โตโยต้า ‘จีอาร์’ ซูปรา ได้เวลาปัดฝุ่นรถสปอร์ต

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด Toyota GR Supra (โตโยต้า จีอาร์ ซูปรา) การกลับมาของรถสปอร์ตในตำนาน รูปลักษณ์ดีไซน์สปอร์ต นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 5 นี้ ถือเป็นรุ่นแรกที่ได้รับการพัฒนาและแนะนำสู่ตลาดอย่างเป็นทางการโดย Toyota GAZOO Racing (โตโยต้า กาซู เรซิ่ง) แบรนด์รถแข่งมอเตอร์สปอร์ตของโตโยต้า ดำเนินงานด้วยหลักปรัชญาที่ว่า การทดสอบขีดจำกัดของสมรรถนะการขับขี่ขั้นสูงสุดของรถยนต์ จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเราไม่สามารถเห็นได้ในการขับขี่แบบปกติในชีวิตประจำวัน

มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า หลังจากที่ห่างหายไปจากตลาดรถยนต์เป็นระยะเวลากว่า 17 ปี รถ GR รุ่นแรกที่ผลิตโดย TOYOTA GAZOO Racing ได้เปิดตัวไปทั่วโลก และวันนี้ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถสปอร์ต อาจสงสัยว่าเพราะอะไร Supra ถึงเป็นรถสปอร์ตในตำนานของโตโยต้า คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าเป็นเพราะเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพ และรูปร่างไม่เหมือนใคร แต่คุณสมบัติเหล่านั้นเป็นเพียงเรื่องราวบางส่วนเท่านั้น

อากิโอะ โตโยดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้เป็น Master Driver (มาสเตอร์ ไดรฟ์เวอร์) หรือผู้ขับหลัก กล่าวว่า “ย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น ผมทุ่มเทเวลานับไม่ถ้วน ไปกับการทดลองขับรถ Supra รุ่นก่อน ที่สนามแข่ง Nrburgring (นูร์เบิร์กริ่ง) เพื่อฝึกฝนให้เป็น Master Driver โดย Supra เปรียบเสมือนเพื่อนเก่าที่มีคุณค่าทางจิตใจกับผมเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าโตโยต้าจะไม่มีแผนที่จะผลิต Supra รุ่นใหม่ แต่ผมก็อยากจะทำให้รถรุ่นนี้กลับมาอีกครั้ง จึงขอให้ Toyota Gazoo Racing Team พัฒนา Supra รุ่นใหม่ โดยทดสอบภายในสนามที่ Nrburgring ถือได้ว่าเป็นสนามแข่งขันที่ท้าทายมากที่สุดสนามหนึ่งในการทดสอบรถยนต์ และด้วยเหตุนี้ Supra ใหม่จึงมิได้เป็นเพียงรถสปอร์ตที่เกิดขึ้นมาไม่เพียงแค่ขับสนุก แต่เป็นยนตรกรรมที่ดีขึ้นในทุกมิติ”

สำหรับ Toyota GR Supra ออกแบบเน้นการจัดสรรองค์ประกอบและมิติต่างๆ ของตัวรถให้ส่งเสริมสมรรถนะอันโดดเด่นของรถสปอร์ต ส่วนประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความยาวของตัวรถ ระยะฐานล้อ ไปจนถึงการวางตำแหน่งของล้อและยาง ความสัมพันธ์ระหว่างห้องโดยสาร (ตำแหน่งผู้ขับ) และระยะห่างระหว่างล้อที่ถูกขยายให้กว้าง และเมื่อเทียบกับ Belt Line (เบลต์ ไลน์) แนวสันด้านข้างตัวถังถูกกดให้ต่ำและโป่งนูนออกมามากเป็นพิเศษ ทำให้ขนาดห้องโดยสารลงตัวกับตำแหน่งตัวรถที่กดต่ำและหนักแน่น ส่งผลให้รถมีการบังคับควบคุมและมีเสถียรภาพ

ส่วนหน้ารถที่ยาวและห้องโดยสารที่สั้น เสริมภาพลักษณ์ของรถยนต์สปอร์ตแบบหกสูบเรียง เครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง

ดีไซน์ภายในคอนโซลสูงและกว้าง ห้องโดยสารรูปแบบใหม่ที่กะทัดรัด พร้อมการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ โดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นหลัก ทั้งระบบเกียร์แบบไฟฟ้า แผงหน้าปัดแบบจอ TFT และ HUD แบบสีขนาดใหญ่

มีให้เลือกเลือก 7 สี ได้แก่ สีเหลือง ไลท์นิ่ง เยลโล่ว์ (Lightning Yellow) สีแดง โพรมิเนนซ์ เรด (Prominence Red) สีเทา ไอซ์ เกรย์ เมทัลลิก (Ice Gray Metallic) สีขาว ไวท์ เมทัลลิก (White Metallic) สีเงิน ซิลเวอร์ เมทัลลิก (Silver Metallic) สีดำ แบล็ก เมทัลลิก (Black Metallic) สีเทาด้าน แมทท์ สตรอม เกรย์ เมทัลลิก (Matte Storm Gray Metallic)

ส่วนราคาจะประกาศประมาณต้นปี 2563

บทความก่อนหน้านี้กรีฑาโล่ง ‘คีริน’ ได้อยู่แข่งซีเกมส์จนจบ หลังมหา’ลัยที่สหรัฐอนุญาต
บทความถัดไป‘บิ๊กป้อม’ ถกกก.สิ่งแวดล้อม เร่งจัดการขยะพลาสติก-อิเล็กทรอนิกส์