แบงก์ออมสินโชว์ปี’62 กำไร 2.6 หมื่นล. เงินฝาก-สินเชื่อมากสุดในระบบธนาคาร ปีนี้ตั้งเป้าโต 1-1.5 เท่าของจีดีพี

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในปี 2563 ตั้งเป้าหมายการเติบโตมากกว่าจีดีพี 1-1.5 เท่าของจีดีพี โดยคาดว่าจะมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 2.9 ล้านล้านบาท หรือ 3.5% มีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มกว่า 550,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสุทธิกว่า 80,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4-5% เงินฝากเพิ่มสุทธิกว่า 75,000 ล้านบาท หรือเติบโต 3% และตั้งเป้าดูแลหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ไม่เกิน 3% มีแผนขยายฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 41% ของประชากรทั้งประเทศ รวมถึงยังมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ MyMo จาก 8 ล้านรายในปี 2562 เป็น 13 ล้านราย และเป็น 18 ล้านรายในปี 2564

สำหรับผลประกอบการในปี 2562 ที่ผ่านมาธนาคารมีสินทรัพย์ 2.8 ล้านล้านบาท เงินฝาก 2.41 ล้านล้านบาท สินเชื่อ 2.15 ล้านล้านบาท เอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.72% ต่ำสุดในระบบธนาคาร โดย มีกำไรสุทธิ 26,554 ล้านบาท  กำไรในปีที่ผ่านมาลดลงจากปี 2561 ที่มีกำไร 30,842 ล้านบาท เนื่องจากในปีดังกล่าวมีกำไรจากการขายบริษัท ไออาร์พีซี 7,382 ล้านบาท ถ้าหักกำไรพิเศษไปเหลือ 23,460 ล้านบาท เท่ากับว่าผลประกอบการทั่วไปยังมีกำไร ซึ่งจากผลประกอบการทำให้ล่าสุดธนาคารออมสินเป็นธนาคารที่มีเงินฝาก และสินเชื่อมากที่สุดของระบบธนาคาร โดยในปี 2562 ธนาคารมีฐานลูกค้า 22 ล้านคนคิดเป็น 36% ของประชากรไทย

ทั้งนี้ในการทำงานในปี 2563 ธนาคารตั้งเป้าหมายเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน GSB SUSTAINABLE BANKING ให้ความสำคัญกับการเติบโตแบบยั่งยืน และตอบแทนสังคม รวมถึงเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้ามากขึ้น โดยพนักงานธนาคารให้บริการลูกค้าแบบดิลิเวอรี่ ออกให้บริการลูกค้าที่นัดหมายผ่านแอพพลิเคชั่น โดย สามารถเลือกบริการได้ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์บริการเคลื่อนที่ เรือออมสิน หรือให้พนักงานออกไปให้บริการยังจุดที่ลูกค้าสะดวก สามารถทำธุรกกรรมได้ตั้งแต่การรับฝากเงิน เปิดบัญชีเงินฝาก ฝากสลากออมสิน ฝากเงินกองทุนต่างๆ เปิดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ รับชำระสินเชื่อ เป็นต้น

นอกจากนี้ธนาคารปรับบทบาทสาขาให้เป็นศูนย์พัฒนาสู่ความยั่งยืน ถือเป็น มิติใหม่ของสถาบันการเงินที่จะมีสาขาดูแลด้านสังคมโดยเฉพาะ รวมถึงมีบริการศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน ศูนย์แก้ไขหนี้นอกระบบ ศูนย์พัฒนาอาชีพ ศูนย์แก้ไขหนี้นอกระบบ ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวในท้องถิ่น จุดให้บริการทางการเงินเพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐ ศูนย์แสดงสินค้าชุมชน ซึ่งปี 2563 จะเปิดให้บริการครบ 100 สาขา ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงการปรับบทบาทสำนักสินเชื่อธุรกิจลูกค้า เอสเอ็มอี ที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ 82 ศูนย์ เป็น ศูนย์กลางพัฒนาส่งเสริมเอสเอ็มอี ให้สามารถสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างครบวงจร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กะตะกรุ๊ป ขอเป็นส่วนหนึ่งช่วยวิกฤต “ไฟป่าออสเตรเลีย”
บทความถัดไป‘เหรียญทอง’ โต้ ‘สุรชาติ’ ปัดไล่ผู้ใช้บริการ จวก ‘อ่านให้เข้าใจก่อนกล่าวหา’