หุ้นไทยปิดร่วงกระจาย ลบ 25.96 จุด หลังอิหร่านโต้สหรัฐ สร้างแรงกดดันเพิ่ม

วันที่ 8 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,585.23 จุด ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,562.10 ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,559.27 จุด ปรับลดลง 25.96 จุด หรือ 1.64% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,572.03 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,555.75 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 65,089.77 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 3,051.32 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ 294.32 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ซื้อสุทธิ 2,247.22 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ซื้อสุทธิ 509.78 ล้านบาท

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ปิดลบลงแรง ซึ่งภาพเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับตลาดหุ้นในภูมิภาค สาเหตุมาจากกังวลข้อพิพาทสหรัฐและอิหร่าน ที่เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากที่อิหร่านได้โจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรัก ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลกับสถานการณ์ดังกล่าวมากขึ้น โดยในส่วนของตลาดหุ้นไทย ปรับลดลงมากกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคที่เฉลี่ยลงเพียง 1% เนื่องจากมีแรงขายหุ้นในกลุ่มที่มีปัจจัยเฉพาะตัว อาทิ ธนาคารพาณิชย์ หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกเกณฑ์ช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มเอ็มอีลดดอกเบี้ย และลดค่าธรรมเนียมทำให้รายได้ของธนาคารพาณิชย์ลดลง

“ปัจจัยเศรษฐกิจภายในประเทศที่อ่อนแอลง และเกิดปัญหาภัยแล้งรุนแรงในรอบหลายปี ทำให้กำลังซื้อชะลอตัวลง ทำให้ช่วงสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในขณะนี้ จึงแนะนำให้ลดพอร์ตการลงทุนในหุ้นเหลือ 30-40% เพิ่มสัดส่วนทองคำเป็น 20% ที่เหลือเป็นการลงทุนในตราสารหนี้ โดยยังต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกลางอย่างใกล้ชิด เพราะหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น ก็มีโอกาสที่จะหลุดจุดต่ำสุดเดิมที่เคยทำไว้ในวันที่ 17 ธันวาคม 25.62 ที่ระดับ 1,543.22 จุดได้”นายณัฐพลกล่าว

นายณัฐพลกล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ เน้นหุ้นปลอดภัยและปันผลสูง อาทิ พลังงาน สื่อสาร ขณะเดียวกันพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 1.37% ซึ่งถือว่าปรับตัวลงแรง ทำให้การลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราฟันด์) ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ รีท และโรงไฟฟ้ากลับมาน่าสนใจอีกครั้ง โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ 1,550 – 1,570 จุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon