ผู้ว่าฯ ขอนแก่น ประสานสถานกงสุลใหญ่ แจ้งชาวต่างชาติหลัง มท.ผ่อนปรนอยู่ไทยได้ถึง 30 เม.ย.

ผู้ว่าฯ ขอนแก่น ประสานสถานกงสุลใหญ่ แจ้งชาวต่างชาติหลัง มท.ผ่อนปรนอยู่ไทยได้ถึง 30 เม.ย.

สถานกงสุลใหญ่ – เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 9 เมษายน ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ได้ประสานงานร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ สปป.ลาว, สถานกงสุลใหญ่เวียตนาม, สถานกงสุลใหญ่จีน และกงสุลกิตติมศักดิ์ฝรั่งเศส ที่ตั้งอยู่ในเขต จ.ขอนแก่น เพื่อได้รับทราบถึงคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย (มท.) ว่าด้วยการอนุญาตให้ชาวต่างชาติอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้น

โดยขณะนี้ผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศที่ตั้งอยู่ใน จ.ขอนแก่น คือสำนักงานหนังสือเดินทาง รวมทั้ง คณะทำงานตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้ประสานงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สถานกงสุลที่ตั้งอยู่ที่ขอนแก่น ซึ่งมีขอบเขตอำนาจความรับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยนั้น ได้รับทราบ และแจ้งไปยังพลเมืองของตัวเองให้ได้รับทราบถึงประกาศดังกล่าว

“คำสั่งดังกล่าวนี้แบ่งออกเป็น 3 เรื่อง ประกอบด้วย คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในไทย ตามมาตรา 48 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และได้ทำหลักฐานการแจ้งออกไปนอกประเทศไทยเพื่อออกไปนอกประเทศ 1 ปี ให้ขยายระยะเวลาการเดินทางกลับเข้ามาภายในประเทศ โดยเมื่อสถานการณ์ได้คลี่คลายแล้ว ให้รีบเดินทางกลับไทยโดยเร็ว ขณะที่คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในไทยเป็นการชั่วคราว ที่ครบกำหนดการอนุญาตให้อยู่ในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม เป็นต้นไป ให้ขยายการอยู่ภายในไทยได้จนถึงวันที่ 30 เมษายน เมื่อครบกำหนดแล้วให้เดินทางออกนอกประเทศได้ หรือดำเนินการตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และสุดท้ายคือคนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาในไทยด้วยบัตรผ่านแดน ให้ขยายระยะเวลาการอนุญาตให้อยู่ในประเทศไปพลางก่อน ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม และให้เดินทางกลับให้หมดภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันเปิดด่านชายแดนตามปกติ” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ในประเด็นที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นประเด็นที่ชาวต่างชาติที่อยู่ในจังหวัดสอบถามมาอย่างมาก ซึ่ง มท.ได้ประกาศชัดเจนแล้วว่าอนุญาตให้อยู่ในประเทศจนถึงวันที่ 30 เมษายน โดยให้ดำเนินการตามระเบียบ และคำสั่งที่แจ้งมาก่อนหน้านี้ คือ ยืนยันตัวตน และขอเอกสารจากทางสถานกงสุล หรือสถานทูต และการประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเพื่อยืนยันตัวบุคคล

“อย่างไรก็ตาม พบว่าในช่วงที่ผ่านมา สถานกงสุลใหญ่ สปป.ลาว มีประชาชนมาติดต่อจำนวนมาก เมื่อเทียบกับสถานกงสุลแห่งต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งทางจังหวัดได้ประสานการทำงานร่วมกันในการจัดส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และท้องถิ่น ในการอำนวยความสะดวกประชาชนที่มาติดต่อสถานกงสุล โดยเฉพาะกับการกำหนดพื้นที่ปลอดภัย และการตรวจคัดกรองประชาชน ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่อย่างเข้มงวดด้วย” นายสมศักดิ์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อย.ย้ำ! พร้อมสำรองยาจำเป็นรักษาผู้ป่วย “โควิด-19” ยันไม่ขาดแคลน
บทความถัดไป‘บิ๊กป้อม’ สั่ง 7 ข้อ ย้ำทุกหน่วยแก้ไฟป่า-หมอกควันภาคเหนือ อย่างยั่งยืน