นวัตกรรมวัยใสนครพนม ตะลึง! คุณแม่10ขวบ-ป.5เคยมีเพศสัมพันธ์ รับแอบดูผู้ปกครองเปิดหนังโป๊

6.12.19 | 15:34 น.

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ที่ห้องประชุมเปือยงาม ชั้น 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 ถนนปิยะมหาราชาลัย เขตเทศบาลเมืองนครพนม นายอิทธิพัทธ์ อรรคสาร รอง ผอ.สพม.22 เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในหัวข้อผลกระทบท้องไม่พร้อมแม่วัยใส และรู้ทันโรคเอดส์ การป้องกันกามโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยมีนักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนปิยะมหาราชาลัย จำนวน 38 คน ครูโรงเรียนในเขตเทศบาลเมืองนครพนม 6 แห่ง และการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ร่วมฟังคำบรรยาจากวิทยากร ประกอบด้วย นางกนกอร สุมนาตย์ บริกส์ น.ส.พัชราพร ควรรณสุ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ น.ส.ณิชาภัทร วงศ์ศิริ และ น.ส.กิ่งกาญจน์ ถิ่นแสนดี

สาเหตุที่มีโครงการดังกล่าว เนื่องจากในปี 2562 ในพื้นที่อำเภอเมืองนครพนม พบว่ามีหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี ​ มีอัตราการคลอดบุตร คิดเป็น 31.96 ต่อพันประชากร​ และพบหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี มีอัตราการคลอดบุตรซ้ำหรือท้องที่สอง คิดเป็นร้อยละ 19.16 ของการคลอดทั้งหมด ซึ่งอยู่ในระดับสูงมาก​ ซึ่งการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่นจะมีปัญหาที่ตามมาคือ ต้องหยุดหรือออกจากการศึกษา ส่งผลกระทบให้ประเทศขาดบุคลากรที่มีคุณภาพ เกิดปัญหาบุตรที่ไม่ต้องการนำไปสู่การลักลอบทำแท้งมากขึ้น เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์และติดเชื้อเอชไอวี

ดังนั้น นวัตกรรมวัยใสนครพนมโมเดล เป็นการดำเนินงานโครงการพัฒนารูปแบบบูรณาการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ กับเอชไอวีและเอดส์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และยาเสพติดในวัยรุ่น

การขับเคลื่อนเรื่องนี้จึงมีตั้งแต่กิจกรรมที่จัดโดยตรงกับตัวเด็กและเยาวชนเอง เป็นการเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย การสอนเพศวิถีศึกษาในโรงเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยม แต่การมีหลักสูตรเรื่องเพศวิถีรอบด้านยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ผลตามที่คาดหวัง​ควรจัดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและวัยรุ่นทำกิจกรรม​ ส่งเสริมบทบาทครอบครัวและสื่อสารด้านสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่น​ ตาม พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 กำหนดไว้ชัดเจนว่า สถานศึกษาจะต้องจัดรูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมให้กับนักเรียนกรณีที่เกิดการตั้งครรภ์ระหว่างเรียน โดยอาจจะให้เรียนในสถาบันการศึกษาเดิม หรือหาสถาบันการศึกษาใหม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่ความสมัครใจของเด็กและผู้ปกครอง แต่หัวใจสำคัญคือให้เด็กได้ศึกษาต่อไป​ ​ ​

ดังนั้น โรงพยาบาลนครพนมจึงได้จัดทำ “โครงการพัฒนาการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” ขึ้น​ ​โดยจัดทำบันทึกข้อตกลง MOU ในการดำเนินงาน และอบรมครูผู้สอนเพศวิถีรอบด้าน เพื่อพัฒนาสถานศึกษาต้นแบบ​ ​โดยเบิกค่าใช้จ่ายจากกองทุนหลักประกันเทศบาลเมืองนครพนม​ หรือในกรณีที่ผู้ตั้งครรภ์มีความประสงค์ที่จะยุติการตั้งครรภ์ แพทย์สามารถให้บริการทางการแพทย์เรื่องนี้ได้โดยไม่ผิดกฎหมายอาญาหรือจรรยาบรรณทางการแพทย์ หากพบว่าการตั้งครรภ์ต่อไปนั้นส่งผลต่อสุขภาพของแม่ที่ตั้งครรภ์ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพกายหรือสุขภาพจิต และปัจจุบันมียาที่แพทย์ใน รพ. สามารถสั่งจ่ายได้เพื่อยุติการตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุน้อยๆ มีความปลอดภัยต่อผู้ที่ตั้งครรภ์ อยู่ในการสนับสนุนของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อยู่แล้ว การป้องกันและช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่เผชิญปัญหา “ท้องไม่พร้อม” อย่างเข้าใจ ย่อมมีทางเลือกเป็นทางออกหลายช่องทาง โดยไม่จำเป็นต้องให้ออกจากการศึกษา ซึ่งจะเป็นเหมือนการตัดอนาคตของเด็ก หรือผลักให้เด็กเผชิญปัญหาเพียงลำพังจนนำมาสู่วังวนเดิมๆ นอกจากนี้โรงพยาบาลนครพนม​ ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ทางเลือกคุมกำเนิด ด้วยวิธียาฝังคุมกำเนิดและห่วงอนามัย ในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ทุกสิทธิสุขภาพฟรี

Advertisement

ก่อนหน้านี้ในปี 2560 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยผลวิจัยความต้องการของแม่วัยรุ่นต่อการจัดสวัสดิการ ว่า งานวิจัยนี้เกิดจากการเห็นสภาพการเลี้ยงดูเด็กตามต่างจังหวัด ที่เด็กถูกเลี้ยงดูโดยปู่ย่าตายายแบบปล่อยๆ ทั้งเรื่องพฤติกรรมและโภชนาการที่ไม่เหมาะสม อาทิ เด็กเล็กดื่มน้ำอัดลม ใส่แพมเพิร์สตัวเดียวทั้งวัน จึงได้ทำการวิจัยเชิงมานุษยวิทยาที่เก็บข้อมูลรอบด้านกับแม่วัยรุ่น จำนวน 50 ครอบครัวใน กทม. นครปฐม สุพรรณบุรี อ่างทอง และนครพนม ระหว่างปี 2556-59 พบว่าสิ่งที่แม่วัยรุ่นต้องการมากที่สุดคือเงิน เพื่อนำมาเลี้ยงดูบุตรและดำรงชีพ ฯลฯ

โดยเมื่อปี 2556 จังหวัดนครพนมพบเด็กหญิงอายุ 10 ขวบ คลอดลูกที่โรงพยาบาลบ้านแพง และจากข้อมูลเพิ่มเติมของพยาบาล พบว่าเด็กปัจจุบันหลายคนประจำเดือนมาเร็วและโตก่อนวัยอันควร จึงมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้ ต่อมาจึงเกิดโครงการนครพนมวัยใสห่วงใยสุขภาพ และจากผลสำรวจตั้งแต่ปี 2555 พบว่า กลุ่มนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีเด็กกลุ่มเสี่ยงในเรื่องของยาเสพติดเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือ มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อันดับ 1.มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร รองลงมาคือเรื่องของยาเสพติด

สำหรับสถิติในปี 2556 มีนักเรียนทั้งระดับ ม.ต้น และ ม.ปลาย ปรึกษาปัญหาที่พบมากที่สุด คือ ท้องก่อนวัยอันควร ​นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่าเด็กที่เรียนอยู่ชั้น ป.5 เคยมีเพศสัมพันธ์ และหลายคนรับสารภาพมีผู้ปกครองเปิดหนังโป๊ให้ดูด้วย