ร้องขอความเป็นธรรม อสส.คดีอุ้มฆ่า ‘บิลลี่’ ยกประเด็น พันธกิจของอัยการ-อ้างคำพิพากษาศาลฎีกาคลาดเคลื่อน

“เมียบิลลี่” เตรียมยื่นร้องขอความเป็นธรรม อสส.สามีถูกอุ้มฆ่า ยกประเด็นพันธกิจของอัยการ อ้างคำพิพากษาศาลฎีกาเพชรบุรีคลาดเคลื่อนความจริง “ทนายเผย” ขอดูสำนวนสั่งไม่ฟ้องยังไม่ได้ หากที่สุดเเล้วชี้ขาดไม่ฟ้องขอพยานหลักฐานนื่นฟ้องเอง

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2563 น.ส.วราภรณ์ อุทัยรังษี ทนายความ นางพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยาของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ อายุ 31 ปี นักเคลื่อนไหวชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นคดีที่มีการกล่าวหา นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อายุ 56 ปี ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) ปัตตานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ระหว่างปี 2551-2557 กับลูกน้อง 3 คน ตกเป็นผู้ต้องหา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้าย และร่วมกันฆ่าอำพรางศพ เเต่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้องหลายข้อหา คงฟ้องเเต่เพียงข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เเละนางพิณนภาได้ยื่นคำร้องขอทราบเหตุผลที่สั่งไม่ฟ้องจากคณะทำงานอัยการว่า ภายหลังจากที่ยื่นคำร้องไปเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ขณะนี้ทางเรายังไม่ได้รับเอกสารชี้เเจง การสั่งคดีของอัยการดังกล่าว เเต่อย่างใด เเต่ถ้าช้ามากเราก็จะไม่รออย่างเดียว ขณะนี้เราอยู่ระหว่างการเขียนคำร้องขอเป็นธรรมเพื่อยื่นต่อ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด โดยมีประเด็นหลักๆ หลายประเด็น อาทิ ในส่วนเรื่องพันธกิจของอัยการ เเละในส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาเพชรบุรีที่เคยยกคำร้องขอให้ปล่อยตัวบิลลี่ ที่อัยการยังมองคลาดเคลื่อน ซึ่งเรากำลังทำคำร้องอยู่คงยังมีหลายประเด็นที่จะส่งให้ อสส.พิจารณา ถ้าเราทำเสร็จเร็วทันใน 1 อาทิตย์นี้ก็จะยื่นร้องขอความเป็นธรรมได้เลย ส่วนในวันพรุ่งนี้ที่จะครบกำหนดฝากขังนายชัยวัฒน์ หากอัยการยื่นฟ้องในข้อหา 157 ไปก่อนเราก็จะยังไม่ไปคัดค้านการประกันตัว คงต้องรอขั้นตอน ดีเอสไอเห็นเเย้งไปเเละ อสส.ชี้ขาดก่อน

เมื่อถามถึงเรื่องเเนวคิดการฟ้องเอง น.ส.วราภรณ์กล่าวว่า เราจะรอให้สุดกระบวนการคือ ดู ว่า อสส.ชี้ขาดออกมาเป็นอย่างไร ถ้าสุดท้ายชี้ขาดออกมายังไม่ฟ้องข้อหาที่เราเล็งไว้ เราก็ต้องยื่นฟ้องต่อศาลเอง เเต่ก็เป็นที่ทราบว่าการฟ้องเอง ภาระจะตกมากับผู้เสียหายที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เราจะต้องไปขอสำนวนพยานหลักฐานทั้งจากดีเอสไอเเละอัยการมาพิจารณาทำสำนวนประกอบ

น.ส.วราภรณ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงประเด็นที่ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ลงนามคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการโดยครั้งนี้มีคำสั่งให้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปัตตานี (ทสจ.) สำนักงานปลัดทส. ย้ายกลับไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (สบอ.) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ว่าคำสั่งย้ายนายชัยวัฒน์กลับครั้งนี้ทางฝั่งผู้เสียหายก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร เเต่หากเราพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือข่มขู่คนในพื้นที่หรือคนที่เกี่ยวข้อง ทางฝั่งผู้เสียหายหรือเครือข่ายชาวบ้านก็พร้อมจะยื่นหนังสือถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้พิจารณาเรื่องการโยกย้าย ในส่วนนางมึนอ ตนก็ยังไม่ได้คุย เเต่ตนคิดว่านางมึนอก็คงไม่สบายใจ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มาเลเซียสอบเหตุ “แอร์บัส” ติดสินบน “แอร์เอเชีย”
บทความถัดไปชาวเจริญนคร ค้านสร้างศูนย์ราชการ กระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ หวั่นปัญหารถติด