ห่วงโซ่ ‘โควิด-19’ ทัวร์จีนหาย-ท่องเที่ยวฟุบ

ห่วงโซ่โควิด-19ž
ทัวร์จีนหาย-ท่องเที่ยวฟุบ

การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อธุรกิจการท่องเที่ยวไทย จังหวัดท่องเที่ยวต่างๆ ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า

หากย้อนจากภาพความคึกคักที่นักท่องเที่ยวชาวจีนหลั่งไหลมายังจังหวัดเชียงใหม่ หนึ่งในเป้าหมายที่ชาวจีนต้องการเดินทางมาเช็กอินให้ได้สักครั้งในชีวิตนี้ หลังจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนสนับสนุนให้ประชาชนชาวจีนออกเดินทางท่องเที่ยวสู่โลกภายนอกมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วัดสำคัญต่างๆ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฐานะเมืองท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆ ของโลก จากเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมประเพณี ทรัพยากรทางธรรมชาติ และวิถีชีวิตที่หลากหลายของชุมชน หนาแน่นไปด้วยกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน แรกเริ่มจะเห็นการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์ เริ่มขยับเป็นเฉพาะกลุ่มครอบครัวใหญ่ และคู่รักที่พากันมาถ่ายรูปแต่งงานภายใต้บรรยากาศที่แสนจะอบอุ่น

วันนี้เชียงใหม่เงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด สายการบินที่พานักท่องเที่ยวจีนเข้าเชียงใหม่เหลือเพียง 95 คน จากเดิมเฉลี่ย 5,000 คนต่อวัน ในขณะที่โรงแรมและที่พักที่เคยเฟื่องฟูบัดนี้เริ่มไร้ทิศทางแบบน่าใจหาย

ละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) กล่าวว่า ตั้งแต่สิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีการยกเลิกห้องพักยาวไปจนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ เฉพาะโรงแรมที่เป็นสมาชิกจำนวนหลายหมื่นห้อง เฉลี่ย 40-45% ยังไม่รวมระบบโรงแรมที่จองผ่าน Airbnb และที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของเรา แม้เราไม่มีข้อมูล แต่เชื่อว่าหายไปไม่ต่ำกว่า 80-90% จากข้อมูลของบริษัทนำเที่ยวที่ดูแลกรุ๊ปทัวร์เรียกว่าสาหัสมาก เพราะเดือนกุมภาพันธ์คือช่วงไฮซีซั่น

”ที่หวังคือการกระตุ้นไทยเที่ยวไทย ภาครัฐต้องเร่งรัดการเบิกจ่าย เพราะนับจากนี้ไม่ใช่ฤดูกาลการท่องเที่ยว เศรษฐกิจไม่ดีใครจะเที่ยว แม้ว่าจะให้หยุดและจ่ายค่าจ้างบ้างไม่จ่ายบ้าง ยิ่งกลุ่มที่ทำธุรกิจคู่ค้ากับจีนถือว่าสาหัส จะทำอย่างไรดี จะยาวเกินเดือนเมษายนหรือไม่ เพราะคนจะเดินทางก็ต้องระวังไม่สุ่มเสี่ยงที่จะเข้าไปในพื้นที่แออัด ล่าสุด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่เรียกประชุมผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทั้งหมดเพื่อกำหนดมาตรการดูแลป้องกัน ในส่วนของโรงแรมก็ต้องมาดูตั้งแต่คนขับรถรับส่งนักท่องเที่ยว พนักงานบริการ-เครื่องดื่ม ครัว แม่บ้านทำห้อง เพราะปัจจุบันยังมีนักท่องเที่ยวจีนทั้งที่อยู่ต่อและยังไม่กลับประเทศจากเมืองอื่นเรียกว่าต้องทำใจอยู่กับปัญหาและสู้ต่อไป”Ž ละเอียดระบุ

ขณะที่ สรรเพชร ศุภบวรเสถียร อุปนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก กล่าวว่า ผู้ประกอบการโรงแรมต่างๆ มีกระทบมากเกิน 90% สำหรับโรงแรมที่รับชาวเอเชียโดยตรง ซึ่งตลาดเอเชียเป็นตลาดที่อ่อนไหว ส่วนโรงแรมที่รับนักท่องเที่ยวชาวยุโรปจะไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากเท่าไหร่ในระยะนี้ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น ซึ่งในช่วงนี้นักท่องเที่ยวจากรัสเซียและยุโรปเข้ามาท่องเที่ยวยังเมืองพัทยามากขึ้น อาจจะทำให้บางโรงแรมทรงตัวอยู่ได้ ส่วนโรงแรมที่รับนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย นักท่องเที่ยวหายไปเกิน 90% แต่ก็ยังโชคดีที่มีตลาดคนไทยและตลาดอินเดีย เข้ามาช่วยประคองในช่วงนี้ แต่หลายโรงแรมที่ไม่มีตลาดเสริมได้รับผลกระทบหนักมาก

บางโรงแรมมีการลดพนักงาน บางโรงแรมมีนโยบายให้พนักงานทำงาน 15 วัน หยุด 15 วัน เพื่อประคองค่าใช้จ่ายของโรงแรมให้อยู่รอดในช่วงนี้ ส่วนบริษัททัวร์ที่รับนักท่องเที่ยวจีนอย่างเดียว บางบริษัทก็ต้องปิดกิจการเลย เบื้องต้นบางโรงแรมก็มีการปิดปรับปรุงชั่วคราวไปก่อน 1 เดือน แต่ยังไม่มีการปิดแบบถาวรแต่อย่างใด

