“ศรีสุวรรณ” ออกแถลงการณ์ จี้รัฐบาลเปิดบริการตรวจฟรีหาเชื้อโควิด -19 ตามสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ

วันที่ 15 มีนาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯได้ออกแถลงการณ์ รัฐต้องตรวจและรักษาโรคโควิด-19 ฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ หลังจากองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การระบาดของโรคโควิด 19 เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ จึงประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 เป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 นั้น ต่อมามีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด 19 การระดมทรัพยากรและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเยียวยา

“จัดให้มีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่น ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สถานพยาบาล (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2563 แล้ว แต่ปรากฏว่ายังมีประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงบางรายไปทำการตรวจรักษาในสถานพยาบาลของรัฐแล้วต้องเสียค่าตรวจ เป็นค่าบริการของแพทย์และการตรวจเชื้อในห้องแล็ปและอื่นๆ ตามมาอีกมากมายตามเทคนิคการตรวจรักษาในแต่ละสถานพยาบาล ถ้าใครมีความเสี่ยงสูงอาจจะต้องตรวจละเอียดขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายอาจจะเพิ่มขึ้นด้วย”

แถลงการณ์ ระบุว่า การเรียกเก็บเงินไม่ว่ากรณีใด ๆ ในการตรวจรักษาโรคโควิด-19 ของสถานพยาบาลของรัฐไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่โตหรือมีชื่อเสียงเพียงใด ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 47 วรรคสาม โดยชัดแจ้ง เนื่องจากกฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจนว่าบุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ดังนั้น การตรวจหาเชื้อในการป้องกันและรักษาต้องฟรีทั้งหมดด้วย หากมีสถานพยาบาลของรัฐใดมีการเรียกเก็บเงินค่าตรวจรักษาโรคโควิด 19 ประชาชนสามารถนำใบเสร็จไปยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยจากกระทรวงสาธารณสุขได้โดยทันที

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สมาคมฯขอเรียกร้องให้รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขเร่งวางมาตรการให้สถานพยาบาลของรัฐทุกประเภทระงับการเรียกเก็บเงินจากการตรวจรักษาโรคโควิด-19 โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘แพนเดมิค’ ครั้งที่ 4 โลก ไวรัสระบาดใหญ่
บทความถัดไปนักท่องเที่ยวหนีโควิด-19 ลงเที่ยวชมกุ้ยหลินเมืองไทย