หน้าแรก ภูมิภาค เจ้าหน้าที่ตร...

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างวิลล่าหรู เกาะสมุย มูลค่ากว่าพันล้าน พบสร้างผิดแบบ

12.12.19 | 09:54 น.

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างวิลล่าหรู มูลค่ากว่าพันล้าน พบสร้างผิดแบบจากที่ได้รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่4 สั่งการให้เจ้าหน้าที่กอ.รมน.ภาค 4 พื้นที่เกาะสมุย ทหารชุดชป.ฉก.แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับที่ดินทำกินของราษฎรในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมป่าไม้ ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะสมุย สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี บูรณาการกำลังตรวจสอบการโครงการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศ การออกเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน ในพื้นที่ที่เป็นภูเขาและที่ลาดชัน ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้สืบเนื่องจากข้อร้องเรียนของภาคประชาชนในพื้นที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเห็นว่ามีการก่อสร้างโครงการบ้านพักตากอากาศทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่อยู่บนภูเขา ซึ่งเชื่อว่าเป็นกิจการของชาวต่างชาติ มีการขุดหิน เจาะหิน ขุดดิน สร้างถนน ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจฝ่าฝืนต่อกฎหมายหลายประการ ทั้งประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2557 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบโครงการก่อสร้างวิลล่าหรูแห่งหนึ่งตั้งอยู่บนที่ลาดชันในพื้นที่ม.3 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย เป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ จำนวนกว่า 45 อาคาร บนเนื่อที่ประมาณ 50 ไร่ มีบริษัท คาซ่า ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เป็นบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง มีนายโวกัน รอส ลอว์สัน ชาวนิวซีแลนด์ แสดงตัวเป็นผู้ประสานงานของโครงการ สอบถามไม่พบวิศกรผู้ควบคุมงาน มีเพียงผู้ควบคุมคนงานเป็นคนไทย 1 คน และมีแรงงานชาวเมียนมา จำนวน 300 คน เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบแรงงานทุกคนมีหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานถูกต้อง

พ.อ.ธวัชชัย ทับทิมสงวน กรรมการอำนวยการ รมน.ภาค 4 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบการก่อสร้างอาคารเมื่อดูจากพื้นที่ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2557 พื้นที่น่าจะมีความลาดชันน่าจะเกินกว่าร้อยละ 35 ซึ่งการก่อสร้างจะสร้างอาคารเดี่ยวความสูงไม่เกิน 6 เมตร และต้องมีพื้นที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 แต่ว่าอาคารที่ก่อสร้างอยู่นี้มีตั้งแต่4-5 ชั้น ความสูงจะเกินกว่า 6 เมตร ซึ่งการวัดความสูงของตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะวัดจากจุดที่ต่ำสุดถึงจุดสูงสุดของอาคารไม่เกิน 6 เมตร และในโครงการยังพบว่ามีการนำเครื่องจักรกำลังทำการขุดดิน เจาะหิน เมื่อขอดูใบอนุญาตไม่สามารถนำมาแสดงได้ หลังจากนี้ทางเทศบาลนครเกาะสมุยประสานเจ้าของโครงการเพื่อนำเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน ใบอนุญาตก่อสร้าง สัญญาก่อสร้าง และหนังสือบริคณห์สนธิ์ นำมาแสดง และทหารชุดชป.ฉก.แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับที่ดินทำกินของราษฎรในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 จะดำเนินการตรวจสอบเรื่องเอกสารสิทธิ์ต่อไป

Advertisement

ขณะที่นายช่างโยธาชำนาญงาน สำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย เปิดเผยอีกว่า จากการตรวจสอบอาคารของโครงการนี้ได้มีการขอใบอนุญาตก่อสร้างถูกต้อง แต่เวลามาก่อสร้างดูจากสภาพหน้างานจริงพบว่าก่อสร้างผิดไปจากที่ได้รับอนุญาต หลังจากนี้ทางเทศบาลนครเกาะสมุยก็จะได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารต่อไป ส่วนอาคารที่เคยมีการปิดหมายตามมาตรา 40(1) หรือมาตรา 41(1) กรณีที่การก่อสร้าง ดัดแปลง เคลื่อนย้ายหรือรื้อถอนอาคาร กระทำให้ผิดไปจากที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และดำเนินการแก้ไขอาคารให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังพบว่าฝ่าฝืนคำสั่ง ก็จะส่งเรืองให้ทางนิติกรเทศบาลนครเกาะสมุย ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าโครงการก่อสร้างอาคารวิลล่าลักษณะนี้ ผุดขึ้นอย่างมากมายบนพื้นที่ภูเขาสูงชันในเกาะสมุยเพื่อต้องการวิวทิวทัศน์ของทะเล ซึ่งทุกแห่งที่เข้าตรวจสอบไม่มีเจ้าของที่แท้จริงเป็นชาวไทยเลย และสำหรับโครงการนี้ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 62 เจ้าหน้าที่สำนักการช่าง สำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย เข้าตรวจสอบพบว่าอาคาร 1 หลังมีการสร้างอาคารผิดแบบไปจากที่ได้รับอนุญาต โดยมีความสูงเกินกว่า 12 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดหมายคำสั่งห้ามใช้อาคารหรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารที่อาจเป็นภยันตราย ตามมาตรา 40(1) หรือมาตรา 41(1) กรณีที่การก่อสร้าง ดัดแปลง เคลื่อนย้ายหรือรื้อถอนอาคาร กระทำให้ผิดไปจากที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และดำเนินการแก้ไขอาคารให้ถูกต้องตามกฎหมาย