแต่งภายในห้องโดยสารเลือกใช้สีโทนเข้ม วัสดุตกแต่ง เรียล วู้ด (Real Wood) ผสมผสานกับสีเงินซาตินโครม มาพร้อมเบาะหนัง แนปป้า (Nappa) สีแดง ดีพ เรด (Deep Red) เส้นด้ายสีน้ำตาลเข้ม

สิ่งอำนวยความสะดวก เบาะนั่งในตำแหน่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง มาพร้อมระบบปรับเบาะดันหลังไฟฟ้า และระบบบันทึกตำแหน่งของเบาะ 2 ตำแหน่ง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ ไทร โซน (Tri Zone) พร้อมแผงควบคุมบริเวณเบาะนั่งแถวที่สอง ระบบเสียงคุณภาพ โบส (Bose) รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง รองรับการเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบ มาสด้า คอนเนคต์ (Mazda Connect) มาพร้อม แอปเปิล คาร์เพลย์ แสดงข้อมูลผ่าน เซ็นเตอร์ ดิสเพลย์ จอสีแบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ เซ็นเตอร์ คอมมานเดอร์ (Center Commander)

เทคโนโลยีความปลอดภัย ไอ-แอ๊กทีฟเซนส์ (i-Activsense) รอบคัน ช่วยคาดการณ์และส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุ

ระบบความปลอดภัยมีการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น ได้แก่ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring) และระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert)

นอกจากนี้ ยังมีระบบความปลอดภัยอื่นๆ อาทิ ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360 View Monitor), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Mazda Radar Cruise Control) อีกทั้งยังช่วยลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ขณะเดินทางไกล, ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ (Smart Brake Support) และระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced Smart City Brake Support) เพิ่มขีดความสามารถในการตรวจจับคนเดินถนน

มีให้เลือก 6 สี ดังนี้ สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal), สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray), สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl), สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black), สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue) และ สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver)

“มาสด้ามอบสิทธิพิเศษในช่วงเปิดตัวที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน เป็นต้นไป ฟรีค่าแรงการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 10 ครั้ง ทุก 6 เดือน หรือ ทุก 10,000 กม. ตั้งแต่ 10,000-100,000 กม. ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตามเงื่อนไขโปรแกรม มาสด้า แอด โพรเทคชั่น (Mazda Added Protection) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง มาสด้า พรีเมียม อินซูแรนซ์ (Mazda Premium Insurance) และอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1.99%” นายธีร์กล่าว และว่า มีให้เลือก 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น 2.5 S สกายแอ๊กทีฟ-จี 2.5 ลิตร จำนวน 7 ที่นั่ง ราคา 1,599,000 บาท รุ่น 2.5 SP สกายแอ๊กทีฟ-จี 2.5 ลิตร จำนวน 7 ที่นั่ง 1,699,000 บาท รุ่น XDL สกายแอ๊กทีฟ-ดี 2.2 ลิตร จำนวน 7 ที่นั่ง 1,899,000 บาท และรุ่น XDL EXCLUSIVE สกายแอ๊กทีฟ-ดี 2.2 ลิตร จำนวน 6 ที่นั่ง 2,069,000 บาท

อนึ่ง ตลาดรถพีพีวี ได้แก่ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์, อีซูซุ มิว-เอ็กซ์, มิตซูบิชิ ปาเจโรสปอร์ต, ฟอร์ด เอเวอเรสต์, เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ และ นิสสัน เทอร์ร่า ส่วน CX-8 เป็นรถยนต์นำเข้าจากประเทศมาเลเซีย

บทความก่อนหน้านี้ชาวนาจี้รัฐบาลประกาศชะลอการขายข้าว ฉุดราคา’ข้าวเหนียว-หอมมะลิ’ก่อนราคาเริ่มดิ่งเหว
บทความถัดไป“ASAP” โชว์รายได้ 9 เดือน พุ่งกว่า 2 พันล้าน ลุยเพิ่มฟลีทรถยนต์เช่า รับไฮซีซั่นท่องเที่ยว-100 เดียวฯ-วันธรรมดาราคาช็อกโลก และชิม ช้อป ใช้