เปิดรายงานสถานการณ์โควิดระบาด เรือนจำไทย-ตปท. ผู้ต้องขังชาวอังกฤษ เสี่ยงตายพุ่ง 800 คน

เปิดรายงานสถานการณ์โควิดระบาด เรือนจำไทย-ตปท. ผู้ต้องขังชาวอังกฤษ เสี่ยงตายพุ่ง 800 คน

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) เผยแพร่รายงานสถานการณ์และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในเรือนจํา เพื่อนำเสนอภาพรวมของความท้าทายต่างๆ ที่เรือนจำทั่วโลกกำลังเผชิญ รวมทั้งแนวทางการรับมือ ตลอดจนเสนอแนะนโยบายที่ประเทศไทยอาจนำมาใช้ในวิกฤติการณ์ครั้งนี้ มีสาระสำคัญว่า ปัจจุบัน กว่าร้อยละ 60 ของประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีประชากรผู้ต้องขังเกินอัตราความจุที่เรือนจําสามารถรองรับได้ หรือที่เรียกว่าสภาวะ “นักโทษล้นเรือนจํา”

ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสภาพความเป็นอยู่ทั่วไปของผู้ต้องขัง ผู้ต้องขังจํานวนมากต้องอาศัยอยู่รวมกันอย่างแออัดยัดเยียดภายใต้พื้นที่ปิดและใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ปัญหานักโทษล้นคุกนําามาซึ่งความไม่พอเพียงของสิ่งของเครื่องใช้ในการรักษาสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน (อาทิ สบู่ ยาสีฟัน และยาสระผม) การขาดแคลน้ำสะอาดและยารักษาโรค ตลอดจนปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในเรือนจํา โดยทั่วไปแล้วผู้ต้องขังมักมาจากกลุ่มประชากรที่มีข้อจําากัดทางด้านเศรษฐกิจและสังคม และผู้ต้องขังจําานวนมากมีปัญหาด้านสุขภาพก่อนเข้ามาอยู่ในเรือนจํา

เช่น ปัญหาการใช้ยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ ปัญหาด้านสุขภาพจิต ตลอดจนปัญหาด้านโรคติดเชื้อต่างๆ (เช่นวัณโรค เอชไอวี/เอดส์ ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ฯลฯ) ด้วยเหตุผลดังกล่าวประกอบกับข้อจําากัดด้านทรัพยากรบุคคลากร งบประมาณสถานที่ และการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อในเรือนจําจึงเป็นประเด็นที่ท้าทาย

การติดเชื้อและการเสียชีวิตจาก การติดเชื้อ COVID-19 ของผู้ต้องขังในช่วงเกือบสองเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์การแพร่ระบาดและการติดเชื้อ COVID-19 ในเรือนจําเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยประเทศจีน และอิหร่าน เป็นสองประเทศแรกในโลกที่พบผู้ติดเชื้อCOVID-19 ภายในเรือนจํา ตามด้วยประเทศฝรั่งเศส ปากีสถาน สหรัฐอเมริกา อิตาลี สหราชอาณาจักร และสเปน

นอกจากนี้ มีรายงานการเสียชีวิตของผู้ต้องขังจากการติดเชื้อ COVID-19 แล้วในสหราชอาณาจักร สเปน อิหร่าน และฝรั่งเศส (ข้อมูล ณ วันที่ 27 มีนาคม2563) โดยผู้เชี่ยวชาญได้ระบุว่า จํานวนผู้เสียชีวิตในเรือนจําของสหราชอาณาจักรอาจมีแนวโน้มสูงถึง 800 คน ในอนาคต หากไม่มีการใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพพอ นอกจากการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ COVID-19 แล้ว ในประเทศ อิตาลี โรมาเนีย จอร์แดน

และโคลัมเบียยังมีผู้ต้องขังเสียชีวิตจํานวนมากสืบเนื่องจากการประท้วงและการก่อจลาจลที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดดังกล่าวการจลาจลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ COVID-19 ความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ภายในเรือนจํา ส่งผลให้เกิดการประท้วงและจลาจลขึ้นในเรือนจําในหลายประเทศ

รวมถึงเหตุประท้วงภายในเรือนจํา เอลโมเดโล ณ เมืองโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย ที่ส่งผลให้มีผู้ต้องขังเสียชีวิตกว่า 23 รายและบาดเจ็บกว่า 83 ราย โดยการประท้วงดังกล่าว มีที่มาจากความกังวลของผู้ต้องขังต่อการระบาดของโรค เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขอนามัยและการขาดการเอาใจใส่ที่เพียงพอของเรือนจํา

ในรายงานดังกล่าวยังได้กล่าวถึงสถานการณ์มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำของไทยที่กรมราชทัณฑ์ออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในเรือนจําภายใต้แนวคิดที่ว่า “คนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า” ซึ่งหมายถึง การงดเว้นการเยี่ยม การงดเว้นการนําผู้ต้องขังออกไปทําางานภายนอกเรือนจําา ยกเว้นกรณีผู้ต้องขังที่ต้องไปศาลหรือต้องไปรักษาอาการเจ็บป่วยที่โรงพยาบาล ตลอดจนงดเว้นการให้บุคคลภายนอกเข้ามาทําากิจกรรมภายในเรือนจํา และยังมีมาตรการอื่นๆ

 

 

คลิกอ่าน รายงานสถานการณ์และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในเรือนจํา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯตรังสั่งกักตัว”ภรรยา”อยู่ในจวน 14 วัน หลังกลับจาก “กทม.” เป็นแบบอย่างป้องแพร่โควิด
บทความถัดไปสุรินทร์พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 1 ราย สั่งปิดร้านเซเว่น 4 ทุ่ม