‘จนท.สาธารณสุขอำเภอ’ เร่งลงพื้นที่ทำความเข้าใจ หลังชาวบ้านผวา คนไหลตายหลายราย เชื่อผีแม่ม่ายเอาชีวิต 

วัยรุ่นอำเภอหนองบุญมาก โคราช เชื่อชาวบ้านไหลตายหลายราย น่าจะเกิดจากอาการป่วยมากกว่าผีแม่ม่ายมาเอาชีวิต แต่ยังคงแขวนเสื้อแดงไว้หน้าบ้านแก้เคล็ด และเพื่อความสบายใจของครอบครัว

จากกรณีที่มีพระสงฆ์นอนมรณภาพ อยู่บริเวณลานวัดพงษ์ศรีพรม ต.หนองหัวแรก อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เวลาประมาณ 04.25 น. วันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ทราบชื่อคือพระวิชัย ทรัพย์ล้อม อายุ 63 ปี จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งหลังจากส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลหนองบุญมากแล้ว พบว่าเกิดจากหัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่งทางญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และได้นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่ภูมิลำเนาแล้ว

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 บ้านหนองไม้ไผ่ ตำบลหนองไม้ไผ่ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตในลักษณะไหลตายหลายราย ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา โดยนางอมร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี เจ้าของร้านขายของชำรายหนึ่งในหมู่บ้านหนองไม้ไผ่ เปิดเผยว่า คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านบอกว่า เป็นผีแม่ม่ายมาเอาชีวิต ซึ่งตอนแรกตนไม่ค่อยเชื่อ มองว่าน่าจะป่วยตายมากกว่า แต่เมื่อมีคนเสียชีวิตด้วยอาการไหลตายหลายราย จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องจริง และค่อนข้างกลัวว่าจะเกิดกับตนเองหรือญาติ จึงได้นำเสื้อแดงมาแขวนไว้หน้าบ้าน ตามความเชื่อที่บอกต่อกันมา

ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านต่างบอกว่า น่าจะป่วยตายมากกว่า แต่เพื่อความสบายใจของพ่อแม่และคนในครอบครัว ก็ยินดีที่จะนำเสื้อแดงมาแขวนไว้หน้าบ้านสักตัวสองตัว ก็ไม่ได้เสียหายหรือมีค่าใช้จ่ายอะไร

ด้านนายธงชัย โอฬารพัฒนะชัย นายอำเภอหนองบุญมาก ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า พื้นที่ตำบลหนองไม้ไผ่ ของอำเภอหนองบุญมาก มีผู้เสียชีวิตในลักษณะไหลตายในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2562 รวม 6 รายแล้ว ซึ่งแต่ละรายมีผลพิสูจน์ทางการแพทย์ ระบุสาเหตุการเสียชีวิตไว้อย่างชัดเจน แต่การที่ชาวบ้านนำเสื้อแดงมาแขวนและเชื่อว่าเกิดจากผีแม่มายมาเอาชีวิตนั้น ตนได้ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ ลงพื้นที่ทำความเข้าใจชาวบ้านแล้ว และส่วนใหญ่เข้าใจดีว่า เป็นอาการของโรคปัจจุบัน ที่สามารถเกิดขึ้นได้แม้ว่าจะมีร่างกายแข็งแรงก็ตาม แต่เพื่อให้เกิดความสบายใจ หลายครัวเรือนยังคงนำเสื้อแดงมาแขวนเอาไว้ที่หน้าบ้านเพื่อเป็นการแก้เคล็ดตามความเชื่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแก่ชาวบ้านอย่างทั่วถึงแล้ว และลงตรวจดูแลสุขภาพชาวบ้านในชุมชนเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นซ้ำ จนทำให้ชาวบ้านแตกตื่นขึ้นมาอีก

บทความก่อนหน้านี้‘อัยการธนกฤต’ เผยสำนวนไต่สวนยุบอนาคตใหม่ส่อไม่ชอบด้วยกฎหมายหลัง กกต.ไม่แจ้งข้อกล่าวหาขัดระเบียบและกม.
บทความถัดไป‘โค้ชโต่ย’ นำทัพทีเร็กซ์เริ่มยุทธศาสตร์ ‘ติดกระดุมทีละเม็ด’ คืนสู่ไทยลีก