สัญญาณจาก ‘มิดี้’ ยุโรป ยินดีต้อนรับ ‘ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์’ : โดย นฤตย์ เสกธีระ

รถปิกอัพ ‘ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์’ พลานุภาพ พลิกโลก ที่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย

“ตลาดรถยนต์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราต้องหมั่นลงไปเยี่ยมดีลเลอร์ เพื่อรับฟังเสียงจากพวกเขา แล้วนำเอาความต้องการของลูกค้ามาดำเนินการ จัดทำรุ่น Limited Edition เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า”

นายโรแบร์โต้ เบรนดาเกลีย กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทมิดี้และประธานบริษัทมิดี้ฝรั่งเศส บอกถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดการจัดจำหน่ายรถบรรทุกและรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์ในฝรั่งเศสและยุโรปเพิ่มขึ้น

วันนั้นวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่โรงแรมโฟร์ซีซัน กรุงปารีส นายโรแบร์โต้มาพร้อมกับเจ้านายของเขา นายจังคาร์โล่ มิรันโดล่า ประธานกลุ่มบริษัทมิดี้ เพื่อให้ความกระจ่างเกี่ยวกับการจัดจำหน่ายรถบรรทุกอีซูซุ และรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์ ให้กับ คณะผู้บริหารบริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด นำโดย นายโทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ นางปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ และ คณะสื่อมวลชนจากประเทศไทย

ผู้บริหารกลุ่มมิดี้ฯ ถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารบริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทย

กลุ่มบริษัทมิดี้ก่อตั้งโดย นายอัลโด้ มิรันโดล่า บิดาของนายจังคาร์โล่ เริ่มทำธุรกิจนำรถบรรทุกอเมริกันมาดัดแปลงเปลี่ยนเครื่องยนต์เบนซินเป็น CNG ในปี 1946 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง

นายจังคาร์โล่แนะนำธุรกิจของเขาให้ฟังว่า สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศอิตาลี คุณพ่อของเขาเป็นผู้ก่อตั้ง

“ตอนที่คุณพ่ออายุ 16 ปี ทำงานอยู่ศูนย์บริการรถ ต่อมาอีก 3 ปี อยากมีธุรกิจส่วนตัว และเริ่มทำธุรกิจโดยมีพนักงาน 19 คน”

บริษัทมิดี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งปี ค.ศ.1993 นายอัลโด้บิดาของนายจังคาร์โล่ เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นติดต่อกับบริษัทอีซูซุมอเตอร์ (ประเทศญี่ปุ่น) เพื่อนำรถบรรทุกอีซูซุมาจำหน่ายในยุโรป

ปีรุ่งขึ้นบริษัทมิดี้ได้รับสิทธิการจัดจำหน่ายรถบรรทุกอีซูซุ โดยเดือนกันยายน ค.ศ.1995 รถบรรทุกอีซูซุล็อตแรกเดินทางมาถึง

ต่อมาปี ค.ศ.1998 ได้สิทธิการจัดจำหน่ายรถปิกอัพของอีซูซุ

จนถึงปัจจุบันกลุ่มมิดี้เป็นตัวแทนการจัดจำหน่ายรถบรรทุกอีซูซุทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ใน 15 ประเทศ ประกอบด้วย อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน สวิตเซอร์แลนด์ บอสเนียเฮอร์เซโกวีนา เซอร์เบีย มาซิโดเนีย สโลวีเนีย โรมาเนีย โครเอเชีย โปแลนด์ สโลวาเกีย สาธารณรัฐเช็ก ฮังการี และมอนเตเนโกร

ส่วนรถปิกอัพนั้น กลุ่มมิดี้ได้รับสิทธิจัดจำหน่ายใน 8 ประเทศ คือ อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน สวิตเซอร์แลนด์ บอสเนียเฮอร์เซโกวีนา เซอร์เบีย มาซิโดเนีย สโลวีเนีย และโรมาเนีย

มีดีลเลอร์จัดจำหน่ายรถบรรทุกและรถปิกอัพอีซูซุรวม 258 แห่ง และยังมีดีลเลอร์ใหม่ที่สมัครเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ยังมีซับดีลเลอร์ที่จำหน่ายรถบรรทุกและรถปิกอัพอีซูซุ รวมกัน 122 ซับดีลเลอร์

รวมช่องทางการจัดจำหน่ายในยุโรป 380 แห่ง

แม้รถบรรทุกและรถปิกอัพอีซูซุจะนำเข้าไปประชันโฉมในตลาดรถยุโรปช้ากว่าอีกหลายยี่ห้อ แต่หลังจากเข้าไปทำตลาดผลตอบรับดีขึ้นเป็นลำดับ

เปรียบเทียบผลการจัดจำหน่ายระหว่างปี ค.ศ.2018 กับ ค.ศ.2019 ก็พอเห็นภาพ

การจัดจำหน่ายรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์ ปี ค.ศ.2018 ขายได้ 3,490 คัน ปีนี้คาดว่าขายได้ 3,756 คัน เพิ่มขึ้น 7.6 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่รถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ ปี ค.ศ.2018 ขายได้ 4,536 คัน ปีนี้คาดว่าจะขายได้ 6,000 คัน เมื่อรวมกับรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์แล้วขายได้ 9,756 คัน เพิ่มขึ้น 16.1 เปอร์เซ็นต์

