วิเคราะห์ คดี ยุบพรรคอนาคตใหม่ จาก ‘อิลลูมินาติ’ ถึง ‘พรรคกู้เงิน’

วิเคราะห์ คดี ยุบพรรคอนาคตใหม่ จาก ‘อิลลูมินาติ’ ถึง ‘พรรคกู้เงิน’

วันที่ 21 มกราคม 2563 เวลา 11.30 น. จะเป็นคดีแรกของพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ต้องลุ้นกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีที่ นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 กล่าวหา พรรค อนค. มีแนวคิดล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของพรรค อนค. ผู้ถูกร้องที่ 1, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ผู้ถูกร้องที่ 2 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนค. ผู้ถูกร้องที่ 3 และคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) อนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องคดีดังกล่าวไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 คดีดังกล่าวในทางการเมืองเรียกกันให้เข้าใจง่ายๆ ว่า “คดีอิลลูมินาติ” โดยถอดรหัสมาจากคำร้องของนายณฐพร ที่ระบุตามคำร้องยื่นให้ยุบพรรค อนค. โดยหนึ่งข้อกล่าวหาที่ว่า สัญลักษณ์ของพรรคมีลักษณะสามเหลี่ยมด้านเท่ากลับหัว ซึ่งมีความเหมือนกับสมาคมอิลลูมินาติ (Illuminati) ซึ่งเป็นองค์กรลับที่รู้จักกันทั่วไปว่า มีเป้าหมายใหญ่ต้องการล้มล้างหรือปฏิวัติความเชื่อใหม่ๆ ทั้งในเรื่องระบอบการปกครองและศาสนา

แสดงให้เห็นว่า อนค. มีวัตถุประสงค์ยึดถือปรัชญาความคิดอิสระ ไม่เชื่อถือความคิดเก่าๆ ที่สั่งสอนกันมา อนค.จึงเป็นพรรคการเมืองที่เป็นอันตรายต่อระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นอกจากนี้ ในคำร้องยังขยายความด้วยว่า อีกทั้ง “ข้อบังคับ” พรรคอนาคตใหม่ ชอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตราที่ 14 และมาตรา 15 หรือไม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อบังคับต้องไม่มีลักษณะ และข้อบังคับพรรคต้องกำหนดเนื้อหาอย่างไร

เนื่องจากผู้ร้อง พบว่า ข้อบังคับของผู้ถูกร้องที่ 1 (พรรคอนาคตใหม่) ไม่มีถ้อยคำส่วนที่ปรากฏถึงการยอมรับ ประเทศไทยต้องมี “การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” แต่ในข้อบังคับของผู้ถูกร้องที่ 1 ได้มีบทบัญญัติข้อความในหลายข้อที่ใช้แทนคำว่า “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” โดยใช้คำว่า “หลักประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ” แทน

อันทำให้เห็นว่าผู้ถูกร้องที่ 1 ได้หลักเลี่ยงคำว่า “อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

สำหรับคดีนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 รับคำร้องไว้พิจารณา เนื่องจากเห็นว่า ผู้ร้องได้ใช้สิทธิร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสองแล้ว แต่อัยการสูงสุดมิได้ดำเนินการภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ ซึ่งกรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสาม ที่ผู้ร้องจะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจาณาวินิจฉัย เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562

ต่อมา เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 ผู้ถูกร้องทั้ง 4 ของพรรค อนค. ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน และคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานในคดีดังกล่าว โดยศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาพร้อมกับส่งเอกสารแจ้งกลับไปยังพรรค อนค.ว่า “ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเห็นว่า คดีนี้มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้โดยไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวน ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอทั้งสองฉบับ”

พร้อมกับนัดให้มาฟังคำวินิจฉัยในคดีกล่าวในวันที่ 21 มกราคมนี้

ในแวดวงวิชาการทางด้านกฎหมายต่างวิเคราะห์ แนวทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ใน “คดีอิลลูมินาติ” ไว้อยู่ 3 แนวทาง

