สธ. ขอให้ผู้เดินทางจาก ตปท. ให้ความร่วมมือกับจนท. เผยเด็กทารกติด “โควิด-19” คาดนำส่งรักษาบำราศฯ

สธ. ขอให้ผู้เดินทางจาก ตปท. ให้ความร่วมมือกับจนท. เผยเด็กทารกติด “โควิด-19” คาดนำส่งรักษาบำราศฯ

เกาะติดโควิด-19 เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรณีที่มีผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและไม่ยอมเข้ารับการรับไว้สังเกตอาการ ที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ทางภาครัฐจะกำชับมาตรการและเพิ่มความเข้มข้นให้สูงที่สุด โดยเริ่มแรก สธ. ขอความร่วมมือ แต่ในขณะนี้ทางภาครัฐได้ออกคำสั่งให้มีการรับไว้สังเกตอาการในสถานที่ที่รัฐบาลจัดเตรียมไว้ให้หรือการสั่งให้กักกันตนเองเฝ้าสังเกตอาการจนครบ 14 วัน และได้ดำเนินการในหลายประเทศ โดยพิจารณาตามความเสี่ยงของประเทศในวันนั้นๆ โดยเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ได้เริ่มรับไว้สังเกตอาการหลายกลุ่มแล้ว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคที่ด่านคัดกรองต่างๆ มีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้เดินทางกักกันตนเอง และรับไว้สังเกตอาการ14 วัน ผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 1 ปีและมีอายุความนานถึง 10 ปี และในวันนี้มีการเรียกให้กลับมารายงานตัวภายในเวลา 18.00 น.

“ภาครัฐออกคำสั่งกับผู้เดินทางเข้าประเทศแทบทุกคน และพิจารณาตามความเสี่ยงของแต่ละประเทศในวันนั้นๆ ดังนั้นจะมีบางคนที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ด่านควบคุมโรคให้ไปกักกันตนเองที่บ้านได้ และมีบางส่วนที่เจ้าพนักงานตัดสินใจว่าควรรับไว้สังเกตอาการ ในสถานที่ที่รัฐบาลจัดไว้ให้” นพ.ธนรักษ์ กล่าว

ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลว่าสถานที่ที่รัฐบาลเตรียมเพื่อรับไว้สังเกตอาการ มีการจัดสถานที่ที่นอนรวมกันห้องละ 3 คน ซึ่งประชาชนมีความกังวลว่าจะทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสในขณะที่เฝ้าสังเกตอาการ นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า การจัดพื้นที่ในการเฝ้าสังเกตอาการ ทางฝ่ายสาธารณสุขในพื้นที่พิจารณาตามความเสี่ยงและความเหมาะสม โดยมาตรการนี้เริ่มใช้เมื่อรับผู้ที่เดินทางกลับจากอู่ฮั่น ซึ่งทำได้ค่อนข้างดี และไม่มีการแพร่โรคแต่อย่างใด โดยการจัดเตรียมจะต้องให้ผู้ที่อยู่ในระหว่างสังเกตอาการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานควบคุมโรค เช่น สวมหน้ากากอนามัย การใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือ และขอให้ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศให้ความร่วมมือด้วยเช่นกัน

นพ.ธนรักษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีล่าสุดที่มีรายงานพบผู้ป่วยอายุ 1 เดือน ที่จังหวัดระยองติดเชื้อไวรัสนั้น จะต้องมีการสอบสวนโรคต่อไป เบื้องต้นเด็กทารกออกไปไหนไม่ได้ การติดเชื้อจึงน่าจะมาจากคนใกล้ชิดอุ้ม กอดหอม ทั้งนี้คาดว่ากำลังส่งตัวมารักษาที่สถาบันบำราศนราดูร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีคือการติดเชื้อในเด็กจะไม่ค่อยรุนแรง และทั่วโลกมีเด็กติดเชื้อไม่มาก แต่ความสำคัญคือเด็กซึ่งเป็นที่รักของคนในบ้าน จึงเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อให้คนสูงอายุในบ้านต่อ จึงเป็นความสำคัญที่เราต้องป้องกันการติดเชื้อในเด็กด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ศบค. มอบ ‘พล.อ.ปริพัฒน์’ รองเสธ.ทหาร คุมศูนย์ EOC ‘สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง’
บทความถัดไปตำรวจ ดส.ซิวหนุ่มตกงานขายแมสก์เกินราคา