เมื่อเทียบกับเป้าหมายที่อีซูซุเคยบอกไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ.2015 ที่อยากให้กลุ่มมิดี้ทำยอดจำหน่ายให้ได้ 10,000 คันต่อปี

ปีนี้ทำยอดขายได้ 9,756 คันต่อปีแล้ว

คาดว่าอีกไม่นานกลุ่มมิดี้จะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ในส่วนของฝรั่งเศสนั้น นายโรแบร์โต้ระบุว่า ฝรั่งเศสมี 99 จังหวัด ดีลเลอร์รถบรรทุก 1 รายอาจจะต้องดูแลหลายจังหวัด รวม 42 แห่ง สมัครใหม่อีก 9 แห่ง

ขณะที่ดีลเลอร์ปิกอัพนั้นมี 78 ดีลเลอร์ทั่วฝรั่งเศสดูแลการขายครอบคลุมเกือบทั่วประเทศ

นายโรแบร์โต้เล่าว่า บริษัทมิดี้ฝรั่งเศสได้จัดจำหน่ายไปยังเขตอาณานิคมของฝรั่งเศสด้วย ซึ่งอีซูซุในเขตอาณานิคมได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงจนยึดครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 หรือไม่ก็อันดับ 2 บนเกาะเหล่านั้น

แต่ถ้ามองเฉพาะรถปิกอัพในผืนแผ่นดินฝรั่งเศสมียอดการจดทะเบียนทั้งหมด 20,949 คัน ปีที่แล้วปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์มีส่วนแบ่งในตลาด 8.3 เปอร์เซ็นต์

กรณีนี้นายโรแบร์โต้บอกว่า ยังไม่น่าพอใจ

ต่อมา ประเทศฝรั่งเศสปรับกฎหมายใหม่เกี่ยวกับรถปิกอัพ 4 ประตูที่ต้องเก็บภาษี Co2 ทำให้ตลาดส่วนที่เป็นรถปิกอัพ 4 ประตูหายไปเกือบหมด

รถปิกอัพที่ขายจึงเหลือเพียง สเปซแค็บ และสแตนดาร์ดแค็บ ซึ่งรถปิกอัพอีซูซุมีทั้งสเปซแค็บ และสแตนดาร์ดแค็บ

ด้วยสมรรถนะที่ถูกใจคนยุโรป และเครื่องยนต์ของอีซูซุที่ได้มาตรฐานตามกฎหมายที่นั่น ในขณะที่รถบางยี่ห้อทำไม่ได้ ทำให้ยอดขายในปี ค.ศ.2019 ของรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์พุ่งขึ้นมา

และยึดกุมอันดับ 3 ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 12.8 เปอร์เซ็นต์ และเป้าหมายในขณะนี้คือรักษาส่วนแบ่งการตลาดเอาไว้ที่อันดับ 3 ก่อนจะทะยานให้สูงขึ้นต่อไป

ความหวังของนายโรแบร์โต้อยู่ที่ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ พลิกโลก” ที่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกในโลกในประเทศไทยไปเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา

ขณะที่รถบรรทุกมียอดจดทะเบียน 13,891 คัน ในจำนวนนี้อีซูซุขายรถบรรทุกได้ 3.83 เปอร์เซ็นต์ แต่ปีนี้รถบรรทุกอีซูซุขายได้มากขึ้น

จาก 3.83 เปอร์เซ็นต์ กลายเป็น 9.5 เปอร์เซ็นต์

สาเหตุหนึ่งที่ช่วยทำให้ยอดขายสูงขึ้นคือมีสินค้าใหม่ ซึ่งหมายถึงรถบรรทุกรุ่นใหม่ของอีซูซุ

มิน่าล่ะ นายโรแบร์โต้จึงพูดย้ำหลายครั้งว่าอยากได้รถปิกอัพ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ พลิกโลก ที่เพิ่งเปิดตัวในไทยไปจัดจำหน่ายที่ยุโรป

นายโรแบร์โต้บอกว่า เขาได้ดูรถปิกอัพออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่แล้วประทับใจ เพราะหรูหรามากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ ความหรูหราทำให้ลูกค้าได้นำไปใช้งานได้มากกว่าเดิม

นั่นคือ แทนที่จะใช้เฉพาะงานบรรทุกเพียงอย่างเดียว คนยุโรปยังนำไปใช้ในชีวิตประจำวันช่วงวันหยุดได้ ทำให้ขายใน นิช มาร์เก็ต (Niche Market) ได้มากขึ้น

นายโรแบร์โต้ยกตัวอย่างสเปกที่ถูกโฉลกกับนิสัยชาวยุโรป อาทิ สีสันของรถที่มีให้เลือกมาก เบาะที่นั่งเป็นหนังมีให้เลือก 2 สี ทั้งดำและน้ำตาล รวมทั้งสิ่งอื่นๆ อีกมากที่ลูกค้าชาวยุโรปต้องการ จึงคิดว่าปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์รุ่นใหม่นี้น่าจะทำตลาดได้ดี

