ไฟไหม้ โรงงานผลิตกล่องกระดาษ วอด 300 ล้านบาท พนง.หนีตายวุ่น

ไฟไหม้ โรงงานผลิตกล่องกระดาษ วอด 300 ล้านบาท พนง.หนีตายวุ่น

 

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 3 ธันวาคม 2562 ร.ต.อ.ชาญชัย แสงพยับ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตกล่องกระดาษ ถนนเลียบคลองขุดใหม่ เลขที่ 33/3 หมู่ 5 ต.ลาดหลุมแก้ว อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมนายสุริยะ ภิรมย์พร้อม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดหลุมแก้ว และประสานรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง จำนวนกว่า 20 คัน ไปยังที่เกิดเหตุและอาสาสมัครกู้ภัยจากองค์กรต่างๆ

ที่เกิดเหตุเป็นโรงงาน บริษัท เอส.เอ็ม.เปเปอร์ บ๊อกซ์ จำกัด ขนาดใหญ่ประกอบกันเป็น 2 อาคาร มีเนื้อที่ 36 ไร่ ผลิตกล่องกระดาษ มีคนงาน 200 คน โดยต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณคลังเก็บม้วนกระดาษ ภายในอาคารโรงงาน ซึ่งเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง เนื่องจากมีกล่องกระดาษ สี กาว และเครื่องจักร เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมกำลังใช้น้ำฉีดเพื่อดับเพลิง แต่เนื่องจากมีกระแสลมแรงกระโชกเป็นระยะๆ จึงทำให้การดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ ซึ่งทาง ผจก.โรงงานได้ให้พนักงานทั้งหมดไปอยู่ ณ จุดรวมพล โดยพนักงานไม่ได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบถาม นางสาวกัลปังหา เฟอร์เรีย ผู้จัดการโรงงาน กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุมีพนักงานกำลังทำงานวิ่งมาบอกว่าได้เห็นประกายไฟลุกอยู่ด้านหลังโกดังเก็บกระดาษ ตนเองจึงวิ่งไปดูและใช้ถังดับเพลิงช่วยกันดับ แต่ไม่สามารถดับเพลิงได้ เนื่องจากเป็นกล่องกระดาษไฟจึงลุกอย่างรวดเร็ว ตนเองจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ เบื้องต้นคาดว่าไฟฟ้าลัดวงจร แต่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ส่วนค่าเสียหายทั้งอาคารและเครื่องจักรมีมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

ทางด้านพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบพร้อมบันทึกภาพวัตถุพยานต่างๆ ไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนพร้อมเชิญ ผจก.โรงงานและพนักงานที่อยู่ในที่เกิดเหตุสอบปากคำอีกครั้งที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว และจะได้ประสานเจ้าหน้าที่ พฐ.เข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหลังจากที่เพลิงสงบเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นคาดว่าไฟฟ้าลัดวงจร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘มั่นคงฯ’ จัด 10 โครงการรับลูกนโยบาย ‘บ้านดีมีดาวน์’
บทความถัดไป‘บิ๊กตู่’ ท้า ‘วิ่งตามลุงให้ทันแล้วกัน’ โยนสังคมตัดสิน ‘ธนาธร’ เคลื่อนไหวไม่สร้างสรรค์