ธพส.อ่วมภาษีที่ดิน-จ่อขึ้นค่าเช่าศูนย์ราชการเอ-บี ตอกเสาเข็มโซนซีม.ค.63

 

นายนาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ธพส.อยู่ระหว่างขอขึ้นค่าเช่าพื้นที่ศูนย์ราชการโซนเอ และโซนบี เนื่องจากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเริ่มเก็บในปี 2563 ทำให้ธพส.ต้องจ่ายภาษีที่ดินสำหรับที่ดินราชพัสดุที่นำมาใช้ประโยชน์ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะรวม 150 ล้านบาท จากเดิมที่ไม่ต้องเสียภาษีดังกล่าว ซึ่งถ้าไม่สามารถเก็บค่าเช่าเพิ่มขึ้นอาจจะกระทบต่อผลการดำเนินการของธพส.

นายนาฬิกอติภัคกล่าวว่า  ในปีนี้คาดว่ามีรายได้ร่วม 3,500 ล้านบาทกำไร 290 ล้านบาท โดยในส่วนกำไรดีขึ้นจากปีที่ผ่านมาอยู่ระดับ 270 ล้านบาท อย่างไรก็ตามหากต้องจ่ายภาษีที่ดิน 150 ล้านบาท และยังไม่สามารถจัดเก็บค่าเช่าเพิ่มขึ้นได้ในปี 2563 อาจจะกระทบต่อกำไร ธพส.อาจลดต่ำลง ขณะนี้คณะทำงานอยู่ระหว่างการคำนวณว่าจะเพิ่มค่าเช่าศูนย์ราชการโซนเอ และโซนบี มีจำนวน 1 ล้านตารางเมตรเท่าใด

นายนาฬิกอติภัคกล่าวว่า  สำหรับศูนย์ราชการโซนซีขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมก่อสร้าง มีกำหนดตอกเสาเข็มในเดือนมกราคม 2563 คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมให้ส่วนราชการใช้พื้นที่ในปี 2566  โดยได้ประเมินเบื้องต้นว่าจะต้องขอขึ้นค่าเช่าอีก 15.61 สตางค์ต่อตารางเมตรต่อเดือน จากเดิมกำหนดไว้ 390 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ซึ่งมีส่วนราชการ 12 แห่ง ขอให้พื้นที่เรียบร้อยแล้ว

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับแปลงก่อสร้างศูนย์ราชการโซนซี เนื่องจากขยายพื้นที่จอดรถเพิ่มเป็น 4,300 คัน จากเดิม 4,000 คัน นอกจากนี้ อยู่ระหว่างการปรับระบบจราจรเพื่อแก้ปัญหาความแออัดการจราจร โดยจะมีการเชื่อมถนนเพิ่ม เช่น ถนนหมายเลข 8 เชื่อมวิภาวดีรังสิต หมายเลข 10 เชื่อมถนนประชาชื่น รวมถึงขยายประชาชื่นเป็น 4 เลนส์ นอกจากนี้กำลังเจรจากับการรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เพื่อให้ทำสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพูเข้ามาในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ”นายนาฬิกอติภัค กล่าว

นายนาฬิกอติภัคกล่าวว่า  สำหรับแผนการกู้เงินเพื่อมาก่อสร้างศูนย์ราชการโซนซีนั้นขณะนี้กู้เงินระยะสั้น 1 ปีจากธนาคารออมสินมาใช้เพื่อว่าจ้างที่ปรึกษาออแบบก่อสร้างในระดับร้อยล้านบาท ตามแผนต้องกู้เงินมาก่อสร้าง 2 หมื่นล้านบาท โดยในสถานการณ์ดอกเบี้ยขาลง การกู้เงินน่าจะเป็นทางออกที่ดี ส่วนการกู้ในลักษณะแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์(ซีเคียวรีไทร์)นั้นคงต้องอยู่กับนโยบายรัฐบาล และต้องขึ้นอยู่กับภาวะดอกเบี้ย ถ้าดอกเบี้ยขาขึ้นอาจจะเป็นต้องทำซีเคียวรีไทร์เพื่อล็อคอัตราดอกเบี้ยไว้  ดังนั้นต้องติดตามสถานการณ์ดอกเบี้ยในปีหน้าอีกครั้งก่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้1ธ.ค. ‘วันเอดส์โลก’ สธ.ตั้งเป้า ‘ไม่ติด-ไม่ตาย-ไม่ตีตรา’ ลดผู้ป่วยหน้าใหม่
บทความถัดไปกรมชลประทานวอนทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำเพียงพอตลอดฤดูแล้ง