‘ภากร’ แย้มมีอีกหลายมาตรการช่วยเหลือใกล้คลอด ยันมาตรการพักซื้อขายชั่วคราวใหม่ ทำหุ้นดิ่งน้อยลง

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน เมื่อเวลา 15.25 . ดัชนีหุ้นปรับลดลงกว่า 90.19 จุด หรือ 8% โดยดัชนีอยู่ที่ระดับ 1,037.05 จุดซึ่งภาพก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งปัจจัยลบหลักคือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงในหลายประเทศ รวมทั้งในประเทศไทยด้วย ทำให้ตลท.ต้องใช้มาตรการหยุดซื้อขายหุ้นชั่วคราว (เซอร์กิตเบรกเกอร์) เพื่อพักการซื้อขายเป็นเงลา 30 นาที ตามเกณฑ์เซอร์กิตฯใหม่ ที่กำหนดการหยุดซื้อขายไว้เมื่อดัชนีลดลงถึง 8% เท่านั้น จนสุดท้ายหุ้นปิดที่ระดับ 1,024.46 จุด ลดลง102.78 จุด หรือ 9.12% ซึ่งพบว่าเกณฑ์เซอร์กิตฯใหม่ ทำให้หุ้นลดลงไม่ถึง 10% เหมือนเกณฑ์เดิมที่เคยใช้ในช่วงที่ผ่านมา จึงถือว่ามาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์ใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และเป็นข่าวดีที่ทำให้หุ้นไม่ร่วงถึง 10%

ตลาดหุ้นไทยไม่ได้เป็นตลาดเดียวที่ปรับลดลง ยังมีตลาดหุ้นในเอเชีย กับยุโรป ที่ลงประมาณ 4-5% บางประเทศเกิน12% โดยต้องติดตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นทวีปอเมริกาเหนือในคืนนี้ สำหรับปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นหลักๆ คือ การปิดเมืองของกรุงเทพฯ มีการปิดห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร ทำให้หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องปรับลดลงประมาณ รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีปรับลงตาม และหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แพร่กระจายทั่วโลก ก็ปรับลดลงมาเช่นกัน ในขณะที่หุ้นบางอุตสาหกรรมปรับลดลงน้อยมาก อาทิ กลุ่มสื่อสารและโทรคมนาคม กลุ่มการแพทย์ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มประกันภัย สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์แต่ละวันขึ้นอยู่กับกระแสข่าวที่ออกมา โดยการที่ภาครัฐได้ออกมาตรการต่างๆ รวมถึงยาแรง และพยายามควบคุมผู้ติดเชื้อโควิด-19 น่าจะช่วยให้สถานการณ์น่าจะดีขึ้นได้นายภากรกล่าว

นายภากรกล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าในการจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้น ปัจจุบันมาตรการต่างๆ ที่ใช้ยังถือว่ามีประสิทธิภาพ โดยหากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ดัชนีตลาดหุ้นไทยหลังจากมีมาตรการใหม่ๆ ออกมาก็มีความเคลื่อนไหวน้อยกว่าดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆ มากแล้ว ส่วนมาตรการอื่นๆ ที่จะออกมานั้น จะมีการพิจารณาต่อเนื่องไปตามขั้นตอน โดนยืนยันว่า ขณะนี้ ตลท. ยังจะไม่มีการปิดการซื้อขายแต่อย่างใด หากจะปิดก็จะมาจากที่ธนาคารพาณิชย์ปิดทำการเท่านั้น

นายภากรกล่าวว่า ขณะนี้ตลาดยังมีปัจจัยบวกคือ การที่มีมาตราการออกมาดูแลตลาดตราสารหนี้ จาก 3 หน่วยงานได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (...) ได้สร้างความมั่นใจว่า จะมีการตลาดตราสารหนี้มากขึ้น ในส่วนของการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน ตลท.มีมาตรการออกมาหลายอย่าง และยังมีอีกหลายมาตรการที่กำลังพิจารณาและศึกษาอยู่ ซึ่งจะพยายามช่วยให้ตลาดฟื้นตัว และให้ข้อมูลแก่นักลงทุน เพื่อให้สามารถมองหาโอกาสการลงทุนในอนาคตได้ นอกจากนี้ บริษัทที่เตรียมเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ประเมินว่าคงไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าจดทะเบียน เนื่องจากตลาดหุ้นได้รับกระทบจากหลายๆ ปัจจัย แต่ก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความต้องการในการใช้เงินทุนของบริษัทนั้นๆ ส่วนนโยบายทางภาษีเพื่อช่วยเหลือนักลงทุนรายย่อย เป็นสิ่งที่ภาครัฐจะต้องเป็นผู้พิจารณา จึงต้องรอดูว่าภาครัฐจะใช้มาตรการใดในการแก้ไขและช่วยเหลือนักลงทุนต่อไป

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image