‘หมอสุภัทร’ โพสต์แนะรัฐจัด state quarantine รับคนไทยต่างแดนกลับบ้าน

12.04.20 | 09:57 น.

วันที่ 12 เมษายน นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” ระบุว่า ความเข้าใจพื้นฐานต่อโรคโควิด ตอนที่ 8 “โควิด คนไทยในต่างแดน เราควรให้กลับเข้าประเทศแล้วยัง”

สถานการณ์การระบาดของโควิดทั่วโลก ทำให้คนไทยในต่างแดนต่างก็มีความลำบากมาก และคิดจะกลับประเทศไทย คำถามใหญ่ในสังคมไทยคือ เราประชาชนคนไทยควรจะมีท่าทีอย่างไรต่อคนไทยนับหมื่นนับแสนคนที่หวังจะกลับประเทศไทย ยิ่งประเทศที่มีการะบาดของเชื้อโควิดอย่างกว้างขวาง ก็ยิ่งสร้างความกังวลให้คนไทย

สำหรับผมนั้นคำตอบชัดเจนว่า “เขาคือคนไทย รัฐไทยต้องดูแลปกป้องคนไทยทุกคน เขาทุกข์ยากอยู่ต่างแดน รัฐไทยจะใจดำกับคนไทยนั้นไม่ถูกต้อง” การจะขอกลับประเทศเป็นสิทธิของคนไทยในต่างแดน เพียงแต่จะจัดระบบการรับกลับอย่างไรที่ “เอาอยู่และเอาทัน” ต่างหาก

คำถามที่ถูกจึงไม่ใช่ถามว่า “เราควรรับเขากลับประเทศไหม” แต่ควรถามว่า “รัฐไทยพร้อมไหมกับการรับคนไทยกลับสู่มาตุภูมิ”

รัฐไทยพร้อมหรือไม่ อันนี้สำคัญ เพราะรัฐไทยต้องจัดให้มี state quarantine ไม่ว่าที่ส่วนกลางหรือให้แต่ละจังหวัดหรือแต่ละอำเภอ โดยต้องมีการตรวจหาเชื้อโควิดและกักบริเวณ 14 วัน ไม่ว่าจะพบเชื้อหรือไม่ก็ตาม คนที่พบเชื้อก็ส่งไปกักตัวหรือไปรักษาที่โรงพยาบาล

Advertisement

เนื่องจากผู้คนกลุ่มนี้ไม่ใช่เป็นผู้ที่มีเชื้อทั้งหมด หากไม่ใช่กลุ่มที่ไปทำกิจกรรมทางศาสนาด้วยกัน มีเชื้อน้อยมาก จึงควรกักในที่ที่สะดวกเช่น โรงแรม โรงเรียน หอพักของหน่วยงานต่างๆ เป็นต้น โดยควรนอนคนเดียวจะดีที่สุด อย่างน้อยก็จนกว่าจะทราบผลตรวจหาเชื้อ เพราะยากที่จะรู้ได้ว่าอีกหลายคนที่นอนด้วยกันมีใครมีเชื้อหรือไม่

กลุ่มคนที่มาทางเครื่องบินนั้นดำเนินการกักกันตัว 14 วันได้ไม่ยาก แต่ที่ลำบากคือกลุ่มที่เข้ามาทางบก เข้ามาทางด่านพรมแดนโดยเฉพาะฝั่งมาเลเซีย ซึ่งมีพรมแดนธรรมชาติที่ผ่านเข้ามาโดยง่าย อันนี้จึงต้องอาศัยความเข้มแข็งของชุมชนในการดำเนินการ ใครแปลกหน้ากลับเข้ามาจะมีผู้นำชุมชนไปถามไถ่ดูแลเป็นต้น

การใช้โรงแรมหรืออพาร์ตเมนต์เป็นสถานที่ทำ state quarantine นั้นก็มีความน่าสนใจมาก เป็นทางรอดของโรงแรมด้วยในสถานการณ์ที่การท่องเที่ยวหดหายด้วย ครั้งหนึ่งผมได้คุยกับลูกจ้างโรงแรมแห่งหนึ่ง เธอบอกว่า “ได้นะ ไม่ได้กลัวมาก ขอเพียงให้มีใครมาอบรมวิธีการปฏิบัติ ดีกว่าตกงานหรืออดข้าว” รัฐบาลก็อาจเพียงตัดงบประชุมสัมมนาที่ข้าราชการสัมมนากันอย่างสิ้นเปลืองปีละหลายพันล้านมาใช้เพื่อการนี้ ในราคาที่ต่อรองพิเศษเพื่อการนี้ หรือหลายคนก็มีกำลังทรัพย์ที่จะจ่ายเองได้ ดีกว่ากลับไป home quarantine ที่บ้านซึ่งสังคมไม่ค่อยสบายใจ

สิทธิมนุษยชนคือเสาหลักสิทธิตามรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรมสากลที่เราต้องเคารพ สิทธิคนไทยจะกลับบ้านเกิดเพื่อหนีภัยโควิดจึงไม่ควรปฏิเสธเขา แต่รัฐพร้อมไหมสำหรับการรับคนไทยกลับมาสู่ดินแดนมาตุภูมิ หากไม่พร้อมก็จงรีบดำเนินการให้พร้อม เร็วช้าคนกลุ่มนี้ก็ต้องกลับมาเมืองไทย

ในยามวิกฤต การจัดการที่เป็นระบบ จะช่วยให้การระบาดเบาบางลง ทยอยรับคนไทยกลับบ้านเถอะครับ ดีกว่าปล่อยให้เขาตกค้างทนทุกข์เผชิญความยากลำบากในต่างแดน

คำถามใหญ่คือ “รัฐไทยพร้อมไหมกับการรับคนไทยกลับสู่มาตุภูมิ”