คิดเห็นแชร์ : ‘Digital Transformation’ อาวุธสู้ศึก‘Disruption’ โดย ดร.ณัฐพล รังสิตพล

สวัสดีแฟนๆ คิด เห็น แชร์ ทุกท่านครับ..จากความเดิมตอนที่แล้ว ผมได้แชร์แนวนโยบายการทรานส์ฟอร์มพี่น้องผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ให้แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิสรัปชั่น (Disruption) ผ่านกลไก 3 เรื่อง คือ การส่งเสริมธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม การยกระดับการใช้ระบบดิจิทัล (Digital Transformation) และการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) โดยวันนี้ผมขอหยิบยกเรื่องการยกระดับการประกอบธุรกิจด้วยระบบดิจิทัล มาขยายความให้ทุกท่านได้ทราบเป็นลำดับแรกครับ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมีบทบาทสำคัญต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานหรือการเลือกซื้อสินค้า โดยเฉพาะการซื้อสินค้าออนไลน์ จากข้อมูลสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรืออีทีดีเอ (ETDA : Electronic Transactions Development Agency) ระบุว่า ในปี 2561 ตลาดอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ของไทยมีมูลค่าสูงถึง 3.15 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ว่าจากนี้ไปจนถึงปี พ.ศ.2565 จะเติบโตขึ้นเฉลี่ย 22% สอดคล้องกับตัวเลขสถิติการใช้อินเตอร์เน็ตของคนไทย พบว่าจำนวนนักช้อปชาวไทยกว่า 50% นิยมสั่งซื้อสินค้าและบริการผ่านระบบออนไลน์ คาดว่าช่องทางการช้อปปิ้งออนไลน์จะมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นรวดเร็ว

จากสภาวการณ์ดังกล่าว ทำให้ภาครัฐตระหนักและต้องเร่งหาแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาพี่น้องผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้สามารถปรับตัวและพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจได้อย่างทันท่วงที ซึ่งประเด็นที่ต้องดำเนินการโดยด่วน คือ การเร่งยกระดับประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจ (Business Efficiency) ซึ่งเป็นจุดเน้นสำคัญของการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ด้วยการใช้เครื่องมืออันทรงพลังที่สุด นั่นคือ ระบบดิจิทัล ที่จะช่วยปรับวิถีการประกอบธุรกิจ ควบคู่ไปกับกลไกการสร้าง ระบบนิเวศ (Ecosystem) เพื่อส่งเสริมและพัฒนา
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้วยการใช้ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) หรือพื้นที่สื่อกลางในการอำนวยความสะดวกให้ผู้รับบริการ ซึ่งคือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงผู้ให้บริการ (Service Provider) จากทุกภาคส่วน เช่น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่ปรึกษา สถาบันการเงิน สถานบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เป็นต้น

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักที่มีภารกิจด้านการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ได้มีนโยบายสำคัญในการยกระดับการใช้ระบบดิจิทัลในภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ด้วยการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ในการประกอบธุรกิจมากขึ้น โดยมีเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะเข้ามาขอรับบริการและรับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ต้องใช้ระบบดิจิทัลหรือใช้ Cloud-Based Application ในการบริหารจัดการธุรกิจของตนเองอย่างน้อยหนึ่งโปรแกรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจะเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและบริษัทสตาร์ตอัพที่มีศักยภาพ เพื่อให้ผู้ประกอบการที่สนใจปรับโฉมธุรกิจให้ทันยุคทันสมัย มีโอกาสเลือกใช้แอพพลิเคชั่นบน Cloud (คลาวด์) ที่พัฒนาโดยสตาร์ตอัพไทย โดยจะให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทดลองใช้ฟรีระยะแรก ผู้ประกอบการต้องเข้าไปลงทะเบียนเป็นสมาชิกในระบบ i-Industry ดิจิทัลแพลตฟอร์มการให้บริการของกระทรวงอุตสาหกรรม รวมทั้งต้องรายงานการประกอบการอุตสาหกรรมผ่านระบบ Single Form ที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้เริ่มดำเนินการแล้วด้วย

ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ยกระดับการให้บริการในรูปแบบดิจิทัล (Digital Service) ทั้งการรับสมัครเข้าร่วมโครงการ/กิจกรรมต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับความสะดวก รวดเร็ว และง่ายต่อการเข้าถึงบริการของภาครัฐมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการกำกับติดตามการดำเนินงานสำหรับโครงการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอี โดยผู้เชี่ยวชาญ ณ สถานประกอบการ ซึ่งเรียกว่า ระบบ Self-Declare โดยจะเช็กอิน (Check-in) การเข้าปฏิบัติงานในสถานประกอบการของที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และรายงานผลแบบเรียลไทม์ (Real time) ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยที่ปรึกษาจะต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิกในระบบ i-Industry ด้วยเช่นเดียวกัน และผู้ประกอบการสามารถประเมินผลการทำงานของที่ปรึกษาได้ด้วยตนเองจากการให้คะแนนความพึงพอใจการจัดเรตติ้งผ่านระบบ รวมถึงเชื่อมโยงเทคโนโลยีและงานวิจัยที่มีอยู่ของสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ให้ตรงกับความต้องการและศักยภาพของกลุ่มเอสเอ็มอี เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจและพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ ตลอดจนสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับเอสเอ็มอีที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาต่อยอดพัฒนาธุรกิจ โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลกับธนาคาร หรือแหล่งเงินทุนต่างๆ เพื่อใช้พิจารณาปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีรายนั้นได้อย่างเหมาะสม เป็นการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งองคาพยพผ่านระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม i-Industry

ผมเชื่อมั่นว่า หากพี่น้องผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยได้ลองเปิดใจนำระบบดิจิทัล ซึ่งเป็นจุดเน้นสำคัญมาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ ท่านจะสามารถก้าวผ่านและเอาชนะความผันผวนทางการค้า ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอย่างดุเดือดในโลกแห่งดิสรัปชั่นได้อย่างเข้มแข็ง รวมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจของประเทศไทยให้แข็งแกร่งและเติบโตยั่งยืนต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘จุรินทร์’ ชิ่งตอบปม รธน.รับรองเอกสิทธิ์ส.ส. โหวตสวนมติพรรค โยน ‘บิ๊กตู่-พปชร.’ แจงปรับ ครม. (คลิป)
บทความถัดไปคมคำ : ประจำวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562