อิทธิพลโซเชียลมีเดีย และยุคสมัยของ ‘อินฟลูเอ็นเซอร์’

อิทธิพลโซเชียลมีเดีย และยุคสมัยของ ‘อินฟลูเอ็นเซอร์’

“กายอยู่ไหนไม่รู้ แต่จิตใจอยู่ในโลกโซเชียล” เรียกว่าสามารถเข้าถึงโลกออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงจริงๆ สำหรับยุคดิจิทัล ที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของผู้คนในสังคม และนั่นก็รวมไปถึงกลุ่มคนที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 23-30 ปี หรือ “เจนวาย” (GEN Y)

เจเนเรชั่นที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี อินเตอร์เน็ต ไวไฟ ที่นอกจากเพิ่มขีดความสามารถในการสื่อสารแล้ว เทคโนโลยียังเพิ่มโอกาสทางอาชีพ “ใหม่ๆ” ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น ยูทูบเบอร์ บล็อกเกอร์ โปรเพลเยอร์ บิวตี้บล็อกเกอร์ เน็ตไอดอล ฯลฯ

กระทั่งกลายเป็นปรากฏการณ์ “อินฟลูเอ็นเซอร์” (Influencer) หรือ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีอิทธิพลต่อความคิดและกระแสความนิยมในโลกออนไลน์ ด้วยปัจจุบันเทรนด์ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะ “โซเชียลมีเดีย” กลายเป็นเครื่องมือช่วยเหลือในการเข้าถึงสิ่งที่ต้องการ พื้นที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะการซื้อสินค้า เห็นเพื่อนใช้แล้วดีก็สามารถหาร้านค้าออนไลน์แล้วสั่งซื้อได้เลย

พุทธศักดิ์ ตันติสุทธิเวท ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล บจก.ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) เผยถึงว่า คนไทยใช้สื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียล) 74% ของประชากรทั้งหมด คิดเป็น “อันดับ 8 ของโลก” โดยสื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมที่ครองใจคนไทย คือ เฟซบุ๊ก มีผู้ใช้งาน 56 ล้านบัญชี อินสตาแกรม 13 ล้านบัญชี และทวิตเตอร์ 9.5 ล้านบัญชี และระยะเวลาที่ใช้คิดเป็น 3 ชั่วโมง 11 นาที เวลาเฉลี่ยใน 1 วัน และยังพบว่า 80% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย เคยซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และกว่า 50% เป็นคนเจนวาย

“จากการจุดกระแสเคมเปญ #ของมันต้องมีก่อน 40 ผ่านบรรดาอินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดัง ที่มีเอกลักษณ์ด้านพฤติกรรมการใช้จ่ายและการเก็บออมเงินที่แตกต่างกัน สามารถวิเคราะห์ข้อมูลถึงพฤติกรรมเชิงลึกของกลุ่มคนเจนวาย ได้ว่าคนที่ติดตาม กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่, กันต์ กันตถาวร และกาละแมร์ พัชรศรี จะมีเป้าหมายเรื่องการเก็บเงิน มีบ้าน สร้างความมั่นคงในชีวิต ด้านกลุ่มคนที่ติดตามบล็อกเกอร์สายเที่ยว อาทิ มินต์ เจ้าของแฟนเพจ I Roam Alone จะมีเป้าหมายเรื่องเที่ยว เรื่องการใช้ชีวิตอิสระเสรี” พุทธศักดิ์กล่าว และว่า

กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่
กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่
กันต์ กันตถาวร
กันต์ กันตถาวร
กันต์ กันตถาวร
กันต์ กันตถาวร
มินต์ เจ้าของแฟนเพจ I Roam Alone
มินต์ เจ้าของแฟนเพจ I Roam Alone
มินต์ เจ้าของแฟนเพจ I Roam Alone
มินต์ เจ้าของแฟนเพจ I Roam Alone

“หากลงลึกในด้านความคิดเห็นของในแต่ละแพลตฟอร์มนั้น ก็จะเห็นถึงความแตกต่าง เช่น ในเฟซบุ๊กจะเป็นไปในทิศทางที่แสดงออกถึงความจริงจังในชีวิต แสดงออกถึงตัวตนด้านที่อยากให้คนอื่นเห็น #ของมันต้องมีก่อน 40 ของชาวเฟซบุ๊กส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องความมั่นคง เช่น อยากมีเงินเก็บ บ้าน รถยนต์ ธุรกิจส่วนตัว เป็นต้น ส่วนทางด้านทวิตเตอร์นั้น จะเป็นไปในแนวทางที่มีความอิสระเสรี เป็นตัวของตัวเอง มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกับความเห็นในเฟซบุ๊กไม่ว่าจะเป็นการเก็บเงินเพื่อซื้อบัตรคอนเสิร์ต อยากเจอศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ และอยากอยู่บ้านเลี้ยงแมว นั่นหมายความว่าเขาอยากมีเงินมากพอที่จะอยู่บ้านเลี้ยงแมวโดยไม่ต้องทำงานจริงจังแล้ว เป็นต้น”

อย่างไรก็ดี จากการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่าอินฟลูเอ็นเซอร์มีอิทธิพลทางความคิดต่อผู้ติดตามให้คล้อยตามง่าย ดังนั้นเมื่อเหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์ลุกขึ้นมาทำอะไร จะเกิดกระแส เกิด Social Voice ในการทำตาม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บอล-วิ่งไล่ลุง ลั่นบุกทำเนียบ เทียบเชิญ ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ ร่วมงาน คาดคนเข้าร่วมเกินครึ่งหมื่นแฉ
บทความถัดไป‘กานต์’ ประกาศฟ้อง ‘แซนวิช’ ปมดีเอ็นเอลูก