ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด อดีต ผอ.สพม.29 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด อดีต ผอ.สพม.29 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 3 พฤศจิกายน ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี นายพิทยา ไชยมงคล อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 เดินทางมามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหากับ พ.ต.ท.เสด็จ แก้วสิงห์ทองสารวัตร(สอบสวน)สภ.เมือง จ.อุบลราชธานี กรณีเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 นายชาคริต พิมพ์หล่อ อายุ 54 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนโขงเจียมวิทยาคม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์

เพื่อดำเนินคดีอาญากับนายพิทยา ไชยมงคล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 ตามมาตรา 157,161,162(4) และ 142 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต พร้อมแนบเอกสารหลักฐาน 5 ฉบับ จำนวน 22 แผ่น และขอให้พนักงานสอบสวน ได้ตรวจสอบหลักฐานและส่งเรื่องให้คณะกรรมการป.ป.ช.ภายใน 30 วันตามมาตรา 89 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ต่อมาคณะกรรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดตามมาตรา 26 (1) วรรค1 และ 2 และส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญากับนายพิทยา ไชยมงคล

ทั้งนี้ นายชาคริต พิมพ์หล่อ ผู้อำนวยการโรงเรียนโขงเจียมวิทยาคมให้การว่าเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2561 ได้ยื่นความประสงค์ขอตรวจดู และขอคัดถ่ายสำเนาทะเบียนประวัติข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา(กพ.7) เพื่อประกอบคำร้องขอย้ายประจำปี ตามแบบที่ ก.ค.ศ.กำหนดแต่ปรากฏว่าทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(กพ.7)ได้สูญหาย ไม่สามารถตรวจดูและขอคัดถ่ายได้ และได้ทักท้วงหาสาเหตุของการสูญหาย เพราะเอกสารดังกล่าวอยู่ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 เป็นผู้เก็บรักษาไว้ แต่กลับสูญหายโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ตนเองเสียหายและเสียสิทธิ

เนื่องจากไม่มีเอกสาร(กพ.7)ประกอบคำร้องขอย้ายตามสิทธิได้ และได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ที่สภ.เมืองอุบลราชธานี ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 นายชาคริต พิมพ์หล่อ ระบุว่าการที่ ทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กพ.7)สูญหายนั้น เห็นว่านายพิทยา ไชยมงคล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานและเป็นผู้บังคับบัญชา จะต้องดำเนินการตรวจสอบและรีบทำการสืบสวน หรือพิจารณาเป็นเบื้องต้น เพื่อหาข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว แต่ไม่ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แต่อย่างใด

ซึ่งการกระทำของนายพิทยา ไชยมงคล ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินหรือเอกสารใดๆ อันเจ้าพนักงานได้รักษาไว้แต่ปฎิบัติ หรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่ง ผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต เพราะไม่ทำการสืบสวนหรือพิจารณาในเบื้องต้น ตามกฎหมายอันเป็นหน้าที่ทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย เพราะไม่สามารถใช้ทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(กพ.7)ได้

นอกจากนี้ นายพิทยา ไชยมงคลได้จัดทำทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กพ.7) ขึ้นมาใหม่ซึ่งไม่ตรงกับเอกสารต้นฉบับจริง ทำการรับรองเป็นหลักฐานอันเป็นเท็จ จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญากับนายพิทยา ไชยมงคล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 ในความผิดตามกฎหมายตามมาตรา 157,161,162(4) และ 142 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริตและขอให้ให้พนักงานสอบสวน ได้ตรวจสอบหลักฐานและส่งเรื่องในคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภายใน 30 วันตามมาตรา 89 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“เฟทโก้” เผยหุ้นไทยยังมีโอกาส แม้ระยะสั้นจะผันผวนตามปัจจัยที่เข้ามารบกวน
บทความถัดไปทรัมป์แบนนักข่าว ‘บลูมเบิร์กนิวส์’ ทำข่าวหาเสียง ชี้เป็นสื่อลำเอียง