แนวทางที่ 1 ศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะวินิจฉัยให้ยกคำร้องดังกล่าว แนวทางนี้จะทำให้ผู้ถูกร้องทั้ง 4 รอดพ้นจากการถูกยุบพรรคและถูกตัดสิทธิทางการเมือง สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ตามเดิม

แนวทางที่ 2 ศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะวินิจฉัยให้ยกคำร้อง พร้อมกับมีคำสั่งให้ ผู้ถูกร้องทั้ง 4 ยกเลิกการกระทำตามคำร้องดังกล่าวเสียใหม่ คือ การไปแก้ไขข้อบังคับพรรค อนค.ให้มีแนวทางยึดกับหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แนวทางนี้พรรค อนค.ยังสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองต่อไปได้

แนวทางที่ 3 ศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะวินิจฉัยว่า ผู้ถูกต้องทั้ง 4 กระทำความผิดตามคำร้อง ความผิดดังกล่าวจะนำไปสู่มูลความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92(1) ประกอบกับมาตรา 94 ส่งผลให้มีโทษยุบพรรค อนค. และตัดสิทธิทางการเมือง กก.บห.ทั้ง 15 คน ด้วย

แนวทางนี้ถึงเป็นผลลบที่สุด เพราะนอกจากพรรค อนค.จะต้องถูกยุบ กก.บห.ทั้ง15 คน ที่เป็นส.ส.ถึง 10 คน จะต้องพ้นสภาพการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่งผลให้เสียงของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านหายไปอีก 10 เสียง

ทั้งนี้ สำหรับ ส.ส.ของพรรค อนค.ที่ถูกยุบพรรค จะต้องหาพรรคที่จดทะเบียนสารบบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายใน 60 วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (10) ที่ระบุว่า “สมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลง เมื่อขาดจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง แต่ในกรณีที่ขาดจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง เพราะมีคําสั่งยุบพรรคการเมืองที่ ส.ส.ผู้นั้นเป็นสมาชิก และ ส.ส.ผู้นั้นไม่อาจเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นได้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีคําสั่งยุบพรรคการเมือง ในกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันถัดจากวันที่ครบกําหนด 60 วัน”

ไม่เพียงเท่านี้ พรรค อนค.ยังต้องลุ้นกับอีกหนึ่งคดีที่อยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ นั่นคือ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2562 ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรค อนค. ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 72 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กรณีพรรคอนาคตใหม่ผู้ถูกร้องกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 72 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรค อนค.ได้กระทำการอันเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค อนค. โดยแจ้งให้ กกต.ทราบ และให้พรรค อนค.ชี้แจงข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับสำเนาคำร้อง
ทั้งนี้ คำร้องที่ กกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค อนค.เป็นกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึง กกต.ขอให้ตรวจสัญญากู้ยืมเงินระหว่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. กับพรรค อนค. จำนวน 191.2 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562
ขั้นตอนของคดีอยู่ระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาต ขยายระยะเวลาให้ อนค.ส่งเอกสารชี้แจงจนถึงวันที่ 27 มกราคม 2563 จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนของการไต่สวนทั้งพยานบุคคลและเอกสารของคู่ความทั้งสองฝ่าย ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดฟังคำวินิจฉัยคดีต่อไป

ส่วนผลแห่งคดี “อิลลูมินาติ” จะเป็นเช่นใด ทั้งหมดทั้งมวลคงต้องรอฟังคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 21 มกราคมนี้

บทความก่อนหน้านี้‘ณัฏฐพัฒน์’ ซิวอันดับ15 สปีด สเก็ตติ้ง 500 เมตรชาย ‘วินเทอร์ ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2020’
บทความถัดไปเชื่อหรือไม่ จะมีการดำเนินการทางกม.อย่างตรงไปตรงมากับผู้เกี่ยวข้อง รุกป่าเขาใหญ่