หุ้นไทยปิดบวกเล็กๆ 1.65 จุด มูลค่าซื้อขายกว่า 69,363.97 ล้านบาท

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ1,534.14 จุด ปิดตลาดภาคเช้าระดับ 1,537.94 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,535.79 ปรับเพิ่มขึ้น 1.65 จุด หรือ0.11% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,541.81 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,530.51 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่69,363.97 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 3,826.57 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 185.53 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 2,378.48 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ขายสุทธิ 1,262.57 ล้านบาท

โดยนายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยปิดบวกตามตลาดหุ้นโลกที่ฟื้นตัว อาทิ เกาหลีใต้บวก 2.88% ฮ่องกงบวก 2.6% ญี่ปุ่นบวก 2.4% ฟิลิปปินส์ 2% และจีน 1.9% หลังจากที่มีกระแสข่าวออกมาว่า ประเทศจีนและอังกฤษค้นพบยาต้านไวรัสโคโรนาที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่จีนได้ปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าให้กับสหรัฐ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป เพราะมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งเป็นบรรยากาศในเชิงบวกต่อภาพรวมตลาด

นายภราดรกล่าวว่า สำหรับการปรับขึ้นของตลาดหุ้นไทย ไม่ร้อนแรงเท่ากับต่างประเทศ เพราะขาดเม็ดเงินใหม่เข้ามาสนับสนุน โดยกลุ่มที่ถูกเทขายมากสุดเป็นกลุ่มโรงไฟฟ้าหลังจากที่ก่อนหน้านี้ปรับขึ้นมาแรง อาทิ GULF ปรับลดลง 5% BGRIM ลง 7.7% GPSC ลง 3% รวมถึงการที่เกิดปัญหาภัยแล้งหนักสุดในรอบ 40 ปี จะทำให้งบไตรมาส 1 ปี 2563 ออกมาไม่ดีนัก ส่วนหุ้นที่ปรับตัวขึ้นเป็นกลุ่มพลังงาน อาทิ PTT ขึ้น 1.16% PTTGC ขึ้น 2.3%

“ปัจจัยที่ต้องติดตามคือ วันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดลงมติ และอ่านคำวินิจฉัย กรณีการเสียบบัตรแทนกันเพื่อลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ว่าจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยไม่จำต้องทำการไต่สวน ซึ่งหากไม่ขัดรัฐธรรมนูญจะเป็นบรรยากาศเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง แต่หากวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญและการพิจารณาร่างงประมาณเป็นโมฆะทั้งฉบับ จะทำให้หุ้นกลุ่มรับเหมาถูกแรงเทขายได้ พร้อมติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ของสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 1.6 แสนราย จากเดิมอยู่ที่ 1.45 แสนราย และการว่างงานอยู่ที่ 3.5% ด้านกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ เน้นลงทุนในหุ้นปันผลสูง และได้รับปัจจัยบวกจากดอกเบี้ยขาลง โดยประเมินแนวรับในวันพรุ่งนี้ (7 กุมภาพันธ์ 2563) ที่ระดับ 1,520 จุด แนวต้าน 1,550 จุด”นายภราดรกล่าว

บริษัทหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรกได้แก่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ช่อ พรรณิการ์’ อัดยับ ‘ไวรัสรัฐประหาร’ ทำลายชาติบนเวทีโลก
บทความถัดไปพระคติธรรมวันมาฆบูชา ‘ไม่กล่าวร้าย ไม่ทำร้าย’ เป็นพื้นฐานการครองตน ในสังคมที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารเท็จ