ตัวเลขผู้ป่วย ”โควิด-19” เพิ่มไม่หยุด วันนี้อีก 50 ราย อายุน้อยสุด เป็น เด็ก 6 เดือน

 

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. พร้อมด้วย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 10 และผู้บริหาร สธ. แถลงข่าวสถานการณ์ความคืบหน้าของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า สถานการณ์ในประเทศไทย วันนี้มีผู้ป่วยที่รักษาหายและกลับบ้านได้เพิ่ม 1 ราย เป็นชาวฝรั่งเศษ อายุ 36 ปี ซึ่งรักษาตัวอยู่สถาบันโรคทรวงอก และมีรายงานพบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มใหม่ 50 ราย นับเป็นลำดับที่ 273-322 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

 

กลุ่มที่ 1 เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันเดิมและเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่และพบต่อเนื่องมา 2-3 วัน วันนี้พบเพิ่มจำนวน 41 รายคิดเป็นร้อยละกว่า 80 ของผู้ป่วยที่พบใหม่ทั้งหมด ได้แก่ 1.เกี่ยวข้องกับสนามมมวยจำนวน 18 ราย ผู้ป่วยเป็นผู้ชมที่เข้ามาดูมวยมาจากในกรุงเทพมหานคร(กทม.) นครสวรรค์ เชียงใหม่ นครนายก นครราชสีมา และสมุทรปราการ และพบผู้ป่วยครบทุกตำแหน่งงานแล้ว เซียนมวย พนักงานต้อนรับ ผู้ชม ครูมวยและกรรมการ 2.เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงจำนวน 5 ราย พบทั้งพนักงานและผู้เที่ยว และยังเป็นสถานที่เดิมคือย่านทองหล่อ รามคำแหง

3.เกี่ยวข้องกับผู้สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ จำนวน 12 ราย เป็นผู้สูงอายุ นักศึกษา แม่บ้าน ตำรวจ อาชีพอิสระ(ฟรีแลนซ์) ค้าขายและที่สำคัญคือพบเด็กเล็กอายุ 6 เดือนติดเชื้อไวรัสด้วย 4.เกี่ยวข้องกับผู้เข้าร่วมพิธีทางศาสนาที่ประเทศมาเลเชีย ยังคงมีต่อเนื่องแม้ประเทศมาเลเชียจะปิดประเทศไปแล้ว แต่มีผู้ที่ไปร่วมพิธีทางศาสนาและเดินทางกลับมาในประเทศไทย จำนวน 6 ราย อยู่ใน จ.ปัตตานีและสงขลา

กลุ่มที่ 2 เป็นผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 9 ราย ได้แก่ 1.ผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ เป็นคนไทย 2 รายจากกลับประเทศอังกฤษ คือ นักศึกษา และ พนักงานราชการที่ทำงานอยู่ประเทศอังกฤษ และชาวเมียนมาร์ 2 ราย 2.ผู้ป่วยที่ทำงานในสถานที่แออัดและทำงานใกล้ชิดชาวต่างชาติ 2 ราย ได้แก่ ไกด์นำเที่ยว และ ผู้รักษาความปลอดภัย(รปภ.) 3.ผู้ป่วยยืนยันที่รอการสอบสวนโรคเพิ่มเติมจำนวน 3 รายดังนั้นภาพโดยรวมสรุปกลับบ้านรวม 43 ราย อยู่ในโรงพยาบาล(รพ.) จำนวน 272 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 322 ราย

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ในกลุ่มนี้มีกลุ่มที่รอผลการสอบสวนโรคเพิ่มเติมและรอผลทางห้องปฏิบัติการ(แล็บ) ประมาณ 118 ราย ขณะนี้สภาพปัญหาโดยรวมร้อยละ 80 อยู่ในกทม. แม้จะกระจายไปต่างจังหวัดแต่ยังเป็นหัวเมืองและเกี่ยวข้องกับผู้ที่มาในสนามมวยและเดินทางกลับภูมิลำเนา มาตรการของรัฐบาลที่ให้ผู้คนกลุ่มนี้กักกันตนเองนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ จากข้อมูลยังคงมีกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสนามมวยและผู้เข้าร่วมพิธีทางศาสนา ในประเทศมาเลเชีย ที่สธ.ยังทำการค้นหาและดูแลรักษา จากระบบที่เข้มแข็งจึงทำให้พบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้แจ้งและรายงานตัวกับกรมควบคุมโรค และสามารถแจ้งได้ที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคของแต่ละจังหวัด

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ตัวเลขจากสนามมวยมีการคาดการณ์ว่าในวันนั้นมีผู้เข้าร่วมในเหตุการณ์หลักพันคน จากการคาดการณ์ควรจะพบผู้ที่เข้าข่ายการสอบสวนโรคในกลุ่มนี้ประมาณ 500 ราย แต่ สธ.ติดตามได้เพียง 55 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่ต่ำมาก เจ้าหน้าที่พนักงานควบคุมโรคใช้วิธีการค้นหาในเฟซบุ๊กและติดตามเพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งเป็นคงามยากลำบากอย่างยิ่ง จึงขอให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่สนามมวยติดต่อ สธ.เข้ามาได้
“เราต้องการ 500 กว่าคน แต่มีแค่ 50 กว่าคนซึ่งต่ำมาก ตัวนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่สตะมีการแพร่กระจายไปมากกว่านี้หรือไม่ ดังนั้นคงามร่วมมือจึงสำคัญอย่างยิ่ง” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เทพไท งัด 9 ข้อ โต้ ‘มัลลิกา’ ชี้ให้เวลาพิจารณาตัวเองนานแล้ว ยันต้องปกป้องหลักยึดปชป.
บทความถัดไปสืบนครบาลรวบสาวสองเปิดเฟซฯขายสินค้าก่อนปิดเชิดเงินหนี