ด้าน เอกสิทธิ์ งามพิเชษฐ์ นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา บอกว่า โรงแรมที่รับนักท่องเที่ยวจีนล้วนๆ จะได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่โรงแรมที่รับตลาดหลากหลายก็ได้รับผลกระทบบ้าง ปัจจุบันยังมีตลาดยุโรปค้างอยู่ก็ยังมีผลกระทบน้อย หลังมีนาคมก็จะเห็นผลกระทบอย่างมากแน่นอน ซึ่งหลายๆ โรงแรมก็หวังว่าจะได้นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้ามาทดแทน ส่วนนักท่องเที่ยวไทยนั้นยังไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นและการทำโปรโมชั่นของโรงแรมนั้น แนวโน้มตอนนี้ยังคาดการณ์ไม่ได้ ขึ้นอยู่ว่าแต่ละประเทศควบคุมได้มากน้อยขนาดไหน อย่างประเทศจีนควบคุมได้ แล้วญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ ควบคุมได้ไหม ซึ่งมันจะเกี่ยวเนื่องกันไปหมด เบื้องต้นคาดการณ์ไว้ 6 เดือน

ส่วนตัวเลขที่เห็นว่านักท่องเที่ยวหายไปก็คือชาวจีน 95% และกลุ่มทัวร์ 100% ชาติอื่นก็ทยอยยกเลิก อย่างเช่น เกาหลีที่แจ้งยกเลิก คือ 95% สมาคมเรามีการพูดคุยกับสมาคมต่างๆ ในการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปิดเทอม เชิญชวนให้พาครอบครัวมาท่องเที่ยวในเมืองพัทยา รวมทั้งงานอีเวนต์ต่างๆ ที่จะมีขึ้นในเมืองพัทยาŽ

ด้าน ก้องศักดิ์ คู่พงศกร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เปิดเผยว่า โรงแรมที่รับนักท่องเที่ยวชาวจีน 100% ก็มีการปิดให้บริการเป็นเวลา 3 เดือน ขณะที่โรงแรมในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว เช่น หาดป่าตอง การเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 60-70% โดยส่วนใหญ่เป็นรัสเซีย อินเดีย ยุโรป และคนไทย

“ขณะที่ชาวจีนที่เป็นกลุ่ม FIT ยังมีเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบว่าเหลือเพียงหลักร้อยต่อวัน จากเดิมที่มีสูงประมาณ 6,000-7,000 คนต่อวัน สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการโรงแรม ห้องพักต่างๆ ในพื้นที่ภูเก็ต ให้มีการโปรโมตเชิญชวนประชาสัมพันธ์แก่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นการช่วยเหลือตัวเองในระดับหนึ่ง ส่วนสมาคมเองได้ขอความอนุเคราะห์ไปยังสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อไปร่วมโปรโมตการท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต ให้กับกลุ่มชาวไทย ซึ่งงานจะจัดขึ้นที่เซ็นทรัลเวิลด์ในระหว่างวันที่ 25-26 ก.พ.63 นี้ โดยคาดหวังว่าจะกระตุ้นให้คนไทยเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดเพิ่มมากขึ้นŽ” ก้องศักดิ์กล่าว

ส่วน พิมพ์พร ทองสุข เจ้าของธุรกิจโรงแรมบนเกาะสมุย กล่าวว่า ตอนนี้ธุรกิจโรงแรมเดือดร้อนมากหลังนักท่องเที่ยวจีนไม่มี และมีบางประเทศที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยแล้วกลับไปจะต้องถูกกักตัว 14 วัน ทุกวันนี้ธุรกิจท่องเที่ยวเกาะสมุยอยู่ได้ด้วยนักท่องเที่ยวจากเยอรมัน ถ้าเยอรมันประกาศออกมาว่าคนที่มาเที่ยวประเทศไทยกลับไปจะถูกกักตัว อะไรจะเกิดขึ้นกับเกาะสมุย อยากฝากถึงรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับมามองภาคธุรกิจท่องเที่ยวได้แล้ว

“ในช่วงมกราคม-เมษายนของทุกปี โรงแรมจะถูกจองเต็มกว่า 90% แต่ในปีนี้ลดเหลือ 50% และจะมีแนวโน้มเหลือ 30% ด้วย ทำให้ตอนนี้ได้ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นทั้งหมดของโรงแรม ยังได้ยื่นคำร้องต่อธนาคารเพื่อขอจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยและปลอดเงินต้นให้ทันภายในเดือนนี้ เพื่อให้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ได้ตัดสินใจลดจำนวนพนักงานออกไปแล้ว 50 คน และถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ก็อาจจะลดวันทำงานเหลือแค่ 15 วัน จ่ายค่าแรง 15 วัน ต้องบอกเลยว่าใครจะอยู่ก็อยู่ ใครจะไม่อยู่ก็ต้องไป เพราะทุกคนต้องเอาตัวเองรอด เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง”Ž เจ้าของธุรกิจโรงแรมบนเกาะสมุยระบุ

นับเป็นเสียงสะท้อนที่ภาครัฐต้องหาทางแก้ไขปัญหาและเยียวยาเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศ ที่เลือดกำลังไหลออกจนใกล้หมดลมหายใจ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon