‘กฟผ.’ ชู 3 มาตรการลดฝุ่น หนุนใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ติดตามสถานการณ์ค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานอย่างใกล้ชิด และมีมาตรการให้กับโรงไฟฟ้าและเขื่อน ของ กฟผ. ทั่วประเทศดำเนินการเร่งด่วน เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาฝุ่นให้กับชุมชนโดยรอบพื้นที่ กฟผ. และเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองของประเทศไทย

นายวิบูลย์ กล่าวว่า การเผาไหม้ เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดฝุ่น PM2.5 กฟผ. จึงได้ออกมาตรการป้องกัน ดังนี้ 1.รณรงค์ประชาชนรอบเขื่อนและโรงไฟฟ้า ห้ามจุดไฟเผาป่าและวัชพืช 2.ร่วมกับชุมชนจัดตั้งทีมเฝ้าระวังไฟป่า เพื่อร่วมกันทำแนวกันไฟป่าและจัดทีมดับไฟป่าเพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจดับไฟป่า ให้สงบโดยเร็ว และ 3.จัดโครงการสร้างฝายชะลอน้ำรอบพื้นที่เขื่อนของ กฟผ. เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่าและลดโอกาสของการเกิดไฟป่า

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเปิดระบบพ่นละอองไอน้ำบนยอดตึก 20 ชั้นของ กฟผ. ซึ่งระบบดังกล่าวมีลักษณะเป็นหัวฉีดพ่นละอองไอน้ำจำนวนประมาณ 1,000 หัวและใช้น้ำประปาที่ผ่านเครื่องกรองมาฉีดพ่น รวมทั้ง ติดตั้งรถตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด อีกทั้ง มีการรณรงค์เพื่อให้ประชาชนรู้จักป้องกันตนเองจากภัยฝุ่น

“กฟผ. เห็นถึงแนวทางการลดปัญหาฝุ่นในระยะยาว จึงมีมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซล รวมถึงลดการปล่อยมลพิษทางอากาศและ PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยปัจจุบัน กฟผ. มีรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (รถอีวี) รถมินิบัสไฟฟ้าสำหรับใช้รับส่งพนักงาน กฟผ. และประชาชนที่มาศึกษาดูงานในพื้นที่สำนักงาน โรงไฟฟ้า เขื่อน และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. พร้อมติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า จำนวนทั้งสิ้น 23 สถานี รวมถึงพัฒนารถโดยสารประจำทางใช้แล้ว ของ ขสมก. ให้เป็นรถไฟฟ้าต้นแบบ และยังได้ขยายผลไปสู่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 5” นายวิบูลย์ กล่าว

นายวิบูลย์ กล่าวว่า แม้สาเหตุหลักของการเกิดฝุ่น PM 2.5 จะไม่ได้มาจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าและโรงไฟฟ้า เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีในการผลิตกระแสไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูง รวมทั้งยังมีการติดตั้งระบบดักจับฝุ่นด้วยไฟฟ้าสถิต (อีเอสพี) และระบบกำจัดมลสารอื่นๆ แต่โรงไฟฟ้าของ กฟผ. ทั่วประเทศ จะยังคงควบคุมดูแลการปลดปล่อยมลสารของโรงไฟฟ้า กฟผ. ให้อยู่ในระดับมาตรฐานของประเทศไทยและตรวจวัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากผลการตรวจวัดบริเวณปล่องโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ทุกครั้ง พบว่า มีค่าที่ดีกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยประชาชนสามารถติดตามและตรวจสอบได้จากป้ายแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศและเว็บไซต์ของโรงไฟฟ้า กฟผ. ในพื้นที่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ชำนาญ’ ชี้ ‘ศรีนวล-ฐนภัทร’ พ้นสภาพ ส.ส.แล้ว เหตุไม่ยอมสมัครพรรคใหม่ใน 30 วัน
บทความถัดไปอุทาหรณ์! หนุ่มเจอเสือกระโจนใส่ พยายามสู้สุดชีวิต ก่อนหนีรอดในที่สุด