กาฬสินธุ์อัดงบหนุนกลุ่มอาชีพสตรี ช่วยสร้างรายได้ช่วงฤดูแล้ง

วันที่ 12 ธันวาคม 2562 ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีนายมีชัย นาใจดี พัฒนาการ อ.เมืองกาฬสินธุ์ นางฐิตารีย์ คำโสภา นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายมีชัย นาใจดี พัฒนาการ อ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี อ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้เปิดโอกาสให้กลุ่มสตรีที่เป็นสมาชิกกองทุน เขียนโครงการมาขอรับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ประเภทเงินทุนหมุนเวียนและเงินอุดหนุน เพื่อพัฒนาศักยภาพสตรี ตลอดทั้งคุณภาพชีวิต เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาลและตามนโยบายนายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการกาฬสินธุ์ ทั้งนี้ จากปีงบประมาณ 2556-2562 ได้อนุมัติจำนวน 112 โครงการ โดยในปีงบประมาณ 2562 สตรีสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฯ ประเภทบุคคลธรรมดา จำนวน 28,878 คน ประเภทองค์กร 239 กลุ่ม โครงการที่ประสบความสำเร็จ และเป็นต้นแบบได้ดีที่สุดคือกลุ่มเพาะเห็ดขอนขาว และกลุ่มทอผ้าลายยางกล้วย

นายมีชัย กล่าวว่า ในการอนุมัติงบประมาณสนับสนุนกลุ่มอาชีพสตรี ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี อ.เมืองกาฬสินธุ์ ในปีงบประมาณ 2563 นี้ พบว่ามีกลุ่มสตรีที่เป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ต.กลางหมื่น ซึ่งอยู่ในเขตชนบทห่างไกลตัวอำเภอ ได้เขียนโครงการทำผ้าห่มปิกนิคลายดอกแก้ว จำนวน 100,000 บาท ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอ.เมืองกาฬสินธุ์ โดยมีนายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เป็นประธาน พิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการเงินทุนหมุนเวียน ประจำปีงบประมาณ 2563 ตระหนักในความสำคัญและจำเป็น ทั้งยังสามารถที่จะมีการพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพหลัก สร้างรายได้ แก้ไขปัญหาการว่างงานในฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี และทำให้มีผลิตภัณฑ์ผ้าห่มที่เป็นผลิตภัณฑ์ในชุมชน สำหรับห่มคลายหนาว สร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายด้วย จึงมีมติเห็นชอบอนุมัติโครงการดังกล่าว

นายมีชัย กล่าวว่า สำหรับการอนุมัติเงินทุนหมุนเวียนและเงินอุดหนุน มีเงื่อนไขคือจ่ายคืนภายในเวลา 2 ปี หรือปีละ 2 ครั้ง ในรอบ 6 เดือนจ่ายคืน ดอกเบี้ยร้อยละ 3 บาทต่อปี ซึ่งจากการติดตามผล สามารถสร้างอาชีพ เกิดการสร้างงาน เกิดรายได้แก่กลุ่มอาชีพและแก้ปัญหาการว่างงานในฤดูแล้ง ตลอดทั้งสามารถต่อยอดการมีงานทำ ลดรายจ่ายในครัวเรือน บรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพ มีอาหารจุนเจือครอบครัว และจำหน่ายสร้างรายได้เข้าครัวเรือนตลอดปี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon