‘อีซูซุ ดีแมคซ์’ ใหม่ ใส่ของเพียบ : โดย นายพล

ไม่น่าแปลกใจ เมื่อมีข่าวในช่วงปลายปีที่ผ่านมาว่า ตลาดรถยนต์เมืองไทยชะลอตัว สาเหตุหนึ่งมีคนในรัฐบาลออกมาบอกว่า เป็นเพราะค่าย อีซูซุ เตรียมเปิดตัวรถปิกอัพรุ่นใหม่ ประมาณเดือนตุลาคม ทำให้ลูกค้าต่างรออีซูซุรุ่นใหม่ออกมา ทำให้ตลาดรถยนต์ชะงักไปชั่วคราว

เป็นที่ทราบกันดีว่าค่ายอีซูซุผลิตรถปิกอัพได้ถูกใจคนไทยขนาดไหน ทั้งในเรื่องความประหยัด ความทนทาน แถมรถปิกอัพอีซูซุรุ่นหลังๆ มานี้ พัฒนาเครื่องยนต์ให้ล้ำหน้ามากยิ่งขึ้น

สำหรับ ดีแมคซ์ นับเป็นอีกนวัตกรรมยานยนต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงของ อีซูซุ ทั้งในด้านความนิยมและยอดขายถล่มทลาย จนเกิดเป็นกระแส “ดีแมคซ์ฟีเวอร์” ทุกครั้งที่มีการแนะนำรถรุ่นใหม่ นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทยของ “อีซูซุดีแมคซ์” เจเนอเรชั่นแรก ปี พ.ศ.2545 ตามมาด้วยการเปิดตัว “อีซูซุดีแมคซ์” ปิกอัพสำหรับคนทั้งโลก เจเนอเรชั่น 2 ในปี พ.ศ.2554 รวมถึงการแนะนำเครื่องยนต์ใหม่ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” นวัตกรรมเปลี่ยนโลก ครั้งแรกในโลกของรถปิกอัพที่ใช้เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,000 ซีซี ในปี พ.ศ.2558

การเปิดตัวครั้งล่าสุดของอีซูซุ ใช้ชื่อแบบเต็มยศว่า “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ พลิกโลก ดีไซน์ใหม่หมดในทุกมิติ

อีซูซุได้จัดให้ลองขับในรูปแบบท่องเที่ยว เส้นทางเชียงใหม่-เชียงดาว พบว่าภายนอกออกแบบใหม่ ตัวรถมีมิติใหญ่ดูบึกบึนขึ้น ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศต่ำ อีซูซุให้ข้อมูลมาว่าผ่านการพัฒนาโดยการทดสอบในอุโมงค์ลม จากสถาบันวิจัยด้านราง (Japan Railway Research Institute) หรือเจอาร์ (JR) สถานที่ทดสอบรถไฟหัวกระสุนของประเทศญี่ปุ่น มาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ อาทิ ไฟหน้า อีซูซุ วิชั่น ไบ-แอลอีดี (Isuzu Vision Bi-LED) พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ไฟ มัลติฟังชันนัล เดย์ไลท์ แบบบิลท์-อิน และไฟตัดหมอกแอลอีดี ทำให้ดูสปอร์ตขึ้น ไฟท้าย ดูอัล-โซนิก แอลอีดี กันชนท้าย อินเทเกรเตด บัมเปอร์ (Integrated Bumper) เป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ ดีไซน์ล้อหลากหลายสไตล์

ภายในห้องโดยสารใหม่ คอนโซลหน้าเล่นระดับแบบ ชาร์ป ฮอไรซอนทัล เลเยอร์ส (Sharp Horizontal Layers) พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานง่าย อาทิ จอ สมาร์ท เอ็มไอดี (Smart MID) ขนาดใหญ่ 4.2 นิ้ว แผงควบคุมระบบปรับอากาศ เปียโน ทัช พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง แบบ ทิลท์ แอนด์ เทเลสกอปิก (Tilt & Telescopic) เบาะนั่งคู่หน้าเทคโนโลยี เอวีอีซี (AVEC – Anti Vibration Elastic Comfort) ซับแรงสั่นสะเทือน ลดความเมื่อยล้า พร้อมระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางในตำแหน่งที่นั่งคนขับ

ระบบความบันเทิง อีซูซุ อัลติเมท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (ISUZU Ultimate Entertainment) หน้าจอระบบสัมผัส อินโฟเทนเมนต์ ดิสเพลย์ (Infotainment Display) ขนาด 9 นิ้ว คมชัดระดับ เอชดี รองรับระบบ แอปเปิล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต ระบบเสียงรอบทิศทาง ไดนามิก เซอร์ราวด์ ซาวด์ 8 ลำโพง และที่บังแดดพร้อมกระจกและไฟส่องสว่าง เวนิตี้ มิร์เรอร์ แอนด์ ไลท์ (Vanity Mirror & Light)

เครื่องยนต์มีให้เลือก 2 แบบ คือ อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น 4JJ3-TCX เทคโนโลยีดีเซลล่าสุด ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,600 รอบ/นาที พร้อม อี-วีจีเอส เทอร์โบ (E-VGS TURBO) เทอร์โบแปรผันปรับไฟฟ้า แรงจัดตั้งแต่รอบต่ำ ตอบสนองเร็ว

และเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เจเนอเรชั่นที่ 2 รุ่น RZ4E-TC พัฒนาไปอีกขั้น ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที ตอบสนองฉับไวขึ้น ออกตัวเร็วขึ้น เร่งแซงเร็วขึ้น

เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ถ่ายทอดจังหวะเปลี่ยนเกียร์ค่อนข้างนุ่มนวล พร้อมโหมดขับขี่แบบสปอร์ต เรฟ ทรอนิก (Rev Tronic) และเกียร์ธรรมดา 6 สปีดพัฒนาใหม่สไตล์สปอร์ต

อีซูซุ ดีแมคซ์ ใหม่ ออกแบบโครงสร้างตัวถังและแพลตฟอร์มใหม่ ผสานการทำงานของโครงสร้างตัวถัง แชสซีส์ เครื่องยนต์ และช่วงล่าง โดยวางตำแหน่งเครื่องยนต์ ห้องโดยสาร กับแชสซีส์ ระบบการบังคับควบคุมของพวงมาลัยใหม่ พร้อมระบบกันสะเทือนพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่ ทำให้มีสมรรถนะดีขึ้น เข้าโค้งได้นิ่งกว่าเดิม แถมนั่งสบาย

ขณะที่โครงสร้างตัวถังเสริมเหล็ก อัลตร้า-ไฮ เทนไซล์ (ULTRA – HIGH TENSILE) แกร่งและทนทานกว่าเหล็กธรรมดา แชสซีส์ใหม่ ขนาดใหญ่ รับแรงบิดสูงขึ้น 23% ช่วงล่างหน้าใหม่แบบอิสระปีกนก 2 ชั้น ดับเบิล วิชโบน กับคอยล์สปริง (DOUBLE WISHBONE with COIL SPRING) ช่วงล่างหลังแหนบยาวแบบ ลอง สแปน (LONG SPAN) เทคโนโลยีใหม่ ดับเบิลยูเอสเอสพี เดอะ โพเทนเชียล ออฟ ออล – เทอร์เรน เอ็กซ์พีดิชั่น (WSSP THE POTENTIAL OF ALL-TERRAIN EXPEDITION)

สำหรับรุ่นท็อป อีซูซุ วี-ครอส 4×4 ใหม่ รถขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่อง 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ใหม่ เรียกพลังได้ตั้งแต่รอบต่ำ ทำให้เพิ่มกำลังการปีนไต่ได้ดีขึ้น มาพร้อมช่วงล่างพัฒนาใหม่ มีระบบ เทอร์เรน คอมมานด์ (Terrain Command) พัฒนาใหม่ ทำงานตอบสนองได้ไว แม่นยำขึ้น และอิเล็กทรอนิก ดิฟฟ์-ล็อก (Electronic Diff-Lock) ระบบล็อกเฟืองท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า ช่วยเพิ่มสมรรถนะการไต่ได้เฉียบขาด และยังลุยน้ำไดสูงสุด 800 มิลลิเมตร

สำหรับระบบความปลอดภัยป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ มาแบบครบครัน ได้แก่ ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ABS – Anti Lock Brake System) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์, ระบบช่วยกระจายแรงเบรกให้สัมพันธ์กับน้ำหนักบรรทุกของรถ EBD (Electric Brake-force Distribution), ระบบช่วยเพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติ เมื่อเบรกกะทันหัน BA (Brake Assist), ดิสก์เบรก (Disc Brake) หน้าขนาดใหญ่ 320 มม. พร้อมระบบใหม่ล่าสุด ระบบเปิดไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ เมื่อเบรกกะทันหัน (ESS-Emergency Stop Signal)

นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยควบคุมรถอย่าง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว (TCS-Traction Control System), ระบบควบคุมการทรงตัว (ESC-Electronic Stability Control), ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA -Hill Start Assist) ระบบควบคุมความเร็วลงทางลาดชัน (HDC – Hill Descent Control)

รวมทั้งระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Monitoring) กรณีเปลี่ยนเลน โดยส่งสัญญาณเตือนที่มุมกระจกมองข้าง มีระบบช่วยจอด (Parking Aid System) มาพร้อมเซ็นเซอร์กะระยะ 8 จุดรอบคัน แถมด้วยระบบแจ้งเตือนในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert)

มีระบบช่วยอำนวยความสะดวกอย่าง ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ (Rain Sensing Wiper), ระบบฉีดน้ำบนก้านปัดแบบ (Integrated Wiper Blade)

ส่วนระบบความปลอดภัยปกป้องขณะเกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ โครงสร้างห้องโดยสารเสริมเหล็ก (ULTRA – HIGH TENSILE), แชสซีส์ใหม่ใหญ่ขึ้น แกร่งขึ้น 23%, เพิ่มคานตัดขวาง (Cross Member), ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (SRS Airbag), เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ทุกที่นั่ง เข็มขัดนิรภัยที่นั่งตอนหน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ (Pretensioner Safety Belts) และเปลี่ยนจุดยึดเข็มขัดนิรภัยในที่นั่งตอนหลังใหม่ ช่วยให้กระชับมากขึ้น, ปลดล็อกประตูอัตโนมัติ เมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน (Crash Unlock)

กุญแจเป็นแบบ คีย์เลส เอ็นทรี่ (Keyless Entry) พร้อมฟังก์ชั่น รีโมต เอ็นจิ้น สตาร์ต (Remote Engine Start) สตาร์ตเครื่องยนต์ด้วยกุญแจรีโมตในระยะ 20 เมตร

กระจกบังลมหน้าแบบ ไออาร์ คัท (IR Cut) ครั้งแรกในวงการปิกอัพ ช่วยกรองรังสีอินฟราเรด ป้องกันรังสี ยูวีเอ และยูวีบี ช่วยลดอุณหภูมิในห้องโดยสาร

ไฟส่องสว่างในห้องโดยสารเปิดอัตโนมัติ เมื่อเข้าใกล้รถในระยะ 2 เมตร หรือ เวลคัม ไลท์ (Welcome Light), ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ เมื่อเดินออกห่างจากตัวรถเกินระยะ 3 เมตร (Walk Away Auto Lock), เปิดไฟส่องสว่างได้นาน 30 วินาที หลังดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home), ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติและไฟในห้องโดยสาร เมื่อดับเครื่องยนต์และเปิดประตูรถ (Auto Light Off) ระบบควบคุมไฟเลี้ยวแบบ สมาร์ท ทัช (Smart Touch), ระบบกรองอากาศเข้าห้องโดยสาร (High Efficiency Filter) ดักฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ได้

มีให้เลือกทั้ง รุ่นวี-ครอส 4×4 รุ่น 2 ประตู และ 4 ประตู, ไฮแลนเดอร์ รุ่น 2 ประตู และ 4 ประตู, แค็บโฟร์, สเปซแค็บ, สปาร์คขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ราคาจำหน่าย 510,000-1,164,000 บาท

งานนี้ อีซูซุ มาแบบจัดเต็ม ไม่ใช่แค่สมรรถนะ ประหยัด แข็งแกร่ง ทนทาน แต่เติมออปชั่นเข้ามาอีกเพียบ ไม่ให้เสียชื่อ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ พลิกโลก

นายพล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้คมคำ : ประจำวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563
บทความถัดไปเรียงคนมาเป็นข่าว ประจำวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 : โดย นิวรอน