นครพนม เพิ่มยาแรง ผู้ว่าฯ สั่งห้ามต่างด้าวเข้าเมือง คนไทยอยู่นอกประเทศเกิน 5 ชม. กักตัวทันที

นครพนม เพิ่มยาแรง ผู้ว่าฯ สั่งห้ามต่างด้าวเข้าเมือง คนไทยอยู่นอกประเทศเกิน 5 ชม. กักตัวทันที

นครพนม – ด้วยสถานการณ์ของไวรัสโคโรน่า 2019 หรือเชื้อโควิด-19 พบการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม ที่มี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธาน จึงได้ออกมาตรการในการเฝ้าระวัง และยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เนื่องจากยังไม่มีแนวโน้มลดลง และเพื่อเป็นการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินลงโดยเร็ว และไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้น ประกอบกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) แจ้งระงับการใช้ด่านสากลที่ยังอนุโลมให้เปิดใช้อยู่ในปัจจุบันทุกด่าน โดยไม่อนุญาตให้บุคคลเข้า-ออก สปป.ลาว ทางด่านดังกล่าวอย่างเด็ดขาด รวมทั้งสถานประกอบการในจังหวัดนครพนมจำนวนมาก ได้ปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว จึงไม่มีความจำเป็นต้องจ้างแรงงานต่างด้าวในขณะนี้

ดังนั้น นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่ฯ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อฯ ในการประชุม ครั้งที่ 8/2563 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2563 มีมติกำหนดบุคคลต่างด้าวเข้ามาในเขตพื้นที่จังหวัดนครพนม

ต่อมาจึงมีคำสั่งจังหวัดนครพนม ที่ 759/2563 ลงวันที่ 5 เมษายน 2563 คือ 1.ห้ามบุคคลต่างด้าวเข้ามาในเขตพื้นที่จังหวัดนครพนมด้วยวิธีใดๆ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจาก ผวจ.นครพนม หรือผู้ที่ ผวจ.ฯ มอบหมาย 2.ห้ามเจ้าของและหรือผู้ควบคุมยานพาหนะใดๆ พาคนต่างด้าวเข้ามาในเขตพื้นที่ฯ หรือเข้ามาเพื่อเป็นทางผ่าน ยกเว้นเพื่อการนำเข้า-ส่งออกสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยการศุลกากรและสินค้าผ่านแดน ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ต้องรับทษตาม พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 52 และ พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 18

นอกจากนี้ในวันเดียวกัน ผวจ.นครพนม ได้ออกคำสั่งจังหวัดนครพนม ที่ 760/2563 เรื่องการกักตัวผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ณ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพ 3(นครพนม-คำม่วน) โดยก่อนหน้านี้มีคำสั่งจังหวัดนครพนม ที่ 625/2563 ลงวันที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่ง ผวจ.นครพนม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจึงกำหนดมาตรการเข้า-ออก สินค้าตามกฎหมายว่าด้วยการศุลกากร และสินค้าผ่านแดน โดยอนุญาตให้มีพนักงานขับรถสินค้า จำนวน 1 คน และคนประจำรถอีก 1 คน รวมคันละไม่เกิน 2 คน ที่ได้รับการยกเว้นให้ใช้ช่องทางการเข้า-ออก ของบุคคล ยานพาหนะ และสิ่งของ ณ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพ 3 และต้องผ่านการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 จากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พรมแดนสะพานมิตรภาพ 3 เท่านั้น

ซึ่งในคำสั่งล่าสุด(ที่ 760/2563) ได้เพิ่มเติมมาตรการขึ้นมาอีก ว่า หากบุคคลดังกล่าว(คนขับรถ+เด็กรถ) ไปอยู่นอกราชอาณาจักรไทย เป็นระยะเวลาเกิน 5 ชั่วโมง เมื่อกลับเข้ามายังฝั่งไทย ต้องเข้าสู่กระบวนการกักกันไว้เพื่อสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน ในสถานที่ที่จังหวัดนครพนมจัดเตรียมไว้เป็นการเฉพาะ (Local Quarantine) คือกักกันในท้องถิ่น ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่กฺน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 52 แห่ง พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยท้ายคำสั่ง ทั้ง 2 ฉบับ ประกาศใช้ทันที จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ระหว่างคำสั่งทั้ง 2 ฉบับ ลงวันที่ 5 เมษายน 2563 ได้ออกมาบังคับใช้นั้น ปรากฏว่ามีชาวลาวที่จะเดินทางข้ามไปยังภูมิลำเนาของตนประมาณ 20 กว่าคน ต้องถูกกักตัวอยู่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม ต้องเดินทางมายังด่านพรมแดนดังกล่าว เพื่อผ่อนคลายให้ชาวลาวที่ตกค้างทั้งหมด สามารถเดินทางกลับประเทศของตนได้ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครพนม ก็นำรถสายตรวจมาปิดกั้นช่องการจราจรขาออกสะพานมิตรภาพ 3 เพื่อไม่ให้คนต่างด้าวข้ามไปฝั่งลาวได้เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

อ่านย้อนหลัง นครพนมสั่งปิดเพิ่มอีก 30 วัน สถานบันเทิง-ธุรกิจเสี่ยงสกัดโควิด

อ่านย้อนหลัง “นครพนม”ถอดบทเรียน คุมเข้มพื้นที่กักกันโควิด แม้แต่ผู้ว่าฯก็เข้าไม่ได้ เผยชาวบ้านพร้อมปรับตัวรับสถานการณ์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สธ.ไขข้อสงสัย ‘โควิด-19’ เผยกว่า 35 สถาบันเร่งพัฒนา ‘วัคซีน’ คาดเร็วสุด 6 เดือน
บทความถัดไปญี่ปุ่นติดเชื้อเพิ่ม 130 ราย ทุบสถิติติดเชื้อวันเดียวสูงสุด ทั่วประเทศติดเชื้อรวมกว่า 3,000 ดับแล้ว 77