อดีตนักบอลทีมชาติ ฉายา ‘จิ้งเหลนไฟ’ แนะช้างศึก มีสติ ดวลเวียดนาม เชื่อไม่เหลือบ่ากว่าแรง

นายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร

อดีตนักบอลทีมชาติ ฉายา ‘จิ้งเหลนไฟ’ แนะช้างศึก มีสติ ดวลเวียดนาม เชื่อไม่เหลือบ่ากว่าแรง

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน นายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร อายุ 80 ปี นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ อดีตกองกลางทีมชาติไทยยุคปี 2501 – 2510 อดีตนักฟุตบอลทีมชาติ ไทยที่เคยไปเล่นในกีฬาโอลิมปิค เจ้าของฉายาจิ้งเหลนไฟ เปิดเผยว่า การพบกันระหว่าง ทีมชาติไทยในเกมบุกไปเยือน เวียดนาม ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี นัดที่ 5 ที่สนามมีดิ่ง สเตเดี้ยม ในคืนวันนี้

คาดว่าผลสกอร์อาจจะเสมอ 1- 1 หรือ 0-0 แต่โค้ชต้องเลือกนักเตะที่มีความฟิตที่สุดลงไปเล่น เพื่อให้ผู้เล่นมีความเร็วไล่บอลได้ครบ 90 นาที การคุมโซนต้องแน่น การจ่ายบอลต้องไม่เสียเปรียบ ต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นกองหลังบางคนจากเกมที่ไปเยือนมาเลเซีย ผู้ฝึกสอนควรเปลี่ยนแทคติคใหม่ จากการใช้เกมเพรสซิ่งให้ต่อเนื่อง ไม่ควรเสียประตูในช่วง 10 นาทีแรก และอย่าให้คู่แข่งเข้ามายิงประตูในระยะอันตรายติดต่อกัน สำคัญที่สุดต้องมีสติในการเล่น เพื่อควบคุมตัวเองภายใต้ความกดดันจากกองเชียร์คู่แข่ง ถ้าเสียบอลต้องวิ่งไล่ทันที ขณะที่ทีมชาติเวียดนามจะมีความเร็วและมีความฟิตมากกว่า

“ในมุมมองส่วนตัว ยังเชื่อว่าฝีเท้าทีมชาติไทยยังเหนือกว่า แต่อย่าวู่วาม เข้าบอลให้มีจังหวะ อย่าหวงลูก แล้วต้องระวังความเร็วของทีมชาติเวียดนาม สำหรับนิชิโนะเป็นโค้ชมืออาชีพ ควรวางรูปแบบการเล่นให้เหมาะสมกับนักเตะแต่ละตำแหน่ง โดยเฉพาะการใช้รูปแบบการเล่นออโตเมติคฟุตบอล ผมไม่ทราบว่าเวลาที่โค้ชอธิบายแผนการเล่น ล่ามที่แปลภาษาแปลได้ครบถ้วนหรือไม่ ขณะที่ควรมีโค้ชคนไทยเข้าไปแนะแนวทาง ในบางเรื่อง

“เพราะมีความคุ้นเคยกับนักฟุตบอลบางคนตั้งแต่อายุ 15 ปี และโค้ชอย่าเปลี่ยนตัวในนาทีที่ 85 ดูแล้วคนไหนฟอร์มไม่ดี ต้องรีบเปลี่ยนออก ในคืนนี้ขอให้นักเตะแรงดี วิ่งไม่มีหมด มีความมั่นใจแต่ไม่ประมาท จะไม่มีปัญหาเรื่องแรงกดดัน อย่าคิดอะไรมาก พยายามเล่นให้ดีที่สุด อย่างน้อยอย่าให้เสียแต้มถ้าชนะได้ก็ดี ผมเชื่อว่าถ้ารวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อทุ่มเทจริงๆ น่าจะไม่เหลือบ่ากว่าแรง” นายอัษฎางค์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เดินหน้าชน : ก้าว-ลดขยะพลาสติก : สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม
บทความถัดไปธพว.หั่นดอกเบี้ย 0.125% ช่วยเอสเอ็มอี –ประกาศลดดอกเบี้ยเงินฝาก 0.1% มีผล 15 พ.ย.