‘ไลน์แมน’ เปิด 6 เทคนิค สำหรับร้านเดลิเวอรี่มือใหม่

นางสาววรานันท์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาธุรกิจและการตลาด ไลน์แมน เปิดเผยว่า ไลน์แมน ก่อตั้งขึ้นมาในประเทศไทย ด้วยเป้าหมาย คือ การเป็นผู้ช่วยเบอร์หนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย เช่นเดียวกันกับการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารในทุกระดับให้เติบโตอย่างเต็มกำลังในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะโมเดลความร่วมมือระหว่างร้านอาหารที่ต้องการขายบนแอพพลิเคชันไลน์แมนนั้นเปิดกว้างตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งร้านอาหารต่างๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อที่จะขายบนแอพพลิเคชัน โดยสามารถลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชัน Wongnai Merchant App (WMA) ด้วยตัวเอง ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 วันเท่านั้น เปิดโอกาสให้มีร้านอาหารใหม่เพิ่มเข้ามาถึงประมาณ 3-5 เท่า หรือมากกว่าประมาณ 15,000 ร้านในช่วงที่ผ่านมา (22-31 มีนาคม) โดยร้านค้ามีสิทธิเลือกสำหรับการร่วมโปรแกรมพันธมิตร GP (Gross Profit) เพื่อทำการตลาดร่วมกันบนข้อตกลงที่สร้างความพึงพอใจให้กับร้านค้าและบริษัท ขณะเดียวกันได้พัฒนาฟีเจอร์ Self Pick-up สำหรับลูกค้าให้สามารถสั่งอาหารผ่านแอพพลิเคชันและไปรับที่หน้าร้านด้วยตนเองโดยไม่เสียค่าสั่ง โดยไลน์แมนจะไม่หักค่าธรรมเนียมใดๆ จากออเดอร์นั้น แม้จะเป็นร้านพันธมิตรประเภท GP ก็ตามในเวลานี้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทั้งลูกค้าและร้านอาหาร และยังได้เร่งขยายร้านอาหารที่รับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต เพื่อช่วยร้านอาหารให้มีวิธีการชำระเงินที่ครบครัน และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้

นางสาววรานันท์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการร้านอาหารทุกประเภท สามารถเข้าถึงเครื่องมือในการทำการตลาดได้ด้วยตัวเองผ่านWongnai Merchant App (WMA) ซึ่งเป็นแอพพลิเคชันจัดการออเดอร์ที่ไลน์แมน และพันธมิตรอย่าง Wongnai ร่วมกันพัฒนาขึ้นมา เพื่อเป็นการติดอาวุธให้กับร้านอาหารบนสนามฟู้ดเดลิเวอรี่ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดหน้าร้านออนไลน์ รับออเดอร์เดลิเวอรี่และการสรุปยอดขายเดลิเวอรี่ในแต่ละวัน ฟังก์ชั่นถ่ายภาพอาหารเพื่อโปรโมทข้ามแพลตฟอร์มราวกับมืออาชีพ ทั้งยังสามารถจัดทำโปรโมชั่นเพื่อสื่อสารไปยังลูกค้าได้ด้วยตัวเอง โดยทั้งหมดนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งเหล่านี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของไลน์แมน ในการเป็นผู้ช่วยเบอร์หนึ่งสำหรับพันธมิตรร้านอาหาร เพื่อขับเคลื่อนตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่อย่างมีประสิทธิภาพ

นางสาววรานันท์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาธุรกิจและการตลาด ไลน์แมน

ทั้งนี้ จากการที่ไลน์แมน เป็นแอพพลิเคชันเดลิเวอรี่ที่ร้านอาหารให้ความสนใจเข้าร่วมขายบนแอพพลิเคชันเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ไลน์แมน จึงได้ประมวล 6 เทคนิคพื้นฐานเพื่อเป็นทิศทางและสร้างความมั่นใจในการเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ ดังนี้

1.สร้างจุดเด่นให้ร้าน นำเสนอเมนูให้โดน
ท่ามกลางร้านอาหารจำนวนมาก ทั้งแบรนด์ใหญ่แบรนด์เล็กที่ผ่านตาลูกค้าวันละหลายๆร้าน การทำให้ร้านมีจุดเด่นและน่าสนใจเป็นเรื่องสำคัญ ผู้ประกอบการต้องสามารถดึงจุดเด่นของแบรนด์และเมนูผ่านการสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจ แม้จะเป็นเมนูธรรมดาก็ตาม ตั้งแต่ความพิเศษของวัตถุดิบ วิธีการปรุง รสชาติ ที่มาของเมนู รวมไปจนถึงการนำเสนอที่น่าสนใจ เชิญชวนให้ลูกค้าถ่ายรูปและบอกต่อบนโลกโซเชียล เป็นการโปรโมทร้านต่อไปเป็นทอดๆ โดยไม่ต้องลงทุนด้านสื่อ

2.รู้จักกลุ่มเป้าหมาย
ไม่เพียงแค่รู้ว่าจะขายอะไร แต่ต้องรู้ว่าร้านจะขายให้กับใคร กลุ่มลูกค้าประเภทไหนที่จะเป็นผู้จ่ายเงินซื้ออาหารจากร้านเรา ข้อนี้เปรียบเสมือนอีกจุดเริ่มต้นข้อแรกๆ ที่ร้านจะต้องทำการบ้าน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายจะเกี่ยวข้องกับการคิดเมนูและการวางราคาที่เหมาะสมให้สอดคล้องด้วยเช่นกัน

3.ไม่จำเป็นต้องมีหลายเมนู
หากร้านของคุณไม่ใช่ร้านอาหารที่ลูกค้าคุ้นเคยกับสั่งหลากหลายเมนูอยู่แล้ว การมีเพียงไม่กี่เมนูนั้นเป็นอีกกลยุทธ์ที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นขายอาหารผ่านช่องทางเดลิเวอรี่ เริ่มต้นจากการเน้นขายเมนูซิกเนเจอร์ของร้านเพียง 1-3 เมนู จะช่วยให้ร้านเป็นที่จดจำของกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้น อาจจะถามตัวเองด้วยคำถามง่ายๆ ว่า อยากให้คนรู้จักร้านเราจากเมนูอะไร ทั้งนี้ การขายเพียงไม่กี่เมนูยังช่วยควบคุมต้นทุน และทำให้บริหารวัตถุดิบได้ดีอีกด้วย

4.โปรโมชั่นสำหรับเดลิเวอรี่โดยเฉพาะ
พฤติกรรมของการสั่งเดลิเวอรี่นั้นแตกต่างจากการสั่งทานหน้าร้าน การมีโปรโมชั่นที่รองรับพฤติกรรมและความต้องการการทานที่บ้าน จะยิ่งช่วยดึงดูดลูกค้าและช่วยเพิ่มยอดขายได้ไม่ยาก เช่น เมนูเสริมในราคาพิเศษ เพื่อเชิญชวนให้สั่งไปทานคู่กับเมนูหลัก หรือการจัดชุดเมนูที่สามารถทานได้ทั้งวัน ก็ต่างเป็นสิ่งที่ลูกค้าเดลิเวอรี่ส่วนใหญ่ต้องการ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องจำเป็นต้องอยู่บ้านตลอดทั้งวันแบบนี้

5.เมนูและปริมาณที่เหมาะสม
ไม่ใช่ทุกเมนูจะเหมาะกับการจำหน่ายผ่านบริการเดลิเวอรี่ เพราะบางเมนูมีข้อจำกัดเรื่องการควบคุมคุณภาพของอาหาร อาจจะขนส่งไม่สะดวกและเหมาะกับการทานที่ร้านมากกว่า เช่น ร้านชาบู-ปิ้งย่าง สามารถพลิกแพลงนำวัตถุดิบที่มีมาปรับเป็นเมนูผัดหรือต้มสำเร็จรูปพร้อมทาน หรือร้านที่มีเมนูขนาดใหญ่ ก็สามารถปรับให้เหมาะกับการทาน 1-2 คน เพื่อให้สะดวกต่อการทานและขนส่ง ง่ายต่อการตัดสินใจสั่ง และเพิ่มโอกาสการขายได้อีกด้วย

6.ใส่ใจบรรจุภัณฑ์อาหาร (แพคเกจจิ้ง) เพื่อเดลิเวอรี่
บรรจุภัณฑ์อาหารสำหรับการเดลิเวอรี่นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะจะต้องคำนึงถึงการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สะดวกต่อการขนส่ง รักษาคุณภาพทั้งรสชาติและหน้าตาของอาหารที่อาจเปลี่ยนไปจากระยะเวลาการเดินทาง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกได้ถึงคุณภาพอาหารที่ยังคงที่เมื่อเปิดทาน โดยเฉพาะปัจจุบัน บรรจุภัณฑ์แบบ Reuse สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก หรือแบบที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ก็เป็นอีกข้อที่ร้านเดลิเวอรี่หันมาใส่ใจเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อม

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทรัมป์ตั้งคณะทำงานเตรียมพร้อมเปิดเศรษฐกิจเมื่อเวลามาถึง
บทความถัดไปดราม่า! โบธรอยด์แขวะดัสกร ไม่เลือกชนาธิปติดทีมยอดเยี่ยมเมืองทอง ยูไนเต็ด