แก๊งตัวแทนลิขสิทธิ์ยังปฎิเสธ ตร.เตรียมฝากขังศาล-คัดค้านประกันตัว(ชมคลิป)

พนักงานสอบสวนสอบปากคำแก๊งตัวแทนลิขสิทธิ์ยังให้การภาคเสธ อ้างไม่ได้ปลอมแปลงใบอนุญาต เตรียมนำตัวฝากขังศาล พร้อมคัดค้านการประกันตัว

หลังจากชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้จับกุมตัวแก๊งล่อซื้อลิขสิทธิ์ 3 คน ประกอบด้วย นายประจักษ์ โพธิผล อายุ 56 ปี นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือนัน กิ่งเพชร อายุ 42 ปี และนางสาววนิดา ถินสุวรรณ์ อายุ 24 ปี ลูกสาวของนายนัน ในฐานความผิด 5 ข้อหา คือ แจ้งความเท็จทำให้ผู้อื่นเสียหาย แจ้งความเท็จต่อเจ้าหน้าที่ ทำเอกสารปลอม ใช้เอกสารปลอม และกรรโชกทรัพย์ หลังศาลจังหวัดนครราชสีมาอนุมัติหมายจับเนื่องจากพบหลักฐานนายประจักษ์ พร้อมพวก ได้มีการปลอมแปลงลายเซ็นผู้มีอำนาจเจ้าของลิขสิทธิ์ แล้วนำเอกสารที่ปลอมลายเซ็นไปใช้ดำเนินการแจ้งความเรียกค่าเสียหายกับเด็กหญิงวัย 15 ปี ที่ถูกล่อซื้อให้ทำกระทงการ์ตูนตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น วันที่ 27 พ.ย. 62 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ได้เบิกตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยจากการสอบปากคำเบื้องต้นนายประจักษ์ และพวกยังคงให้การภาคเสธ โดยให้การรับสารภาพว่า นางสาววนิดาเป็นผู้ไปติดต่อขอซื้อกระทงการ์ตูนกับเด็กหญิงวัย 15 ปีจริง และนายประจักษ์เป็นผู้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ส่วนนายนันก็เป็นผู้ไปเจรจารับเงินค่าละเมิดลิขสิทธิ์จำนวน 5,000 บาท จากครอบครัวของเด็กหญิงจริง ส่วนการปลอมแปลงใช้ใบอนุญาตเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ และการกรรโชกทรัพย์นั้นนายประจักษ์ พร้อมพวกได้ให้การปฏิเสธ โดยนายประจักษ์อ้างว่าใบอนุญาตเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ไม่ได้มีการปลอมแปลงขึ้นมา แต่พนักงานส่งเอกสารของบริษัทเป็นผู้นำมามอบให้ โดยทั้งหมดพร้อมจะต่อสู้คดี

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการสอบสวนพบว่า ทีมงานลิขสิทธิ์ของนายประจักษ์ใช้ชื่อทีมว่า บราโว่ มีสมาชิกทีมงานรวม 9 คน มีนายประจักษ์เป็นหัวหน้าทีม ซึ่งกลุ่มของนายประจักษ์จะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันตระเวนจับกุมการละเมิดลิขสิทธิ์การ์ตูนในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทางภาคอีสาน โดยนายประจักษ์จะเป็นผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ไปแจ้งความกับตำรวจ และมีทีมงานผู้หญิงเป็นผู้ล่อซื้อสินค้าจากผู้เสียหาย และทีมงานผู้ชายก็จะเป็นผู้เจรจาข่มขู่เรียกเงินค่าละเมิดจากผู้เสียหาย โดยในปี 2562 ทีมงานบราโว่ของนายประจักษ์ได้จับกุมการละเมิดลิขสิทธิ์รวม 90 คดี ในจำนวน 35 คดีมีใบอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ถูกต้อง แต่อีก 55 คดีพบว่ามีการปลอมแปลงใบอนุญาต ทั้งการปลอมแปลงลายมือชื่อผู้มีอำนาจ รวมทั้งการปลอมแปลงเอกสารทั้งฉบับ

นอกจากนี้ข้อมูลตั้งแต่ปี 2557 พบว่าทีมงานนายประจักษ์ได้จับกุมการละเมิดลิขสิทธิ์รวมแล้วมากกว่า 300 คดี ซึ่งขณะนี้กำลังขยายผลตรวจสอบว่าการดำเนินการจับกุมทั้งหมดใช้ใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้พนักงานสอบสวนยังมีอำนาจในการสอบสวนผู้ต้องหา 48 ชั่วโมง แต่หากผู้ต้องหาไม่ให้การเพิ่มเติมก็คาดว่าจะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปฝากขังต่อศาลได้ในช่วงบ่ายวันนี้ หรืออย่างช้าก็เป็นวันพรุ่งนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้เตรียมคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากกลัวจะไปยุ่งกับพยานหลักฐาน

บทความก่อนหน้านี้นายกฯประชุมร่วม กรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-เกาหลี
บทความถัดไปสรุปยอดคนสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นป.ป.ช. 16 ราย ชิงเก้าอี้ว่าง 2 ตำแหน่ง