อช.ทองผาภูมิสนธิกำลังผลักดันโขลงช้างป่า 30 ตัว บุกหากินในเขตชุมชน

เมื่อวันนี้ 16 พ.ย.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเจริญ ใจชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ(อช.)ทองผาภูมิ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยมี นายเกรียงไกร วิธินันทกิตต์ เป็นหัวหน้าชุด ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องที่ พร้อมราษฎร ชุดจิตอาสา หมู่ที่ 1, 2 ตำบลหินดาด ปฏิบัติงานคุ้มครองเฝ้าระวัง ติดตามสังเกตการณ์พฤติกรรมช้างป่าในท้องที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ผลปรากฏว่าเมื่อวันที่ 15 พ.ย.  เวลา 15.30 น. คณะเจ้าหน้าที่ติดตามสังเกตการณ์บริเวณป่าบ้านพุรางหมู หมู่ที่ 3 ตำบลพุล่อ ตรวจพบโขลงช้างป่า จำนวนประมาณ 30 ตัว บริเวณพิกัดที่ 47P 0468563E 1608690N กำลังออกจากป่ามุ่งหน้าเข้าหากินบริเวณป่าผาผึ้ง คณะเจ้าหน้าที่จึงสังเกตการณ์เตรียมผลักดัน แต่ปรากฏว่า ช้างป่าเริ่มแยกกระจายแบ่งเป็นกลุ่มละ 5-10 ตัว ในหลายช่องทาง จึงยังไม่สามารถทำการผลักดันได้

ต่อมาเวลา 18.30 น. คณะเจ้าหน้าที่และชุดเฝ้าระวังช้างป่า ได้เฝ้าระวังสังเกตการณ์ช้างป่า บริเวณบ้านวังหิน (ป่าผาผึ้ง) หมู่ที่ 1 ตำบลหินดาด บริเวณพิกัดที่ 47P 0468031 E 1610123 N ไม่พบช้างป่าออกหากินในบริเวณดังกล่าว

และเวลาประมาณ 21.00 น. ได้รับการแจ้งประสานว่า มีช้างป่าเข้าหากินในบริเวณบ้านหม่องกะลา (หลังวัดเขาแทงหมู) หมู่ที่ 2 ตำบลหินดาด คณะเจ้าหน้าที่และชุดจิตอาสาเฝ้าระวังจึงเข้าตรวจสอบ สังเกตการณ์บริเวณพิกัดที่ 47P 0467005E 1611845N ตรวจพบโขลงช้างป่า จำนวนประมาณ 20 ตัว กำลังหากินมุ่งหน้าไปทางวัดถ้ำหม่องกะลา จึงทำการผลักดันออกจากบริเวณดังกล่าวถึงบริเวณป่าหลังโบสถ์คริสเตียน บ้านวังหิน หมู่ที่ 1 ตำบลหินดาด บริเวณพิกัดที่ 47P 0469328E 1610312N โขลงช้างป่าได้แยกกระจายหลายจุด และบางพื้นที่มีสภาพป่ารกทึบจึงไม่สามารถติดตามผลักดันต่อไปได้ จึงเฝ้าระวังสังเกตการณ์เตรียมผลักดันในบริเวณดังกล่าว

กระทั่งเวลา 08.30 น. ของวันนี้ (16 พ.ย.62) คณะเจ้าหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบร่องรอยช้างป่า ซึ่งพบว่า ช้างป่าหากินหลบพักอาศัย บริเวณป่าบ้านพุราง หมู่ 3 บ้านพุล่อ ต.ลิ่นถิ่น อ.ทองผาภูมิ บริเวณพิกัดที่ 47P 0468702E 1608411N จำนวนประมาณ 30 ตัว ซึ่งอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ สำหรับพื้นที่มีหุบเขาหลายแห่งและสภาพป่ารกทึบช้างป่าสามารถใช้เป็นที่หลบพักอาศัยได้ ชุดเฝ้าระวังทั้งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่มีกำลังน้อยไม่สามารถแบ่งกำลังเฝ้าทุกพื้นที่ได้เนื่องจากช้างป่าแยกโขลงกระจายการเข้าหากินหลายแห่งในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่และชุดจิตอาสาเฝ้าระวังจะได้ร่วมกันผลักดันช้างป่าให้กลับเข้าป่า เพื่อป้องกันไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เสธ.โหน่ง’ ชวนชาวโคราชขับเคลื่อนแก้ไขร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร ถึงเวลาเลิกระบบเกณฑ์
บทความถัดไป‘แทมมี่’ ควงสาวดัตช์ผงาดแชมป์ ปิดศึกลูกสักหลาด ‘แคล-คอมพ์’