‘มัลลิกา’ชู ‘จุรินทร์’คือผู้กอบกู้ ปชป.ให้เดินหน้า ความสำเร็จเห็นชัดจากโครงการประกันรายได้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ และปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าสกัดดราม่า สิ่งที่เกษตรกรรู้ แต่บางคนเจตนาไม่อยากรู้ แต่หมกมุ่นอยู่กับการโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ในแบบเดิมๆ พร้อมใส่แฮชแท็ก #เสียใจด้วยไม่มีแล้ว #วันนี้มีแต่ประชาธิปัตย์ที่จะเดินไปข้างหน้า

นางมัลลิกา กล่าวว่า โดยสรุปแล้วโครงการประกันรายได้เกษตรกรที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้แถลงต่อรัฐสภาหลังจากเข้าร่วมรัฐบาลโดยเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ใช้เวลา ไม่เกิน 4 เดือนสามารถผลักดันดำเนินการแล้วเสร็จได้ทั้งหมดทั้ง 5 ชนิด โดยเฉพาะปาล์มและยางพารานั้นสามารถผลักดันได้ภายในเวลาไม่กี่วัน พร้อมใส่แฮชแท็ก #โอนเงิน #ทำได้ไวทำได้จริง ถือเป็นทำ คำมั่นสัญญาในการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้สำเร็จ แม้พรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นรัฐบาลช้า แต่ทำงานไว ภายใต้การเดินหน้าแบบประชาธิปไตยกินได้

นางมัลลิกา กล่าวว่า นายจุรินทร์คือผู้กอบกู้พรรคประชาธิปัตย์โดยทางด้านการปฏิบัติลงมือทำ ใช้เวลาทุกนาทีอย่างมีค่าภายใต้การทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล โดยบางครั้ง มีงบประมาณโครงการบางส่วนที่ขลุกขลักแต่นายจุรินทร์ เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยตรงทันที และบางรายการของโครงการประกันรายได้ อาจมีปัญหาทางเทคนิคแต่ นายจุรินทร์เปิดประตูห้องเข้าไปหารือเป็นการส่วนตัวสองคนกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตัวต่อตัวทันทีเช่นกัน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนนี้ไม่เคยปล่อยให้เกิดสุญญากาศในการบริหารราชการแผ่นดิน

กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า โครงการประกันรายได้กลายเป็นของขวัญชิ้นโบว์แดงที่สุดสำหรับเกษตรกรก่อนสิ้นปี 2562 และยังดำเนินการต่อเนื่องในปี 2563 และถ้าวันที่ 20 ธันวาคม 2562 สามารถโอนเงินส่วนต่างข้าวโพดซึ่งเป็นพืชชนิดสุดท้ายได้สำเร็จ เท่ากับว่าโครงการประกันรายได้ในพืช 5 ชนิด ประชาธิปัตย์สามารถดำเนินการได้สำเร็จก่อนสิ้นปี โดย ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกพืช 5 ชนิด คือ

1. ข้าว กำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 ณ ราคาความชื้นไม่เกิน 15% ไม่เกินครัวเรือนละ 40 ไร่ ซึ่งชดเชยเป็นจำนวนตัน ในแต่ละชนิดดังนี้
– ข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน จำนวน ไม่เกิน 14 ไร่
– ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 14,000 บาท/ตัน จำนวนไม่เกิน 16 ไร่
– ข้าวเปลือกเจ้า 10,000บาท/ตัน จำนวนไม่เกิน 30 ไร่
– ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 11,000 บาท/ ตัน จำนวนไม่เกิน 25 ไร่
– ข้าวเปลือกเหนียว 12,000 บาท/ตัน จำนวนไม่เกิน 16 ไร่

2. ปาล์มน้ำมัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ ปาล์มให้ผลผลิตแล้ว ผลปาล์มทลาย (18%) กก.ละ 4 บาท

3. มันสำปะหลัง เชื้อแป้ง 25% ประกันรายได้ ราคา กก.ละ 2.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน

4. ยางพารา ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ เป็นสวนยางอายุ 7 ปี ขึ้นไป และเปิดกรีดแล้ว ประกันรายได้ ราคายางแผ่นดิบคุณภาพดี กก.ละ 60 บาท น้ำยางสด DRC 100% กก.ละ 57 บาท ยางก้อนถ้วย DRC 50% กก.ละ 23 บาท

5. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้นไม่เกิน 14.5 % ประกันรายได้ กก.ละ 8.50 บาท รายละไม่เกิน 30 ไร่

นางมัลลิกา กล่าวว่า นอกจากโครงการนี้ ทักษะการบริหารของนายจุรินทร์ตามนโยบายการเร่งรัดส่งออก สามารถ ดันสินค้าเกษตรส่งออกผ่านภาคเอกชนมูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาท พร้อมติดตามกำชับ จี้การส่งมอบของในเดือนธันวาคม 2562 ทั้งหมดจะเป็นกลไกสำคัญของการเสริมศักยภาพราคาผลผลิตทางการเกษตรในปีต่อไปไม่ให้เกษตรกรเดือดร้อน นอกจากนี้นายจุรินทร์ยังลดค่าครองชีพประชาชนโดยนโยบายข้าวเหนียวถุงราคาถูก ทั่วประเทศ การให้กรมการค้าภายในประสานผู้ประกอบการลดราคาสินค้าให้ประชาชนส่งท้ายข้ามปี และโครงการอื่นๆอีกมากมายไว้จะกล่าวโดยทั้งหมด เฟซบุ๊ค มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

บทความก่อนหน้านี้พบศพชายไม่ทราบชื่อลอยอยู่ในคลองชลประทานเมืองชุมพร เจ้าหน้าที่เร่งพิสูจน์
บทความถัดไปปาร์ตี้ กาวใจ พรรคร่วม-3 ป. สู้ศึก ปริ่มน้ำ