ยิ่งเมื่อผนวกเข้ากับกลยุทธ์ของกลุ่มมิดี้ที่มีหลากหลายด้วยแล้ว ยิ่งทำให้กลุ่มมิดี้มองเห็นโอกาส

ความตั้งใจของกลุ่มมิดี้ที่อยากได้รถปิกอัพออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ พลิกโลก ไปจำหน่ายมีสูงมาก โดยบอกกับคณะผู้บริหารบริษัทตรีเพชรฯว่า ได้เลิกจำหน่ายรถยี่ห้ออื่นบางยี่ห้อ แล้วเคลียร์พื้นที่ ปรับโครงสร้าง ฝึกฝนกำลังพลให้มีความพร้อม เพื่อภารกิจจำหน่าย ออลนิว อีซูซุ ดีแมคซ์ พลานุภาพ พลิกโลกที่กำลังจะไปถึงยุโรป

แม้คาดกันว่ากว่าโรงงานผลิตจะสามารถผลิตรถอีซูซุดีแมคซ์รุ่นใหม่ไปให้ขายในยุโรปได้ก็ตกประมาณกลางปี ค.ศ.2020

แต่กลุ่มมิดี้เชื่อว่า ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์รุ่นนี้ จะเป็นตัวทำยอดจำหน่ายในปีหน้า

แม้ปีหน้าพวกเขาจะมีเวลาขายออลนิว อีซูซุรุ่นใหม่แค่ครึ่งปีหลัง แต่น่าจะเร่งสปีดยอดขายขึ้นมาได้อย่างไม่ยากนัก

นี่เป็นสัญญาณที่ดีจากตัวแทนจำหน่ายรถปิกอัพและรถบรรทุกอีซูซุรายใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป

ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ธรรมดาเลยสำหรับ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ พลิกโลก ที่เพิ่งเปิดตัวในไทยไปเมื่อวันก่อน

ข่าวสารการเปิดตัวในวันนั้นได้กระจายข้ามทวีปจากเอเชียไปยุโรป

กระทั่ง “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ พลิกโลก กลายเป็นรถปิกอัพรุ่นใหม่ที่ยุโรปรอคอย

บรรยากาศการบรรยายสรุปภายในห้องหลุยส์ที่ 13 โรงแรมโฟร์ซีซัน กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
นายโทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัทตรีเพชรฯ และนางปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการฯ มอบของที่ระลึกให้ผู้บริหารกลุ่มมิดี้

จาก อีซูซุดีแมคซ์ สู่ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์
พลานุภาพ พลิกโลก

พฤษภาคม 2545 “อีซูซุดีแมคซ์” (เจเนอเรชั่น 1) เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย

กันยายน 2550 แนะนำรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์” รุ่น Gold Series เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีการดำเนินธุรกิจอีซูซุในประเทศไทย

ตุลาคม 2551 แนะนำรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์” รุ่น Platinum พร้อมกล้องมองหลังครั้งแรกในวงการรถปิกอัพเมืองไทย

กันยายน 2552 แนะนำรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์” รุ่น Super Platinum พร้อมระบบเพื่อนนำทางอัจฉริยะ i-GENii ครั้งแรกในวงการรถปิกอัพเมืองไทย

พฤศจิกายน 2552 จัดงาน “อีซูซุดีแมคซ์ล้านคัน…ล้านความเชื่อมั่นในไทย เพื่อเฉลิมฉลองการจำหน่ายรถอีซูซุดีแมคซ์ 1,000,000 คันในประเทศไทย

กันยายน 2553 รถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์” รุ่น Super Titanium เพิ่มกล้องมองหน้า เป็นครั้งแรกในวงการรถปิกอัพเมืองไทย

ตุลาคม 2554 รถปิกอัพ “ออล-นิว อีซูซุดีแมคซ์” (เจเนอเรชั่น 2) เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย

กันยายน 2555 เฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี การแนะนำ “ออล-นิว อีซูซุดีแมคซ์” ในประเทศไทย ยอดจำหน่ายและยอดค้างส่งมากกว่า 2 แสนคันภายใน 1 ปี มากที่สุดในประวัติศาสตร์ 55 ปีของการดำเนินธุรกิจ

พฤศจิกายน 2558 แนะนำรถปิกอัพรุ่นใหม่ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ครั้งแรกในโลกที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 1900 ซีซี ในรถปิกอัพครั้งแรกในโลก

ตุลาคม 2562 รถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ พลิกโลก (เจเนอเรชั่น 3) เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย

นฤตย์ เสกธีระ

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กป้อม’ ย้ำผู้ว่าฯ 17 จว. เร่งแก้ปัญหาด่วนให้ปชช. มุ่งกระจายรายได้ แก้ภัยแล้ง
บทความถัดไปเปิดตัว Asia Environment Network ในงานประชุมสิ่งแวดล้อมศึกษาโลกครั้งที่ 10 เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน