นายกธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งข้อกังวลรัฐห้ามขาย แนะดึงอสม.ลดมั่วสุม

นายกธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งข้อกังวลรัฐห้ามขาย แนะดึงอสม.ลดมั่วสุม

นายธนากร คุปตจิตต์ นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย กล่าวถึงกรณีประกาศห้ามร้านค้าหรือสถานประกอบสุราจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงวันที่ 10-20 เมษายน 2563 นั้นว่า เห็นด้วยและสนับสนุนการใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการให้ประชาชนอยู่ในเคหสถานเพื่อลดการแพร่ระบาด แต่ขอตั้งข้อสังเกตและแสดงความกังวลจากการใช้ออกประกาศห้ามจำหน่ายสุราในช่วงดังกล่าวหลายประเด็น คือ หลังมีประกาศพบว่าเกิดการแห่ไปซื้อเพื่อกักตุนไว้ดื่มกันในบ้านเพิ่มขึ้น สำหรับกลุ่มนักดื่มหากสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หมดลง จะพยายามออกไปซื้อหาใหม่ แม้บางจังหวัดห้ามขายแต่อาจไปซื้อจังหวัดที่ไม่ได้ห้ามขาย จะเป็นการนำคนจากพื้นที่หนึ่งไปอีกพื้นที่หนึ่ง รวมถึงกังวลเรื่องการเพิ่มขึ้นของการต้มเหล้าเถื่อนหรือสุราหนีภาษีหรือเหล้าที่ไม่ถูกสุขอนามัย (เหล้าหัวโล้น) ตามชนบทเกิดขึ้นง่ายขึ้น

“พฤติกรรมคนดื่มสุราเมื่อหมดลง ก็ต้องพยายามหามาดื่ม มาตรการอาจขัดแย้งห้ามขายเพื่อให้คนอยู่บ้านแต่ก็อาจมีคนหรือกลุ่มคนยิ่งออกไปหาซื้อแม้เป็นการข้ามจังหวัดก็ตาม อาจเกิดการแอบขายของร้านค้าทั่วไปเพราะอย่างไรร้านใกล้บ้านก็มีขายสินค้าทั่วไปเมื่อลูกค้ามาซื้อก็ยอมขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เพื่อรักษาลูกค้าและมีรายได้เพิ่ม กังวลเรื่องการแพร่ระบาดกับการตระเวนหาซื้อสุราเพิ่ม เรื่องกำหนดเวลาห้ามขายก็ไม่น่าจะได้ผล ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องก็เห็นพ้องว่าปล่อยขายเช้าถึงเย็น แต่รณรงค์เรื่องระยะห่างน่าจะช่วยลดการแพร่ระบาด ”

นายธนากร กล่าวว่า จากที่คุยกับผู้ประกอบการเห็นว่าเพื่อลดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 น่าจะดึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ที่มีกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ และมอบงบประมาณเพื่อใช้ในการซื้ออุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อไวรัสและเป็นค่าจ้างรายวัน โดยโอนงบบางส่วนจากหน่วยงานสาธารณสุขที่ทำแค่การรณรงค์ลดการดื่มสุรา มาให้อสม.เป็นผู้สอดส่องและตักเตือนห้ามการออกมาดื่มในสถานที่ต่างๆ สอดส่องห้ามการมั่วสุมในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงตักเตือนห้ามดื่มในบ้านที่ไม่มีระยะห่างหรือมีการป้องกันการแพร่เชื้อ

นายธนากร กล่าวว่า จากการสำรวจผู้ประกอบการพบว่าภาพรวมธุรกิจที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้บริการได้รับผลกระทบแล้ว 30% ในช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา เกิดจากการปิดชั่วคราวของสถานบันเทิง โรงแรม ร้านอาหาร ซึ่งสมาคมก็เสนอให้รัฐช่วยเหลือเยียวยาในหลายรูปแบบ อาทิ ลดหย่อนภาษี ผ่อนจ่ายภาษีคงค้าง และเยียวยาแรงงานที่ปิดตัวชั่วคราว เป็นต้น ซึ่งก็มีธุรกิจไม่น้อยลดภาระค่าใช้จ่าย โดยปรับเพิ่มใช้บริการแบบดิลิเวอรี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บิ๊กตู่ วอนสงกรานต์ปีนี้อยู่บ้านเพื่อชาติ ร่วมฟันฝ่าวิกฤต ปลุกทีมไทย เจอศึกไหนก็ชนะ
บทความถัดไปรมว.ยุติธรรม โชว์ผลงานยึดทรัพย์ 5 เครือข่ายยาเสพติด 70 ล้านบาท หมุนเวียน 5,000 ล้าน