กรมศุลฯจับกุมลักลอบนำเข้ามะพร้าว ข้าวเหนียว หอมแดง เร่งปรามปรามช่วยเกษตรกรในประเทศ

นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ในเดือนธันวาคมนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร มอบนโยบายให้เร่งรัดปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งจากสินค้าเกษตร น้ำมัน ยาเสพติด สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และสินค้าละเมิดอนุสัญญาไซเตส ซึ่งกรมพบการกระทำผิดตามกฎหมายศุลกากรหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับศุลกากรได้ทั้งสิ้น 1,633 คดี คิดเป็นมูลค่ารวม 102 ล้านบาท เป็นจำนวนคดีจากการลักลอบ 30.2% จากการหลีกเลี่ยง 69.8% ทั้งนี้ มีสินค้าที่มีมูลค่าการลักลอบนำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ นาฬิกาข้อมือ บุหรี่ กระเป๋าชนิดต่างๆ ส่วนสินค้าที่มีมูลค่าการลักลอบส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์)

นายชัยยุทธ คำคุณ

นายชัยยุทธกล่าวว่า สำหรับคดีสำคัญ เช่น สินค้าเกษตร กรมศุลกากร จับกุมรถบรรทุกพ่วง บรรทุกข้าวสารเหนียว จำนวน 660 กระสอบ กระสอบละประมาณ 48 กก. ลักลอบหนีศุลกากรบริเวณริมถนนมิตรภาพ (ขาเข้า กทม.) ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา มูลค่ารวมกว่า 1.3 ล้านบาท และเจ้าของของได้มาทำความตกลงระงับคดีโดยยกของกลางให้เป็นของแผ่นดินเสร็จสิ้นแล้ว นอกจากนี้ จับกุมหอมแขกพม่า 740 กระสอบ น้ำหนักราว 6 ตันยังโกดังแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม รวมมูลค่ากว่า 3 แสนบาท ซึ่งเจ้าของโกดังมารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมระงับคดีกับกรมศุลกากรเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายชัยยุทธกล่าวว่า นอกจากนี้ กรมศุลกากรยึดมะพร้าวจากอินโดนีเชียลักลอบเข้าประเทศกว่า 20 ตันมูลค่ากว่า 2.8 แสนบาท ซึ่งมะพร้าวนั้นเป็นสินค้าควบคุมการนำเข้าและขนย้าย ต้องปฏิบัติตามมาตรการการจัดระเบียบในการนำเข้าของกระทรวงพาณิชย์ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามปราณบุรีจับกุมได้ จึงยึดของดังกล่าวเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ กรมศุลกากรประสานผู้ที่เกี่ยวข้องทหาร ฝ่ายปกครอง ตำรวจปราบปราม ตรวจค้นโกดังสินค้าบริเวณด่านอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว พบสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า รองเท้า เสื้อผ้า ชุดกีฬา มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท นอกกจากนี้ ยังมีการจับกุมการลักลอบขนบุหรี่ชายแดนภาคใต้เข้าไทยอีก 1.1 ล้านมวน มูลค่าประมมณ 11 ล้านบาท

นายชัยยุทธกล่าวต่อ ส่วนกรณีการจับกุมลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทย นั้นได้ทำการตรวจสอบผู้โดยสารต้องสงสัยชาวกิเนียน เดินทางมาจากประเทศกินี กลืน โคคาอีน (ยาเสพติดให้โทษประเภท 2) ในท้องจำนวน 42 ก้อน น้ำหนัก 575 กรัม จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมโคคาอีน จำนวนดังกล่าว มูลค่า 1.275 ล้านบาท ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป นอกจากนี้พบการส่งไปรษณีย์ มาจากประเทศสโลเวเนีย สำแดงชนิดของเป็น LED แต่ผลการตรวจพบเป็นเม็ดยาสีฟ้า ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (Ecstasy) จำนวน 1,010 เม็ด และกัญชาแห้ง จำนวน 285 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในป้ายไฟ LED กรมศุลกากรจึงร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ประกอบด้วย  สำนักงาน ป.ป.ส.กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ดำเนินการขยายผลไปยังผู้รับปลายทาง พบว่า ผู้ต้องหาเป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ต้องสงสัยที่จำหน่ายยาเสพติดตามสถานบันเทิง จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

นายชัยยุทธกล่าวต่อ กรมศุลกากรให้ความสำคัญและเข้มงวดในการปราบปรามของละเมิด ลักลอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลักลอบเป็นปรากฎการเกิดขึ้นกับทุกๆ ประเทศ โดยเฉพาะกับไทยมีพรหมแดนติดกับประเทศเพื่อบ้านหลายประเทศ ถ้ากรมจริงจิงปริมาณลักลอบลดน้อยลง ที่ผ่านมากรมจริงจังในการป้องกันและปรามปรามสินค้าที่ทำผิดดังกล่าว โดยเฉพาะส่วนสินคค้าเกษตรเพื่อไม่ให้กระทบเกษตรกรในประเทศ

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อุดรธานี’ พร้อมจัดแข่งขันม้ากีฬา ‘ปลอดพนัน’ ชิงเงินรางวัลรวม 1.6 ล้านบาท
บทความถัดไป‘หม่อมเต่า’ เปิด ‘มหกรรมอาชีพ’ หนุนการมีงานทำกลุ่มจังหวัดภาคใต้